#ไดอารี่อาหาร Day 4 (30 กันยายน 2561)

#ไดอารี่อาหาร Day 4 (30 กันยายน 2561)
.
วันนี้กินสเต็ปปกติที่ตัวเองกินค่ะ
มีความรู้สึกไม่กดดันตั้งแต่เริ่มวัน
และผลเป็นไปตามที่คาดไว้
พอเรารู้สึกไม่โดนกดดัน
มันรู้สึก “กระตือรือร้น”​ ที่จะทำมากกว่า
ซึ่งปกติบีมก็เป็นแบบนั้นทุกวันอยู่แล้วค่ะ
.
ภาพที่ส่งมาให้ดู
ทดลองใช้แอพที่ชื่อว่า
#SeeHowYouEat (SHYE)
หลังจากที่ลองหาแอพ
ที่จะแทร็คหรือบันทึกการกินของเรา
พบว่า อันนี้ใช้ง่ายสุดค่ะ
เลยลงทุนซื้อแอพใช้เลย
จะได้รู้ว่า ฟังก์ชั่นแบบจ่ายเงิน
จะได้ใช้ประโยชน์อะไรบ้าง
ราคาแอพ 129 บาท
จ่ายครั้งเดียวค่ะ
.
ซึ่ง 3 วันก่อนหน้านี้บีมใช้วิธี
ถ่ายภาพแล้วลงข้อมูลในเฟสให้เลย
และถ่ายภาพไว้ในมือถือ จดเวลาในโน้ต
แล้วเอามาสรุปให้ตอนค่ำ ๆ
.
แล้ว..รู้สึกว่า
มันยุ่งยากจัง และ ถ้าไม่ได้จดทันทีเพราะไม่สะดวก
มันจะลงเวลาคลาดเคลื่อน ทำให้การบันทึก
และประมวลผลคลาดเคลื่อนไปด้วยค่ะ
ถ้าข้อมูลไม่ครบ มันเอามาใช้งานไม่ค่อยได้
.
พอได้แอพมา แล้วลองใช้ทั้งวัน
มาตอนเย็น พอครบทุกมื้อ
แล้วกลับมาดู
ก็รู้สึกว่า เออ…ดีจริง
.
ถ้าแบบนี้ การศึกษาตัวเราเอง
เรื่องวิธีการกินและผลลัพธ์ที่ส่งออกมา
ก็เป็นเรื่องง่ายละ
มันจะดีกับการศึกษาเรื่อง
ความสัมพันธ์ระหว่าง
#อาหารและสุขภาพ ได้ชัดเจนค่ะ
.
สรุปว่า เบื้องต้น มีแอพไว้ก็ดีค่ะ
แต่แอพเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร
ดีซะอีก จะได้ฝึกภาษากันด้วยค่ะ
.
แต่ข้อจำกัดของมันคือ
มันแทร็คการดื่มน้ำไม่ได้
ก็ลองไปหาแอพอื่น ๆ
มันก็มีแต่ให้เสียรายเดือน
ไม่เอาล่ะค่ะ…น้ำวัดเองก็ได้…ไม่ได้ยาก
เพราะเราจะรู้จากริมฝีปากอยู่แล้ว
ถ้าน้ำไม่พอ ปากจะเหี่ยว แตก แห้ง ขุย แค่นั้นเอง
จุดวัดง่าย ๆ
.
คือ ไม่ได้มาขายแอพนะคะ
แต่พอดีต้องเล่าให้ฟัง
เพราะหน้าตารูปภาพมันจะชวนให้สงสัย
เลยตอบคำถามไปก่อนเลย
.
เรื่องการกินวันนี้
ประเดิมด้วย “ตรีผลา” ประมาณ 9.15 น. ค่ะ
แต่เพราะยังไม่เจอแอพนี้ตอนเวลานั้น
เลยไม่ได้อยู่ในนี้
และถึงอยู่ มันก็คงมีพื้นที่ใส่ไม่พอ
คือ มันจะหลายสิ่งไม่ได้
ดังนั้น แสดงว่า
เราต้องบันทึกเฉพาะอาหารอย่างเดียว
.
แล้วหลังจากนั้น ก็ตามภาพที่เห็น
ซึ่งแอพจะให้เราถ่ายภาพตอนจะกินนั้นเลย
ถ้าเรากำลังจะกิน แล้วมีอะไรขัด
ทำให้เวลาเลื่อนไป เราก็ปรับได้หมดค่ะ
.
บีมพึ่งฝึกใช้
ข้อมูลเลยแหว่ง ๆ ไปนิด
ควรต้องมีอธิบายที่ภาพ
เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาใหม่
