#สิวเปลี่ยนชีวิต ตอนที่ 1 อยากมีชีวิตที่เลือกได้ ต้อง “เป็นผู้เชี่ยวชาญ” เท่านั้น

ถ้าคุณเป็นสิว เป็นเด็กต่างจังหวัดเข้าเมืองหลวง ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ความเป็นอยู่ไม่สบายนัก บีมก็เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อนค่ะ

ในภาพนี้ บีมถ่ายรูปกับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติที่น่ารักมาก ๆ ชื่อคุณอีว่า เธอมาฝึกงานที่บริษัทที่บีมทำอยู่ตอนนั้นในแผนกทรัพยากรมนุษย์ นิสัยดีมากกก น่ารักมากกก และเธอก็ไม่เคยสนใจเรื่องสิว ผิว และการแต่งตัวที่แย่ ๆ ของบีมเลยสักครั้งเดียว

ตอนนั้นบีมทำงานตำแหน่ง Trainee ทั้ง ๆ ที่ก็อายุเกิน Trainee มาแล้ว แต่ด้วยงบประมาณของบริษัท ณ ตอนนั้น ทำให้จ้างเราได้ในตำแหน่งนี้ เพราะ benefits จะไม่สูง แค่จ่ายเงินเดือนกับโอทีแค่นั้นเองค่ะ และมีให้เราไปฟิตเนสหรู ๆ ที่โรงแรมฟรี ๆ (อันนี้ชอบสุด)

แผนกที่บีมทำอยู่มีแค่ 2 คน คือ ผู้จัดการของบีมกับบีมในฐานะผู้ช่วย แต่ต้องให้บริการพนักงานกว่า 2,000 คน แม่เจ้า 55+ ไม่ต้องคิดเลยนะคะ ว่างานจะเยอะขนาดไหน บีมทำอยู่สรรหาและว่าจ้างค่ะ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากและแย่มากผสมกัน แต่…ได้เรียนรู้อะไรในมุมมองใหม่ ๆ เยอะแยะเลย เพราะเป็นสายงานแรกที่ฉีกมาทำงานกลุ่มแอดมิน คือ ฝ่ายบุคคล ซึ่งปกติจะทำงานในกลุ่มบริการลูกค้าและงานขายมาตลอด (ซึ่งก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่เราอยากคุยกับคนเป็น อยากมีธุรกิจของตัวเองในอนาคต เลยเลือกฝึกตัวเองกับงานกลุ่มนี้)

บีมต้องทำงานเยอะมาก แต่รายได้เราได้แค่นี้ แถมยังเหมือนคนไม่มีทางเลือกอีกด้วย ทุก ๆ วัน ต้องทำโอที เพราะงานไม่เสร็จในเวลา หัวหน้ากลับช้า จะกลับก่อนก็น่าเกลียด และบีมเป็นคนที่ถ้างานไม่เสร็จ จะไม่ไปไหน บางครั้งเพื่อนร่วมงานแผนกอื่น เสร็จงานค่ำ ก็ไปส่งกลับ เพราะ บางทีเลิกงาน 3-4 ทุ่มนู่นค่ะ แต่ถ้าเขากลับก่อน บีมก็ต้องไปรอรถเมล์ที่หน้าตึก ช่วง 3-4 ทุ่มนั้นแหละ

ถึงห้อง…ก็นู่น 5 ทุ่ม รถส่วนตัวไม่มี ลงรถเมล์เสร็จ ก็ต้องเดินไปต่อรถ เข้าหอพักอีกต่อหนึ่ง เป็นรถ 2 แถว พักอยู่แถมรามคำแหง คนเยอะมากกก แต่ก็เหงามากนะคะ คนเยอะ แต่ไม่มีใครรู้จักและสนใจกัน ทุกคนที่อยู่เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพก็คงรู้สึกเหมือนกัน

ห้องก็อยู่คนเดียว มาถึงก็อาบน้ำนอนละ ไม่ต้องทำอะไร ตื่นเช้ามาก็ไปรอ 2 แถวหน้าหอพัก แล้วไปที่ท่าเรือ ขึ้นเรือที่คลองแสนแสบ ทั้งเหม็นและสกปรก แต่ทำอย่างไรได้คะ นี่คือทางที่เร็วที่สุดแล้ว และเราก็ต้องอยู่แบบนี้ เพราะ เรามีรายได้เท่านี้ ห้องพักที่ดี ๆ ที่ใกล้ ๆ ที่ทำงานก็ราคาสูง (จริง ๆ มันมีทางเลือกให้ทำได้ดีกว่านั้น แต่ชีวิตตอนนั้น ด้วยพลังลบ ๆ ที่สะสมมานาน จิตใจที่ไม่ปลอดโปร่ง ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาเราก็แทบไม่ค่อยมีค่ะ ชีวิตก็ดำเนินไปตามสภาพของจิตใจ มันก็เลยอยู่แค่นั้น)

ในการทำงานที่นี่ บีมค้นพบข้อมูลพลิกชีวิตสำคัญบางอย่างค่ะ ที่เป็นจุดเปลี่ยนของบีมในวันนี้ คือ ขณะที่เราทำสัญญาจ้างงานให้พนักงานใหม่ บีมเห็นเงินเดือนของบุคลากรในกลุ่มไอที และเห็นการซื้อตัว ประมูลคนที่เก่ง มาเข้าองค์กร ก็คิดได้ว่า เฮ้ย…มันต้องเก่งและแตกต่าง ต้องเชี่ยวชาญจนคนร้องขอสิ เราจึงจะเลือกได้

บางคน … ต้องยื้อแย่งกันนานมาก กว่าจะได้ตัวมาทำงาน

อยากได้อารมณ์แบบนั้นบ้าง 55+ เธอมาแย่งชั้นสิ อะไรแบบนั้น

ทำงานด้วยเวลาเท่ากัน มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ทำไม…ชั้นยังต๊อกต๋อยอยู่แบบนี้ (วะ) นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นค่ะ แต่ก็ยังหาทางออกไม่เจอ…

แต่ความคิดนั้น ก็กลับเข้ามาตอนที่กลับมาจากกัวลาลัมเปอร์มาอยู่เชียงรายแล้วค่ะ ในโมเม้นต์นั้น ขับรถไม่เป็น อำเภอก็อยู่ไกลจากเมืองเชียงราย ชีวิตตอนนั้นยิ่งกว่าเลือกไม่ได้ คือ ตันรอบด้าน 55+

บีมอยู่ห่างจากบ้านมาตลอดตั้งแต่อายุ 13 ปี พึ่งกลับมาอยู่บ้านแบบจริงจังตอนอายุ 25 ปี นกน้อยที่เคยมีอิสระ จะไปไหนก็ได้ (แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเหงา แต่ก็ทำให้เราแข็งแกร่งมาก ๆ) ต้องอยู่บ้าน ไปไหนไม่ได้ … แต่ตัดสินใจแล้ว ว่าจะอยู่กับยาย…กับแม่…จะช่วยแบ่งเบา ดูแล เท่าที่ทำได้ อยู่ก็อยู่

ยายหลับ ก็อยู่หน้าคอม แล้วก็มาคิดว่า … ทำอะไรดีนะ จะได้มีรายได้ จะได้มีงานทำระหว่างอยู่บ้าน

คิดอยู่สักพัก ก็คิดว่า เอาของใกล้ตัวนี่แหละ “สิว” แพ้มันมาตลอดชีวิตเลย จะเก่งเรื่องสิว จะเป็น expert เรื่องสิวแนวธรรมชาติ จนคนร้องขอ เพราะ ถ้าเราเก่งเรื่องนี้จริง ๆ เราหายจริง ๆ ด้วยแนวทางนี้ เราทำงานอยู่บ้านย่อมได้แน่ ๆ เพราะมีอินเตอร์เน็ต เราก็ทำงานผ่านตรงนี้ได้ (บีมเป็นเด็กที่เชี่ยวชาญด้านอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่ยุคอินเตอร์เน็ตเข้าเมืองไทยแรก ๆ)

มีแค่ไหน ใช้แค่นั้น ศึกษา ทดลอง รักษาสิวตัวเอง มีความรู้อะไร ก็แบ่งปันลงบล็อก http://bye-bye2acne.blogspot.com ชื่อนี้ใช้ตั้งแต่วันแรก ไม่เคยคิดเปลี่ยนเลย วันนี้ยังอยู่ และเป็นทรัพย์สินของบีมที่นานวันยิ่งมีมูลค่าและทำให้ต่อยอดโอกาสต่าง ๆ ได้อีกมากมาย

นั่นล่ะค่ะ…จุดเริ่ม แล้วมันก็พัฒนามาเป็นงานทุกวันนี้ เป็น #สิวซีเคร็ต #บีมซีเคร็ต ที่ผ่านร้อนหนาวมากว่า 9 ปีของการสร้างแบรนด์ (ที่ก็ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่า personal branding คือ ทำก่อนมันจะบูมซะอีก) และการสร้างธุรกิจจากที่ไม่รู้อะไรเลยสักสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสารสกัด ผิวหนัง สุขภาพ ทุกเรื่องบีมเริ่มใหม่หมด แต่อาศัยว่า เราชอบเรียนรู้

ทำให้คนที่เคยกลัวความผิดพลาด กล้าลงมือทำ หน้าด้านขึ้น (ในทางที่ดีนะคะ) คือ เรากล้าที่จะทำแล้วรับผลของมัน ทำให้เป็นคนที่เข้าใจโลกมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และเติบโตขึ้นในทุกทาง

วันนี้…อยู่ระหว่างทางเดินไปยอดเขา ก็ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกมากมาย และอยากจะบอกเพื่อน ๆ ที่เป็นสิวทุกคนว่า

“ถ้าเคยมีชีวิตเหมือนบีมมาก่อน หรือกำลังมีชีวิตแบบนั้น ที่เป็นสิว ที่เลือกไม่ได้ ที่ขัดสน ที่หลงทาง ยุคนี้เป็นยุคที่มีทางออกที่ง่ายกว่ายุคไหน ๆ แต่ต้องรู้เส้นทางและวิธีเดินที่ถูกต้อง ก็จะสามารถสร้างชีวิตใหม่ อาชีพใหม่ ทางเลือกใหม่ ให้ตัวเองได้ไม่ยากเลยค่ะ”

ยิ่งเป็นสิว…หรือเป็นมาก่อน
ยิ่งง่ายกว่าคนอื่นที่มีต้นทุนทางผิวพรรณมาดี

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต

สำหรับคนที่สนใจ…เปลี่ยนชีวิตด้วย “สิว”

บีมกำลังจะสอนว่าทำยังไงให้สิวของคุณกลายเป็นสิ่งมีมูลค่า และเป็นทรัพย์สินบนโลกออนไลน์สำหรับตัวคุณโดยเฉพาะ

กับคอร์ส #สิวสร้างรายได้ 6-14 ธันวาคม 2561
รอบเดียวนะคะ ยังไม่รู้จะมีโอกาสได้เปิดสอนอีกเมื่อไหร่

บีมอยากสอนเต็มที่แล้วค่ะ
มีเพื่อน ๆ มาลงทะเบียนกันเรื่อย ๆ

ยังไงก็ดูรายละเอียดแล้วตัดสินใจเองนะคะ
http://bit.ly/2D6JbPf

ถ้าต้องการข้อมูลแน่นขึ้นก่อนตัดสินใจ
บีมมีคลิป Live ย้อนหลังที่พูดถึงที่มาของการจัดคอร์ส
ไว้ในกลุ่ม RESET ค่ะ เข้าไปฟังได้ ถึงใจแน่นอน
https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset/

ในกลุ่มยังมีอะไรอีกเยอะเป็นขุมทรัพย์เปลี่ยนชีวิตของคุณค่ะ

อย่าพลาดสิทธิพิเศษนี้

ที่บีมมอบให้เฉพาะคนที่ “เป็นสิว” หรือ “เคยเป็นสิว” เท่านั้น!

ประวัติบีม https://acnefree101.blog/aboutbeam

ผ่าน “สิวขับพิษได้” มีโอกาส “หายขาดได้”