.
วันนี้อธิบายไปก่อนนะคะ
มื้อแรก – น้ำผักสกัด G4 อีก 15 นาที กินข้าวกล้อง ไข่พะโล้ และต้มข่าไก่ แต่บีมกินแค่เห็ด มะเขือเทศ หอม กับน้ำซุปค่ะ ไม่ได้กินเลือดและเนื้อไก่
.
มื้อเที่ยง – ไปร้าน Woodbrick CAFE เพราะอยากพาบิ๊วไปกินอะไรอร่อย ๆ (นาน ๆ บิ๊วมาเชียงรายที) และร้านนี้ บีมมากินไอศครีม 2-3 รอบแล้วค่ะ วัตถุดิบเขาดีมาก พรีเมี่ยม ปกติ บีมกินไอศครีมชาร์โคลกับโคนชาร์โคลค่ะ แต่วันนี้มึน ๆ สั่งไอศครีมชาเขียวมา มันหวานหน่อย ๆ แต่ไม่มากมายอะไร ไม่บาดคอ และหลังไอศครีม บีมจะดื่มชา ปกติดื่มมัทฉะกับนมถั่วเหลือง แต่รอบนี้ ลองกินชาพีช อร่อยหอมมาก ๆ (จริง ๆ ควรกินรสฝาดตัดหวานค่ะ มันจะสมดุลพอดี ไม่ก่อปัญหาอะไร ถ้าวัตถุดิบดีและเราไม่แพ้นะคะ)
.
มื้อบ่าย ๆ – พอดีบิ๊วจะกลับ แต่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกัน เลยพาบิ๊วกับเด็ก ๆ ไปกินที่ฮาจิบังราเมนค่ะ ของบีมกินไพตันราเมน มีหมู 1 ชิ้น แต่ไม่กินหมู เอาให้พี่แม็ค กินแต่เส้นกับผักและน้ำซุป และดื่มน้ำเปล่านิดหน่อยหลังมื้อ
.
ตอนกลับมาบ้าน ก็มีมะม่วง และสักพักก็กินตรีผลาช่วงก่อนอาหารเย็น แต่…ทำงานเพลิน ลืมกินข้าวเย็น เลยไม่ได้กิน สรุปว่ามื้อสุดท้ายคือ ตรีผลาค่ะ
.
พาลูกไปนอนตอนสามทุ่ม หลับไปด้วยเลย แล้วดันตื่นมาตอน 22.48 น. ทำไมไม่รู้ แต่นอนไม่หลับแล้ว ก็ตามร่างกายไป ไม่ฝืนค่ะ แต่รู้สึกร้อน ๆ ที่ใต้กรามคาง คือ มีสิวขับพิษจากตรีผลานั่นล่ะค่ะ เลยไปเอาน้ำมา 2 ขวด ขวดแรกเป็นน้ำ pi น้ำนี้บีมชอบมาก เพราะกินแล้วฟิตตลอด เป็นน้ำที่แปลกและดีต่อสุขภาพมาก ๆ ค่ะ แค่น้ำก็สดชื่นไปถึงเซลล์จริง ๆ ใครออกกำลังกายหรือกำลังจัดการสิวขับพิษ บีมแนะนำเลยน้ำนี้…
.
บีมจะกินน้ำ pi นี้ ทุกสัปดาห์ค่ะ ขวดละ 20 บาท จริง ๆ กินทุกวันดีค่ะ แต่ก็จะเปลืองนิด ๆ 55+ คือ ควรกินวันละ 1 ขวด ตอนนี้ก็กิน 2-3 วันครั้ง และน้ำนี้เขาไม่ได้มีวางขายบนชั้นเยอะ แต่ขายออกเรื่อย ๆ ค่ะ บางทีไปแล้วหมด ก็ไม่ได้กิน (เห็นแต่ที่ Tops นะคะ) แสดงว่ามีคนกินเหมือนเราเป็นแน่แท้ (เกี่ยวกับน้ำ pi-water http://asabangkok.com/index.php/about_piwater)
.
และเดี๋ยวจิบ ๆ น้ำ pi หมด จะจิบน้ำขวดใหญ่ต่อเลย คืนนี้คงไปได้อีกยาว (แบบไ่ม่ได้ตั้งใจอยู่ดึกนะคะ แต่บีมจะไปตามจังหวะร่างกายค่ะ เดี๋ยวเขาอยากนอน เขาจะบอกเอง ตามนั้น) แต่นี่เป็นวงจรไม่ปกติค่ะ ปกติจะนอน 3-4 ทุ่ม ตื่นตี 4 วันนี้เขาคงอยากให้เราทำงานให้เสร็จ

42806494_331109114134610_615857155869769728_n

ก็ประมาณนี้ค่ะ
พอจะเห็นภาพวิธีกินของบีมไหมคะ?
เดี๋ยวตามไปให้ครบ 14 วัน
คุณจะเข้าใจมากขึ้นค่ะ
.
รอบนี้ บีมไม่อดอาหาร
จะกินแบบนี้ที่กินเป็นปกติ
ไปควบคู่กับตรีผลาค่ะ
เพราะบีมจะทดลองว่า
ถ้ากินอาหารที่ดีประมาณ 80%
และดูแลสุขภาพตามปกติ
การกินตรีผลาจะช่วยได้ไหม
เพราะเราต้องทำงานด้วย
ถ้าจะให้อดอาหารหรือกินแค่ผักผลไม้
คงจะไม่ไหวแน่นอนค่ะ
.
พอดีได้แพลนใหม่สำหรับการกินมาด้วย
กำลังเริ่มทดลองค่ะ
ยังไงก็ติดตามกันไปก่อน
เดี๋ยวตกผลึกอะไร
จะเล่าให้ฟังอีกเรื่อย ๆ นะคะ
.
ใครสนใจวิธีการรักษาสิวแนวทางนี้
เชิญเข้ากลุ่มไปปรับพื้นฐานวิธีคิดกันค่ะ
และสอบถามบีมโดยตรงในกลุ่มค่ะ
เพื่อให้เป็นวิทยาทานแบ่งปันเพื่อน ๆ ทุกคนด้วยนะคะ
ในนั้นจะมีอะไรอีกเยอะค่ะ ที่จะแบ่งปันเฉพาะผู้เข้ากลุ่ม
เพราะถือว่าคุณสนใจแล้ว ประเด็นจะลึกมากกว่าที่เพจค่ะ
.
ลิงค์เข้ากลุ่ม คลิกเลยค่ะ
.
รบกวนตอบคำถามที่สอบถามก่อนเข้ากลุ่มให้ครบก่อนนะคะ และรอแอดมินเพิ่มเข้ากลุ่มนะคะ ขอบคุณค่ะ
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#สิวเปลี่ยนชีวิต
 
 
*** ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ซื้อกินซื้อใช้ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับแบรนด์ใด ๆ เพื่อรักษาความเป็นกลางของข้อมูลค่ะ ***

ตกผลึกเรื่อง “การกินรักษาสิว”