คุณรู้ไหมคะว่า #สิวขับพิษ คือ ภาวะที่นำไปสู่ #สิวหายขาด?
มาทำความรู้จักกับมันให้ดีขึ้นนะคะ ถ้าคุณอยากหายจากสิวจริงๆ
.
Healing Crisis หรือ วิกฤติแห่งการเยียวยา สามารถเข้าใจได้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าเป็น #การขับพิษ #การกระทุ้งพิษ ซึ่ง #สิวขับพิษ เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของวิกฤตินี้ค่ะ
.
ปกติแล้วคนจะกลัวคำว่า “วิกฤติ” เป็นปกติอยู่แล้ว แต่…เราจะสังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่มีวิกฤติ ผู้ที่ก้าวข้ามผ่านไปได้อย่างถูกวิธีเท่านั้นที่จะ “ชนะ” และ “พลิกสถานการณ์จากลบเป็นบวก” ได้
.
สิวขับพิษ และ อาการกระทุ้งพิษในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ มีผื่นคันที่แสดงออกมาหรือซ่อนใต้ผิว เป็นฝี ถ่ายมากกว่าปกติ อยากอาเจียน ฯลฯ เป็นรูปแบบของการขับล้างสารพิษด้วยกระบวนการธรรมชาติของร่างกายที่ “แข็งแรงขึ้น”
.
หลายคนที่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต มาเป็นรูปแบบที่ Beam’s Secret : สิวเปลี่ยนชีวิต แนะนำ จะมีอาการเหล่านี้ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ธรรมชาติบำบัดจะตกใจ จะกังวล ว่า…เรากำลังทำถูกต้องอยู่หรือไม่? เพราะ อาการหลายอย่างจะดูเหมือน เรากำลังแย่ลง ทั้งที่เรากำลังทำทุกอย่างถูกวิธีตามที่แนะนำ
.
กับผิวหน้าก็เช่นกัน ผู้ที่เคยใช้ยาและสารเคมีมาหลายปี เมื่อปรับมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมีใด ๆ กดภูมิคุ้มกันของผิว ผิวหน้าจะมีการขับสารในรูปแบบผดผื่นได้เช่นกัน ทำให้คนผู้นั้นรู้สึกกังวลใจว่า มันจะดีขึ้นจริง ๆ ไหม? หรือมันกำลังแย่ลง
.
จากประสบการณ์ส่วนตัวและในฐานะโค้ชในวิถีธรรมชาติบำบัดเพื่อสุขภาพภายในและสุขภาพผิวมา 9 ปี บีมพบว่า อาการเหล่านี้ เป็นอาการที่แสดงถึงภาวะที่ดีมาก เพราะ เซลล์ของเรากำลังแข็งแรงขึ้น มีพลังในการขับพิษที่สะสมมาด้วยตัวเขาเอง เราเพียงแต่ต้องทำอะไรที่ถูกต้องช่วยซัพพอร์ตร่างกายต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แล้วอาการเหล่านี้จะหายไปเองพร้อมสุขภาพผิวที่ดีขึ้น สิวที่ลดลงจริงๆ
.
สาเหตุที่เรามีสิวขับพิษ เป็นเพราะ พิษที่ก่อให้เกิดสิว เป็นพิษกลุ่มที่ละลายในไขมันที่เซลล์ไขมันจะเอาไปเก็บไว้เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย (รับมาเยอะไป ตับกำจัดไม่ทัน ต้องเอาไปเก็บและเก็บได้นานมาก) ซึ่งพิษกลุ่มนี้ เกิดมาจากการที่เรารับพิษจากอาหาร น้ำ อากาศ มาเป็นเวลาหลายปีสะสมต่อเนื่อง ยิ่งถ้าหากเคยกินยารักษาสิวมาก่อน ก็จะมีความเสี่ยงต่อการสะสมของกลุ่มพิษชนิดนี้ในเซลล์ไขมันมากขึ้น
.
เมื่อเราได้ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี พิษที่สะสมมาหลายปีนี้ จะถูกสลายออกมาเพราะเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกด้วยวิธีการธรรมชาติของกลไกร่างกายเราเองที่เราดูแลตัวเองในแนวทางใหม่
.
ทำให้ช่วงแรก ๆ ของการดูแลตัวเอง เราจะมีน้ำหนักลดลง มีสิวเพิ่มขึ้น มีอาการไม่สบายต่าง ๆ ซึ่งมักเป็นจุดที่เคยใช้ยากดอาการมาก่อน เช่น บางคนเป็นไซนัส ภูมิแพ้ กินยามานาน ในวันกระทุ้งพิษ ก็จะมีอาการจามเป็นหนอง สีดำ หายใจไม่ออก เป็นต้น
.
ระดับอาการของการกระทุ้งพิษ จะมากน้อย อยู่ที่พิษสะสมในแต่ละคน ซึ่งในรายที่มีอาการน้อย ๆ สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ โดยการสนับสนุนให้ร่างกายได้รับแต่สิ่งที่ดี เช่น นอนเร็ว อบตัว กัวซา ออกกำลังกาย โยคะ ฝึกหายใจยาว ๆ นั่งสมาธิ ดื่มน้ำวันละ 2.5 ลิตร งดกินชา กาแฟ และเครื่องดื่มทุกอย่าง ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าไม่เย็นเท่านั้น
.
หลายคน จะตื่นมาปัสสาวะกลางดึกช่วงตี 1-3 ปัสสาวะบ่อย อุจจาระบ่อย ปวดนั่น ปวดนี่ นี่คืออาการปกติทั้งสิ้น ขอให้พักผ่อนให้มาก อย่าโหมงานช่วงมีอาการเหล่านี้ และต้องกินเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ กินผักผลไม้ปั่น ไม่หวาน งดคาร์โบไฮเดรตทุกรูปแบบ เป็นต้น
.
สำหรับคนที่มีอาการเยอะ ไม่ควรแก้ปัญหาเอง ควรเข้าปรึกษาคุณหมอด้านแพทย์ทางเลือกที่น่าเชื่อถือและมีผลงานจริงในการดูแลผู้ป่วยด้วยศาสตร์ทางเลือก ให้ช่วยดูแลเพิ่มเติมค่ะ
.
หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ และมีกำลังใจในการรักษาสิวให้หายขาดต่อไปนะคะ
.
คุณต้องผ่านช่วง Healing Crisis ให้ได้ ซึ่งมันจะมีหลายระลอก แต่มันจะน้อยลงเรื่อย ๆ ๆ ๆ ถ้าไม่รับพิษมาใหม่ และใส่แต่สิ่งที่ดีต่อเนื่อง มันก็จะหายเร็วขึ้นมาก ๆ ค่ะ
.
สิวหาย ผิวใส หุ่นดี ตลอดไป
ต้องผ่าน Healing Crisis ให้ได้ค่ะ
.
เป็นกำลังใจในการ #แปลงร่าง ของทุกคน
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
เกี่ยวกับบีม https://acnefree101.blog/aboutbeam
——————————-

แชร์ไปได้ ไม่หวงความรู้ค่ะ
และเชิญชวนมาคุยกันใน Live ที่กลุ่มเย็นนี้ 19.00
เพื่อพูดคุยเรื่องการขับพิษจากการกินตรีผลากันค่ะ
คุณจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นอีกเยอะ

สัปดาห์นึง บีมจะพบเพื่อเคลียร์คำถามทุกคนได้หนึ่งครั้งค่ะ
อย่าพลาดนะคะ มาพบกันให้ได้ ถ้าอยากหายจากสิวจริง ๆ

คลิกลิงค์นี้เพื่อเข้ากลุ่มค่ะ เป็นกลุ่มเดียวในประเทศไทยที่พูดเรื่องสิวและวิธีแก้ชนิดเจาะลึกถึงรากจริง ๆ

https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset/

บันทึกพลังงานบำบัดกับครูเก๋ ครั้งที่ 2

ช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน 2561

บีมตั้งใจเข้าไปพบครูเก๋ที่บ้านคีตาด้วยต้องการคำปรึกษาเรื่องต่าง ๆ

จริง ๆ แล้ว การไปพบครั้งนี้ บีมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีการบำบัดอะไร

เพราะลำพังการได้พูดคุยกับครูเก๋แต่ละครั้งก็เหมือนจะได้รับคำตอบในหลาย ๆ เรื่องไปในตัวอยู่แล้ว

ก็สุดแล้วแต่ทางครูเก๋จะมองเห็นว่า ท่านจะแนะนำอะไรบีมเท่านั้นเองค่ะ

เป็นไปตามคาดหมาย

เราเพียงแค่นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ

แต่สุดท้าย ก็ไม่รู้อย่างไร ไปถึง ณ​ จุดที่

ครูเก๋ได้นำเพนดูลั่ม (pendulum) และ กระดิ่งลม

มาแนะนำให้บีมรู้จัก

แล้วบีมก็ได้ประสบการณ์ใหม่และความรู้ใหม่

เรื่อง “พลังงานบำบัด”

ที่เมื่อจบกระบวนการแล้ว

บีม…นึกถึงคนที่เป็นสิวเรื้อรังทุกคนทันที

ในแง่มุมของ “พลังงานที่ขาดวิ่น”

ที่มันก็ยากจะเชื่อสำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับบีม สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

และปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่าง ณ ตอนนั้น

บีมคิดว่า … บีมพบคำตอบอันลึกซึ้ง

ของ “ธรรมชาติบำบัด” อันแท้จริง

มัน “เรียบง่าย” กว่าที่สมองมนุษย์คิดได้

และมัน “ทรงพลัง” มากกว่าที่สมองมนุษย์จะเข้าใจ

และมัน “ได้ผลจริง” ในมุมของการเติมเต็ม

บีมคงไม่สามารถเขียนบรรยายออกมาได้

เพราะมัน “ไม่มีคำบรรยาย” อะไรจะบอกเล่าแทนได้

แต่สิ่งที่ได้รับ ทำให้บีม “เข้าใจตัวเองมากขึ้น”

ว่า “พลังงานที่ขาดวิ่น” และ สิ่งที่พี่เก๋เคยพูดกับบีมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน

คือ บีมขาดความรักตัวเอง มันเป็นอย่างไร

ธรรมชาติ แสดงอะไรตรงไปตรงมาเสมอ…

นั่นแหละ จึงทำให้บีมเข้าใจว่า

แท้จริงแล้ว … คนที่มีปัญหาสิวเรื้อรังทุกคน

ก็คงจะมีปัญหาที่ไม่ต่างไปจากที่บีมมี…

แม้เหตุปัจจัยจะแตกต่างกัน

แต่บีมเชื่อว่า “สภาวะที่เป็น”

“รากเหง้า” ของการดำรงอยู่

คงจะ “ขาดวิ่น” ไม่แตกต่างกัน

เราอาจจะ…เคยมีประสบการณ์ฝังลึก

ที่อาจจะเกิดตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่

หรือตั้งแต่ตอนแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ

ซึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงที่จิตใต้สำนึกของทุกคน

จะไม่คัดกรองอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

และรับเอาสภาพแวดล้อมมาเป็นตัวตนทั้งหมด

บีมไม่รู้หรอกว่า

เคยมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตช่วงนั้นบ้าง

แต่…บีมมาเข้าใจทุกอย่างตอนที่ครูเก๋ได้ช่วยครั้งนี้

กับเพียงแค่ “กระดิ่งลม” ที่ครูเก๋ใช้

ว่า… “รากเหง้าของจิตวิญญาณขาดพลังความรักจริงๆ”

แม้บางคน

อาจจะได้เกิดมาในครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อม

แต่…ในบางช่วง บางจุดของชีวิต อาจมีการหักเห

มีการเจ็บช้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเป็นสิว

และเริ่มเป็นแบบเรื้อรังยาวนานและหาทางออกไม่พบ

เราก็จะรู้สึก “เกลียดตัวเอง” และ “เกลียดคนอื่น” ไปพร้อม ๆ กัน

เราสะสมมันไปอย่างไม่รู้ตัว

ยิ่งนาน ยิ่งโดนทัก ยิ่งโดนมอง ยิ่งโดนปฏิเสธ

“ยิ่งเกลียด เกลียด เกลียด ตัวเอง”

ด่าตัวเอง ว่าตัวเอง สารพัด

แล้วก็ทำทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเอง “น่าเกลียด” อยู่อย่างนั้น

เพราะเชื่อว่า “ฉันมันน่าเกลียด”

เป็น “พลังงานขาดวิ่น” ขาดความรักอย่างมหาศาล

ที่สะสมอัดอั้นอยู่ในจิตส่วนลึกที่รันเหมือนโปรแกรม

ให้ร่างกาย สารเคมีจากต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทอัตโนมัติ

ทำงานผิดปกติ หลั่งสารพิษ ตลอดเวลา

ไปตาม “พลังงานขาดวิ่นของจิต”

บีมเองก็พบความจริงด้วยตัวเองว่า

หลังจากที่บีมได้ฝึกฝนปฏิบัติและเข้าใจเรื่องจิตมากขึ้น

ทำให้บีมผิวใสขึ้น เป็นสิวยากขึ้น

แม้จะมีปัจจัยกระทบเดิมที่เคยทำให้เราเป็น เรากลับเป็นยากขึ้น

แต่…มันก็ยังคงมีอยู่นะ

ทั้งที่บีมก็ดูแลตัวเอง “ดีทุกด้าน”

ก็ไม่แปลกใจเลย…ว่าเพราะอะไร

เพราะ “รากของจิต” มัน “ขาดความรัก”

มันเป็นพลังงานที่ขาดวิ่น ไม่สมบูรณ์

แต่เราไม่รู้…ว่ามันเป็นแบบนั้น

อีกอย่างหนึ่งที่ครูเก๋พูด

แล้วบีมนำมาฉุกคิดต่อ

คือ ครูเก๋บอกว่า

ถ้า “รากมันดี” (หมายถึงพลังงานฐานรากดี)

จะกินอะไร มันก็จะไม่เป็นอะไรหรอก

ในจุดนี้ บีมยังต้องทดลองต่อไป

แต่…บีมเห็นว่า ควรจะได้นำมาบอกต่อ

เพื่อให้เป็นเป้าหมายของการรักษาสิวของทุกคน

โดย “มุ่งเน้น” ไปที่ “จิตและพลังงาน” โดยตรง

เพราะมีคนมากมาย

ดูแลตัวเองได้ดีทุกเรื่อง

แต่…สิวยังขึ้น ณ​ จุดเดิม ๆ

ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่หลายคน

หลายคน มีฐานะดี มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวก็ยังไม่หาย เพราะ จิตมัน “ขาดวิ่น”

ตรงกันข้าม … บางคน ไม่ได้มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวค่อย ๆ หายไป และบางคนก็หายสนิท

เพราะ จิตมันเย็น จิตมันเต็ม จิตมันมีแต่ความรักเอ่อล้น

บีมสงสัยมาตลอดในเรื่องที่ว่านี้

ว่าทำไมบางคน ดูแลตัวเองได้ดีมาก ๆ

ใช้ของอย่างดีที่สุด แพงที่สุด เยี่ยมที่สุด

ก็ไม่หาย…ซะที

คำตอบ…ก็เป็นเรื่อง

“รากเหง้าพลังงาน” จริง ๆ นั่นแหละ

เอาเป็นว่า เขียนมายาว บีมสรุปให้ 2 เรื่อง

ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ “คนมีปัญหาสิวเรื้อรัง”

ได้เอาไปขบคิดพิจารณากันต่อ เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเสียที

  1. การที่ยังเป็นสิวไม่หาย เพราะ ขาดพลังงานแห่งความรักที่แท้จริงของจักรวาล (รักที่ไม่มีที่สิ้นสุด รักที่ไร้ตัวตน ตัวกู ของกู)
  2. หากพลังงานของเราสมบูรณ์​ อิ่มไปด้วยรัก เอ่อล้นออกจากภายในจริง ๆ สิวก็จะหายขาด ไม่ว่าจะกินอะไร ก็จะไม่เป็นสิว พลังงานแห่งความรักนี้ จะสมานบาดแผลของจิตวิญญาณ ของจิตใจ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวแข็งแรง ต่อสู้เชื้อโรค ต่อสู้สิ่งแปลกปลอม และกำจัดออกได้ดี

นี่เป็นเพียงแค่ “ปฐมบท”

ของ “พลังงานบำบัดกับสิว” ที่บีมรู้สึกสนใจมาก

เพราะบีมคิดว่า … มันคือ คำตอบสุดท้าย

และเป็นเพียง “คำตอบเดียว” ที่จะทำให้ทุกคน

“สิวหายขาด” ได้ยั่งยืน…(ในเคสที่รากพังจริงๆ)

ด้วยรัก

บีมซีเคร็ต

รูปภาพจาก https://rgdn.info/en/energeticheskaya_konstrukciya_cheloveka

 

 

ไขความลับ “สิวอักเสบ” ฉบับ #บีมซีเคร็ต

สิวอักเสบและรอยแดง ในทางแพทย์แผนตะวันออกหรือองค์รวม เกิดจากไฟในตัวที่มากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะร้อนเกิน

ภาวะร้อนเกินนี้ นอกจากจะทำให้เป็นสิวอักเสบแล้ว ยังแสดงออกเป็นภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ผิวหมองคล้ำหยาบกร้าน

ฝ้า กระ ชนิดที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย

ผิวขาดน้ำ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน (กลุ่มขาดน้ำ) สิวหน้าหู สิวในหู

ร้อนใน ตัวร้อน มือเท้าร้อน

ตาเหลือง

ท้องผูก มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว

หงอกก่อนวัยอันควร

ปัสสาวะตี 1-3

เส้นเลือดขอด

ท้องอืด

หงุดหงิดง่าย

ปวดประจำเดือน เป็นลิ่มเลือด เลือดดำคล้ำ มีกลิ่นแรง

ซึ่งเป็นภาวะเสียสมดุลของร่างกายที่เกิดกับประชากรของโลกในยุคปัจจุบัน ที่อยู่ในยุคที่ เร่ง เร็ว เครียด แข่ง กันอยู่ตลอดเวลา คือ วิถีชีวิตแห่งความเร็ว แรง แข่งขันประกอบกับอาหารกลุ่มกินด่วน” fast food ทั้งหมด ที่มักจะผ่านกระบวนการ ความร้อนสูง เติมแต่ง (processed food) แปรรูปจากธรรมชาติไปมาก รวมไปถึง พิษที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ชั้นโอโซนที่บางลง โลกร้อนขึ้น ผู้คนที่จิตใจร้อนขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้คนป่วยด้วยโรคภาวะร้อนเกิน รวมทั้งสิวอักเสบและรอยแดงนี้ด้วยค่ะ

ในวันนี้ บีมได้แบ่งปัน 3 หัวข้อใหญ่ใน Live นี้คือ

1. รากเหง้าของสิวอักเสบและรอยแดง

2. วิธีทำให้ยุบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา

3. ป้องกันสิวอักเสบไม่ให้ขึ้นตลอดชีวิตและป้องกันสิวก่อนประจำเดือน

รากเหง้าของสิวอักเสบ

(สาเหตุของความร้อนที่สะสม/เพิ่มขึ้น) คือ

1. ดื่มน้ำสะอาด อุณหภูมิปกติน้อยกว่าวันละ 2.5 ลิตร

2. เครียด และ หายใจสั้น (ออกซิเจนในตัวน้อย)

3. นอนหลัง 4 ทุ่ม

4. กินอาหารฤทธิ์ร้อนมากไป

5. กินอาหารเสริมและสมุนไพรบางตัวที่มีส่วนผสมเพิ่มความร้อน และการเผาผลาญ เช่น พริกไทยดำ ตังกุย โสม ในยาตำรับรสร้อน ที่ไม่ปรับให้ฤทธิ์เป็นกลาง

6. กินอาหารรสจัด  เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม จัด

7. กินน้ำตาลมาก อาหารที่มี GI สูง เป็นประจำ

8. กินไขมันทรานส์ อาหารทอดด้วยความร้อนสูงมากและนาน

9. ดื่มชา กาแฟ ที่มีคาเฟอีน

10. แทบไม่กินผักเลย หรือไม่กินเลย หนักเนื้อ นม ไข่ ขนม

11. มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ แสงแดด ที่ทำให้มีอนุมูลอิสระในตัวสูง (สนิมในกาย) เกิดการอักเสบชนิดเรื้อรัง ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรัง

12. กินเนื้อสัตว์ยกเว้น ปลาและอาหารทะเล สำหรับบางคน แพ้ไข่ ก็อาจมีสิวขึ้น

13. กินนมวัว และโยเกิร์ตจากนมวัว

14. ช่องถอนพิษร้อนจากการ Detox

15. กินยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ สะสมมาเป็นเวลานาน

16. จิตร้อน สะสมอารมณ์กลุ่มโทษะ คือ อิจฉา ริษยา โกรธ อาฆาต ไม่ให้อภัย ไม่ปล่อยวางในอดีตที่ก่ออารมณ์เหล่านี้ (ส่งผลต่อต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรง ทำให้เป็นคนเครียดตลอดเวลา อนุมูลอิสระและความร้อนจึงมาก ตับถูกกระทำตลอดเวลา ส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกาย และทำให้ร้อนเกิน)

17. ท้องผูกเรื้อรัง (ซึ่งมักเป็นผลจากข้อ 1.-16. ที่สะสมกันมานาน) บางคนไม่มีภาวะนี้ แต่ก็มี 1.-16. ก็ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรังได้

ทำให้ยุบโดยเร็วด้วยหลักปรับสมดุล

ยิ่งร้อนเท่าไหร่ ยิ่งต้องเอาเย็นใส่เท่านั้น

แต่ห้ามดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ร้อน

1. อดอาหารล้างพิษ 1 วัน โดยจะกินผลไม้อย่างเดียวที่ฉ่ำน้ำ ไม่หวาน เช่น แก้วมังกร ชมพู แตงกวาออร์แกนิค น้ำเปล่า ก็ได้ และสามารถเพิ่ม เก๊กฮวยออร์แกนิคแบบแช่น้ำอุณหภูมิปกติดื่มได้เลยก็ได้ (เก๊กฮวย แก้การอักเสบ ถอนพิษร้อนได้ดีมาก และหาง่าย แต่ต้องหาแบบสะอาดจริงๆ) ย่านาง ใบบัวบก คั้นสด มาดื่ม หรือเป็นน้ำสกัดก็ได้ สำหรับคนไม่สะดวกคั้นเอง ทำไปตลอดวันตั้งแต่ 6.00 – 22.00 . และควรเข้านอนไม่เกิน 22.00 . ห้ามทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ให้เป็นวัน slow life ไปเลย