#ไดอารี่อาหาร 29.09.2561
Day 3 : มื้อเย็น – ค่ำ
.
ปกติแล้วเสาร์หรืออาทิตย์ จะต้องพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวนอกบ้าน ทำนู่นทำนี่ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็พาไปเล่นที่ไร่บุญรอดตอนเย็น ๆ ค่ะ เลยแวะกินอาหารที่นั่นเลย
.
เด็ก ๆ เขาอยากกินพิซซ่า
ซึ่งที่ไร่บุญรอด เขาจะมีร้านอาหารอิตาเลี่ยนอยู่
ชื่อว่า Barn House Pizzeria ซึ่งที่นี่จะใช้ผักออร์แกนิคของไร่ทั้งหมด และพิซซ่าก็ทำแป้งเอง อบเตา และใช้ชีสนมควายที่เรียกว่า Mozzarella
.
สำหรับบีมเอง
อยู่ในโปรแกรม #FoodChallenge
ปกติถ้าไม่อยู่ในโปรแกรม บีมจะกินพิซซ่าด้วยค่ะ
เพราะของที่นี่เขาแตกต่างจากที่อื่น คือ กล้ากิน
แต่รอบนี้ คือ โอเค ไม่กิน…
.
หลังจากมานั่งและสั่งอาหารไปแล้ว
ก็หยิบตรีผลามากินเลย 2 แคปซูล
คิดว่าคงจะนาน…อย่างน้อยคงรอ 20 นาที
ก็พอได้อยู่ เพราะตรีผลาต้องกินก่อนอาหาร 30 นาที
.
แต่…อาหารมาเร็วมากกก
กินตรีผลาไปไม่ถึง 15 นาที
อาหารมาแล้ว!!!
.
ก็โอเค ไม่เป็นไร ตามสถานการณ์
อย่างน้อยก็ก่อนอาหารล่ะ…
.
#กินมื้อเย็นตอน 18.45 น.
ของบีมเป็น #สลัดผักย่าง
เขาจะมีราดน้ำสลัดบัลซามิกและน้ำมันสักอย่าง
ลืมถามว่าน้ำมันอะไรค่ะ ต้องขออภัยด้วย
และมีชีสนมควายสีขาว ๆ หมักสดวางอยู่ด้วย
.
ตอนแรกไม่กล้ากิน
แต่พอสอบถามแล้ว
ทำจากนมควาย…โอเค กินได้
(บีมไม่กินชีสและทุกผลิตภัณฑ์จากนมวัวค่ะ)
.
สรุปก็คือ กินหมดจานคนเดียว ก็จบมื้อนี้
.
แต่พอมาแวะซื้อของที่ 7-11
รู้สึกอยากกินผลไม้
เลยหนีบเอามะม่วงน้ำปลาหวานมาด้วย 2 กล่อง
แล้วมากินมะม่วงแบบไม่จิ้มน้ำปลาหวานบนรถ
ตอนประมาณ 20.37 น.
.
แป๊บเดียวถึงบ้าน
พอเด็ก ๆ เข้านอนหมดแล้ว
ก็มากินที่เหลือต่อ
คราวนี้จิ้มด้วย
หมดทั้ง 2 ชุด
ตอนประมาณ 21.30 น.
.
แล้ว 21.45 น. ไปกิน Honey Cider 1/2 แก้ว
.
นอน 22.45 น.
.
ตื่นมา 4.30 น. เช้านี้ค่ะ
.

โอเค นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
และมันทำให้บีมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
ในเรื่องของสภาวะจิตของคนที่กำลังต้องดูแลอาหารเป็นพิเศษ
บีมตกผลึกแบบนี้ค่ะ

– ในสภาวะที่ร่างกายทำงานมากไป เช่น บีมไม่กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า (แต่ไม่หิว ไม่ทรมานนะคะ ปกติดี) แต่มากินตอนบ่ายมื้อแรก เราจะรู้สึกว่า อยากหาอะไรชดเชยให้เรารู้สึก happy แม้เราจะไม่ได้ทรมานอะไรเลยก็เถอะ ในความรู้สึก คือ ฉันอยากพักผ่อน!

– แต่…พอไปพักผ่อน มาถึงเรื่องอาหาร ฉันกำลังอยู่ในโปรแกรมที่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้แฟนเพจนะ ดังนั้น จงเลือกดี ๆ จะกินอะไร เพราะต้องโพสต์ไปตามจริง (เดี๋ยวจะเป็นตัวอย่างไม่ดี แม่เป็ดยังไง ลูกเป็ดจะเป็นอย่างนั้น แล้วแฟนเพจเขาจะหายไหม)

– พิซซ่าอยู่ตรงหน้า รู้ว่ากินได้ แต่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้กิน ณ จุดนี้ รู้สึกไม่ happy เอาเสียเลย

– จริง ๆ ก็อิ่มดีแล้ว ไม่ได้ต้องการกินพิซซ่าอะไรอีก ก็จบ…

– แต่พอมาเจอมะม่วงน้ำปลาหวาน กะว่าจะกินแต่มะม่วงเพราะดึกแล้ว ไม่อยากกินน้ำตาลหลัง 6 โมง เพราะเดี๋ยว Growth Hormone ไม่หลั่งออกมาซ่อมร่างกายตอนนอน แต่…ความรู้สึก คือ ฉันว่าไม่เป็นไรน่ะ ปกติฉันก็กินได้ ดังนั้น กินละกัน และเป็นน้ำตาลมะพร้าวด้วย Low GI สบาย เดี๋ยวก็ไปกิน Honey Cider ปิด จัดว่าโอเคล่ะ!!!