2. กินของสด ไม่ผ่านกระบวน ฤทธิ์ออก เย็น เบา จืด อาจมีขมได้ ถ้ากินแล้วรู้สึกดี

3. ทำโยคะหรือหายใจลึกยาวแต่เป่าออกทางปากให้มากจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย

4. นอนเร็ว

5. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2.5 ลิตร

6. งดยา เครื่องสำอาง ที่เป็นเคมีระคายเคืองผิว เช่น กลุ่มที่มีพาราเบนเป็นส่วนผสม whiteing ผลัดเซลล์ขัดผิว

7. หลีกเลี่ยง ความร้อน แสงแดด โยคะร้อน อบซาวน่า สตีม ทุกประเภท

8. อยู่ในที่สบายๆหลีกหนีสิ่งกระตุ้นต่างๆ

9. ฟังเพลงเบา ๆ มีสายน้ำไหล Tibet Bowl คือ อะไรที่ฟังแล้วเย็น ได้หมด

ป้องกันไม่ให้สิวนี้ขึ้นมาอีกตลอดไป

(รวมทั้งสิวก่อนประจำเดือน)

หัวใจคือ ต้องรักษาสมดุล ร้อนเย็น ให้ได้

ถ้าอยู่ตรงกลางได้ ก็จะไม่มีสิวอักเสบได้ตลอดไป

สำคัญมาก คือ

1. จิตที่ต้องละ โทษะ ให้หมด ให้ขาด ต้องฝึกฝนให้อภัยทานให้ได้ เพราะจิตและอารมณ์ภายในสั่งการต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนโดยตรง เมื่อปลดล็อคจุดนี้ได้ ความร้อนภายในตับ และระบบภายในจะลดลง ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดดีขึ้น เมื่อสองระบบนี้ดี ผิวพรรณจะดีขึ้น ผ่องขึ้น

2. การขัดเกลาจิตให้ผ่องใส (purifying your mind)

3. อาหารต้องสมดุล ต้องรู้จักรสอาหาร ร้อน เย็น และกินให้สมดุล ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป และปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ ฤดูกาล สถานที่ ที่เปลี่ยนแปลง

4. อย่าให้ขาดน้ำ น้ำต้องเต็มตลอด วันละอย่างน้อย 2.5 ลิตร นับเฉพาะน้ำเปล่าสะอาด อุณหภูมิห้องอย่างเดียว

5. ออกกำลังกายตามความรู้สึก เช่น เรารู้สึกร้อน ให้ออกแบบช้า เบา ให้มันเย็นลง เช่น โยคะเบา ๆ ช้า ๆ ว่ายน้ำ ถ้ารู้สึกเฉื่อย ๆ หนัก ๆ ก็ให้ออกแบบเร็ว เป็นต้น อย่าขาดการออกกำลังกาย จะช่วยระบายพลังความร้อนและเครียดที่อัดแน่นภายในได้ดี

6. เขียนระบายในไดอารี่หรือพูดให้ใครสักคนฟัง ถ้าไม่มีให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถ้าจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ต้องระบายออกนอก ต้องมีคนฟัง จะรู้สึกเบาลง และต้องเลือกคนที่จะฟังด้วย ไม่ใช่ทำให้เราร้อนขึ้นไปอีก พอระบายแล้ว ก็ฉีกเผาทิ้งได้เลย ถือว่า จบไป การเขียนระบายจะบำบัดได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ง่ายแต่ได้ผลจริง และไม่ต้องให้ใครรู้ด้วย อาจเหมาะกับคนที่ไม่ชอบให้ใครมารู้เรื่องของตัวเอง เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ

7. แผ่เมตตาเสมอ รักคนอย่างเต็มหัวใจ รักไม่เลือก ไม่แบ่ง ซึ่งแค่เอาอวิชชาหรือความเห็นผิดออก ค่อย ๆ ฝึกไป ก็จะอยู่ในสภาวะนี้ได้แน่นอน (เป็นสภาวะดั้งเดิมของแต่ละคนอยู่แล้วค่ะ)

8. งดการใช้สารที่อาจก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันที่อาจแฝงมาในเครื่องสำอางครีมบำรุงผิวยาสีฟันครีมอาบน้ำสบู่ฯลฯต้องตรวจสอบส่วนผสมของสิ่งที่ใช้ด้วยเพราะมันอาจเข้าไปเพิ่มพิษให้ตับได้

ลิงค์ที่แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม

ภาวะร้อนเย็น และการปรับสมดุลร้อนเย็น โดยหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ http://morkeaw.net

อด 24 ชม. วิทยาศาสตร์การล้างพิษบำบัดสารพัดโรค โดยนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล http://bit.ly/2AO0XqV

– Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด http://bit.ly/2OnEXVU

สิวซีเคร็ตซีรี่ย์ : ไขความลับสิวอักเสบ (สิวปิตตะ) กับบีมสิวซีเคร็ต ตอน 1 https://youtu.be/XlJmYEBfoEE

ตัวอย่างเพลงที่ทำให้พลังเย็นลงได้ https://www.youtube.com/results?search_query=water+music

ของกินเพิ่มสิวอักเสบและรอยแดง 10 อย่าง (ที่ควรงดในทันที) http://bit.ly/2OUiQan

– 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้วสิวหายขาดชัวร์! http://bit.ly/2Arwxuu

เกี่ยวกับบีม

https://acnefree101.blog/aboutbeam

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำแบบนี้

http://bit.ly/2uxD3cR

ไดอารี่รักษาสิวของบีม พ.. 2552 – 2561

http://bye-bye2acne.blogspot.com

ช่องทางการติดตาม

FaceBook : https://www.facebook.com/HolisticAcademyTH/

Line@ : http://line.me/ti/p/@holistic.academy

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ http://www.beamsecret.com

พิชิตสิวเรื้อรัง สร้างชีวิตใหม่ ได้ด้วยตัวเอง

#สิวจะหายขาดแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

#สิวจะหายแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

สิว สะท้อน ความสกปรก
ความสกปรกในกาย
ความสกปรกในจิต
ทั้งที่เรา “รู้ตัว” และ “ไม่รู้ตัว”
ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

เป็นสิวมาก ก็คือ สกปรกมาก
เป็นสิวน้อย ก็คือ สกปรกน้อย

แต่เป็นสิว ก็คือ สกปรก

การจะรักษาสิวให้หายขาด
เพียงแค่ทำขั้วตรงข้าม
ต้องทำให้ “กายและจิต” ให้สะอาด

ของสกปรกใน “กาย”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ ของกินที่ร่างกายไม่ต้องการ
ของที่กินไปแล้ว ย่อยไม่ได้
ของที่กินไปแล้ว ร่างกายไม่รู้จัก
ย่อยไม่ได้ ดูดซึมไม่ได้ เหลือตกค้าง
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ อากาศ น้ำ มลภาวะ ที่เป็นพิษ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายเซลล์ให้อ่อนแอ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอ
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย
สะสมในตับ ในเลือด ในน้ำเหลือง
อุดตัน จนก่อให้เกิดเป็นสิวผลักออกมา

ของสกปรกใน “จิต”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับจิต
คือ กิเลส ทั้งสามตัว โลภ โกรธ หลง
คือ ความคิดปรุงแต่งทางลบทั้งหลาย
คือ ความรู้สึกตกค้างทางลบทั้งหลาย
ความยึดติด ความไม่ปล่อยวาง

ความสกปรกที่ “สะสม” ในกายและจิต
จะทำให้ชีวิตที่เกิดมาก็ดีอยู่แล้วตามธรรมชาติ
วุ่นวาย สับสน ยุ่งเหยิง ผิดธรรมชาติ
ตกอยู่ในวังวนแห่งทุกข์
ผลคือ เป็นสิวไม่จบสิ้น…

การที่สิวจะหาย
จึงต้องทำควบคู่กันไป
ระหว่างการ “กำจัดของเสียเก่า” ให้หมดจดไป
และ “ไม่รับของก่อของเสียใหม่” เข้ามาเพิ่ม

อาวุธ สำคัญที่ธรรมชาติให้มา
เพื่อต่อสู้และปกป้องกายและใจจาก “ความสกปรก”
ที่ประเดประดังเข้ามาทักทายทุกวัน
คือ สติ + ลมหายใจ

เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือ ความสะอาด
แห่ง “กาย” และ “จิต”

เมื่อเราขัดเกลาตัวเองให้ “สะอาด” ได้แล้ว
สิวก็หาย … แค่นั้นเอง

สิว เป็น ผล
พฤติกรรม เป็น เหตุ

จะแก้ “สิว”
ต้องแก้ที่ “พฤติกรรม”

ต้องปรับตัวเองให้มี “พฤติกรรมสะอาด” เท่านั้น…
ก็จะ “หายขาด” ได้จริง ๆ

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาสาฬหบูชา๒๕๖๑

หนทางหลุดพ้นจากปัญหาสิวตลอดกาล
http://acnefree101.blog

สิวเปลี่ยนชีวิต (บีม)

สิวเปลี่ยนชีวิต (บีม)

ชีวิตสิว ๆ ที่เปลี่ยนไปของ #บีมซีเคร็ต
(ยาว แต่คุ้มค่าเวลาที่ได้อ่าน ให้พลัง ให้ความเชื่อมั่น กับคุณ)

บีมเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตมีความสุขดี
แต่ด้วยผิวที่ดำคล้ำแต่กำเนิด ตอนไปโรงเรียนชั้นประถม
ก็ถูกเพื่อนล้อตลอดว่า “ดำปากเป็ด”
ตอนนั้น “ข้าวนอกนา” เป็นหนังที่ดังมาก
ก็ดันอยู่ในกระแสซะงั้น!!! (โดนเลย)
.
และแล้ววันหนึ่ง ขณะอยู่ชั้น ป.4 (อายุ 11 ปี) ก็พบว่า
ตัวเองเริ่มหน้ามัน เป็นสิวเสี้ยนที่จมูก มีสิวข้าวสารที่หน้าผาก
มีกลิ่นตัวรุนแรง และมีเซลลูไลท์ที่ต้นขา ลามไปถึงน่อง
คุณแม่ก็เริ่มหาอะไรมาให้เราใช้ แบบเบสิค ๆ
สบู่น้ำผึ้ง โฟมแบรนด์หนึ่ง ครีมแบรนด์หนึ่ง ที่บีมไม่รู้จัก
แต่มั่นใจว่าไม่มีสเตียรอยด์ …
.
น้ำซาวข้าว แม่ก็ให้ลองเอามาล้างหน้าดู
ไปร้านทำผมกับแม่ คุณน้าช่างทำผมก็คงจะหวังดี
พูดตลอดเลยว่า เอาสิวมาให้น้าบีบดีมั้ย!?
ป. 6 แม่พาไปหาหมอที่เชียงราย ทายา ก็ไม่หาย
ก็เลยต้องปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ…

ป.4 – ป.6 เป็นอะไรที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองดูแย่
มีดีอย่างเดียวคือ เรื่องเรียน เรื่องวิชาการ
แต่ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน เพราะ ความหน้ามัน ดำ และสิ่วที่ขึ้นเพิ่ม
และการถูกปฏิเสธจาก Puppy Love (แหม…เร็วมาก ^^)
.
และที่เจ็บปวดที่สุด คือ คุณครูที่สอนพระพุทธศาสนาและมารยาท
ดุบีมว่า … หน้าเธอมันและดำมาก ไปล้างหน้าแล้วเอาทิชชู่ซับซะป่ะ!
.
แม่เจ้า…ภาพนั้นยังมีอยู่ในหัว แต่ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดตอนนี้แต่ประการใด เพียงแต่เล่าให้ฟังค่ะว่า เป็นเด็กที่ ดำ สิว มัน เหม็น ครบ!!!
โรลออนที่ใช้ ก็ติดเสื้อเป็นคราบ ๆ เหลือง ๆ ซักก็ไม่ค่อยจะออก
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง … มันก็อายเพื่อนนะ แต่ว่า
จะให้ซื้อใหม่ก็เกรงใจแม่ เสื้อมันยังไม่เก่าเลย

พอขึ้นชั้นมัธยม ก็ไปเรียนที่เชียงใหม่ จังหวัดใหญ่ขึ้นมาหน่อย
เป็นโรงเรียนที่ดีมาก ๆ สังคมดี วิชาการดี คุณครูดี
.
แต่เรานี่สิ … เด็กต่างจังหวัดที่เชยระเบิดมาก ๆ เข้าเมืองใหญ่
จากที่เคยไม่ค่อยมั่นใจตัวเองอยู่แล้ว
มาเจอ ขาว สวย หมวย รวย ยิ่งรู้สึก “ด้อย” ไปกันใหญ่
.
แต่ก็อย่างว่า มีดีอยู่อย่างนึง คือ เป็นคนตั้งใจทำอะไรก็สำเร็จ
และเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ก็ยึดจุดนั้นเป็นจุดหลักของชีวิตไปก่อน
มันก็เลยยังพอถ่วงดุลชีวิตได้ให้ไม่รู้สึกล้มเหลวมากไป
.
ตอนอยู่ชั้นมัธยม สิวก็ขึ้นอยู่เรื่อย ๆ
แต่พอดีเห็นเพื่อนคนหนึ่ง ตอนแรกหน้าเป็นสิวเยอะ
แต่สักพัก เห็นเขาหน้าใสกิ๊ง เลยถามเขาว่าไปทำอะไรมา
เขาบอกว่า ไปหาหมอที่คลินิก “ร” (ปัจจุบันนี้ยังมี)
.
เราก็เลยไปเสาะแสวงหา เข้าไปรักษาจนได้
แล้วก็พบ “ทางสว่าง” ของเราในตอนนั้น
กินยา ทายา แค่ 2 สัปดาห์ หน้าใสกิ๊งๆๆๆ
ดีใจมาก ๆ