เอาล่ะค่ะ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
และบีมคิดว่า มันเกิดในใจทุกคนที่กำลัง “ควบคุมอาหารด้วย”
เลยได้ข้อคิดบางอย่างว่า
.
ถ้าเป็นแบบนี้
วันไหนที่ โอเค ทุกอย่างในชีวิตเดิน smooth ดี
เราจะมีพลังในการควบคุมและมีวินัยสูง
แต่วันไหนที่เราต้องทำงานมาก ๆ หรือเหนื่อยไป
เราจะสูญเสียตรงนี้ไป…
.
ซึ่งเอาจริง ๆ เลยก็คือ
ปกติ ถ้าไม่อยู่ในโปรแกรมนี้
บีมจะเลือกกินมากเป็นปกติอยู่แล้ว
ซึ่งไม่รู้สึกฝืนใจอะไรเลยกับการกินแบบสุขภาพของเราเอง
.
แต่พอรู้สึกเหมือนมีกรอบ เหมือนโดนบังคับ
มันจะอยาก “ต่อต้าน” “ออกนอกกรอบ” ขึ้นมาทันที
.
ดังนั้น…บีมจึงคิดว่า
ในการกินอาหาร…ไม่ควรใช้คำว่า “ควบคุม”
อย่าไปกดความรู้สึก…อย่าไปต่อต้าน
แต่ให้รับรู้ตามจริง
และใช้เหตุและผลในการตัดสินใจกิน
และแค่ยอมรับผลของการกระทำ
มันจะเทรนเราให้เข้าลู่เข้าทางได้เอง
ด้วยความเต็มใจ ไม่ต้องมาหาอะไรชดเชยทีหลัง
ซึ่งมันไม่ยั่งยืน…
.
รับรู้ตามจริงเช่น
สภาวะตอนนี้ คือ เหนื่อย หิว
แต่…ถ้ากินอันนี้ มันจะเป็นแบบนี้นะ โอเคมั้ย
ถ้าโอเค … กิน ถ้าไม่โอเค … ไม่กิน
.
คือ ให้มันเป็นคำตอบจากตัวเราเอง
ไม่ใช่เป็น “พลังบังคับจากภายนอก”
ไม่ใช่ว่า “พี่บีมบอกให้งด 10 อย่าง ต้องทำ”
ไม่ใช่นะคะ… คือ เราจะต้องรู้ด้วยตัวเองว่า
กินแล้ว…มันทำให้ร่างกายเป็นยังไง
อันนี้ต้องไปจดผลการกินกันเอาเอง
ต้องมอนิเตอร์กันเอง
.
มันต้องเป็นพลัง “ส่งจากภายใน”
คือ It’s my choice!
แล้วมันจะทำได้นาน
ผิดบ้าง พลาดบ้าง
มันก็ธรรมดา แค่ต้องหาวิธี
อย่าให้ตัวเองเหนื่อยไป
มันจะทำให้เสียหมดจริงๆ

ดังนั้น สำหรับบีม
บีมจึงขอปรับ
มาเขียนไดอารี่อาหารให้แทนค่ะ
.
แทนที่จะต้องบังคับตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี
บีมจะให้ทุกคนเรียนรู้จากชีวิตการกินจริง ๆ ของบีมนี่แหละ
.
เพราะเท่าที่ใช้ชีวิตแนวนี้มา
ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
“พี่ดูแลอาหารขนาดนี้เลยเหรอ”
และบีมก็รู้สึกว่า เราดูแลตัวเองเป็นวิถีชีวิตอยู่แล้ว
.
ดังนั้น ก็ให้ทุกคนเรียนรู้กับของจริงนี่แหละ
ไม่ต้องไปพยายามทำให้มันเข้าโปรแกรม
ให้เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นปกติของบีมอยู่แล้ว
.
เพราะแม้แต่การทำสมาธิ ทุกวันยังมีประสบการณ์ต่างกันเลยค่ะ
ประสาอะไรกับการกิน ที่มันก็อยู่ที่สภาวะจิตของเราด้วยเช่นกัน
แต่เราแค่ต้องมีวิธีกินที่ดีต่อร่างกายเท่านั้นเอง

เอาเป็นว่า บีมจะขอปรับมาเขียนไดอารี่ให้แทนนะคะ
สรุปให้วันละ 1-2 รอบ ประมาณ 14 วัน ซึ่งน่าจะทำให้ทุกคนที่ติดตาม พอจะเข้าใจวิถีการกินในแบบฉบับของบีม และใช้หนังสือ #อาหารเปลี่ยนสิว ได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพดี + ผิวใส ในเร็ววันนะคะ

#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#ทดลองตรีผลา

ผู้สนใจการรักษาสิวแนวทางนี้ เชิญเข้ากลุ่มไปปรับพื้นฐานกันนะคะ
คลิกเข้าร่วม https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset ได้เลยค่ะ