แต่สัจธรรมก็บังเกิดให้เห็น
คือ เริ่มมีอาการปัสสาวะเหม็นตามยาที่กิน
เริ่มมีภาวะลำไส้ทำงานไม่ปกติ
ปวดท้องเหมือนมีแผลตลอดเวลา
.
ประกอบกับตอนนั้นเป็นนักกีฬาด้วย
เราก็อยากสูง ก็อัดนมวัวเยอะมาก ๆ
ผลคือ ถ่ายเหลวบ่อยมาก ๆ
แถมโครกครากในท้องตลอด
.
และก็อยากจะอ้วนขึ้น (เพราะเป็นคนผอม)
ก็กินไก่ทอด กินพิซซ่าขอบชีส กินบราวนี่ เบเกอรี่
อัด ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะคิดว่า จะได้มีน้ำหนักขึ้นได้
.
ยังไม่พอ…ด้วยความที่เป็นเด็กหอ
ก็นอนดึก กินดึก ตามประสา
บางทีวันหยุดก็เม้าท์มอยกับเพื่อนถึงตี 4-5
บางทีเล่นเยอะไป ก็จะกลับมาอ่านหนังสือทำการบ้านถึงดึกมาก
ถึงจะเล่นอะไรขนาดไหน แต่การเรียนไม่เคยต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอ
.
แต่ที่เครียดเพิ่มทุกปี ๆ คือ
สิวที่เพิ่มขึ้น หยุดยาไม่ได้ หยุดแล้วไม่เกิน 3 เดือนกลับมา แถมเพิ่มอีก
กลิ่นตัวที่รุนแรง คราบที่บริเวณใต้วงแขนของเสื้อยังคงมีปัญหาอยู่เสมอ
ผิวที่หยาบ ดำ กร้าน อาจจะเพราะเล่นกีฬาด้วย ว่ายน้ำด้วย คือ ดูเหมือนทอมคนหนึ่งเลยทีเดียว
.
นั่นคือ บีมตอน ม.ต้น ที่สิวยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิต
รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เราไม่รู้ว่ามันพ่วงมากับ “สิว”
คือ ความมั่นใจในตัวเองและสุขภาพที่ถดถอยลง
และปริมาณไขมันเลวที่เริ่มสะสมในตัว!!!

ตอน ม.ปลาย เพื่อนบอกว่า หุ่นดี หน้าตาน่ารักดี ไปคัดเชียร์ลีดเดอร์
แต่ก็ไม่ติด…
ก็เลยไม่สนใจละ
มาตั้งใจเรียนก็แล้วกัน…
เพราะอีก 3 ปีก็ต้องเลือกคณะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยละ
.
จริง ๆ เป็นคนชอบด้านภาษามาก ๆ
แต่ด้วยความที่เพื่อนสนิทไปเรียนสายวิทย์กันหมด
และเราก็รู้สึกว่า มันไม่รู้ว่า สายศิลป์เรียนแล้วจะไปทำอะไร
เราตัดสินใจเองไม่เป็นในตอนนั้น
ก็เรียนตามที่ครอบครัวอยากให้เรียนด้วย
.
ทำให้เราต้องเรียนหนัก ถึงจะได้เกรดสูง ๆ ตามที่ตั้งใจ
กลายเป็นสะสมความเครียดไม่รู้ตัวอีก
ทุกอย่างกินเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิมเหมือน ม.ต้น
แต่ไม่ได้เล่นกีฬาเท่าไหร่แล้ว ก็เน้น กิน เรียน นอน
เที่ยวเล่นกับเพื่อน (เป็นคนเที่ยวน้อยมาก และไม่เที่ยวกลางคืน)
.
แต่ที่เพิ่มมา คือ ยาโรแอคคิวเทน
ตอน ม.ต้น กินยาปฏิชีวนะ ชื่อ Doxycycline
ตอน ม.ปลาย หมอคนเดิม จ่าย โรแอคคิวเทน
เป็น “ยาใหม่” ในยุคนั้น ที่ราคาแพงแต่กำราบสิวได้ทุกประเภท!!!
.
กินไปสักพักไม่นาน เกิดอาการตาแห้ง ปากแตกอย่างแรง
ผนวกกับสุขภาพที่แย่อยู่แล้ว ก็เกิดอาการคันตามหาศาล
ไปโรงเรียนไม่ได้ในวันหนึ่ง…
และรู้สึกอารมณ์แปรปรวนหนัก
เคยคิดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แบบไม่มีเหตุผล
อยู่ดี ๆ ก็แว่บขึ้นมา เห็นระเบียงก็อยากจะกระโดด
.
อาจจะด้วยตอนนั้น เราอยากเรียนคณะภาษาอังกฤษ
แต่ที่บ้านอยากให้สอบต่อเรียนหมอ … คือ เรารู้สึกกดดันอย่างมาก!!!
พอมันผสมกับอะไรที่เป็นอยู่ เลยไปกันใหญ่!

แต่อาการไม่สบายตาอย่างหนัก
เหมือนมีอาการภูมิแพ้ไม่หยุดหย่อน
ประกอบกับ “ผมร่วง” เกินพิกัด
คือ ร่วงจนน้องสาว (ที่อยู่ห้องเดียวกัน) ตกใจอย่างมาก
และจากที่บีมผมหนา ก็บางลงมากอย่างน่าตกใจ
.
จึงตัดสินใจ ไปหาข้อมูลยาตัวนี้ในอินเตอร์เน็ต
ยุคนั้นต้องไปร้านเน็ต ชั่วโมง 10-15 บาท
แถว ๆ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (หลังมอ)
ก็พบว่า ยานี้เป็นยาอันตราย และไม่ดีต่อตับมาก ๆ
.
วันที่ไปพบหมอ ก็เลยไปถาม …
“คุณหมอคะ เห็นข้อมูลบอกว่า ยานี้ไม่ดีต่อตับ มันกินได้เหรอคะ”

หมอตอบว่า …
“ตับอยู่ข้างใน หน้าอยู่ข้างนอก เธอเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
.
เฮ้ยยยยย … ทำไมตอบงี้! (คิดในใจ)
จากจุดนั้น ก็ตัดสินใจเลยว่า “จะต้องเอาชนะหมอให้ได้” 555
จะรักษาทั้งตับและหน้าให้มันดีไปพร้อมกันนี่แหละ
แต่จะทางไหนล่ะ???

หลังจากนั้น
เหมือนจิตใต้สำนึกมัน “ปฏิเสธ”
การรักษาแบบนั้นไปโดยสิ้นเชิง
.
แต่เราห่างมันได้ไม่นาน เราก็ต้องกลับมาอยู่ดี
แต่ตอนหลัง ๆ จะแค่เข้าไปซื้อยา
แต่พอไปซื้อบ่อย ๆ แต่ไม่พบหมอ
ก็โดนบังคับให้พบอีก…
.
ก็แสวงหาครีมข้างนอกมาใช้
ก็ใช้ไม่ได้…ไม่มีความรู้อะไร
ใช้แล้วก็ไม่ได้ผลเหมือนไปหาหมอคลินิกนั้น

จากนั้น ก็ได้มาเรียนต่อในกรุงเทพฯ
โจทย์เดิมอีก เรื่องสิวจะทำยังไง
มีดีเรื่องเดียวเหมือนเดิม คือ เรื่องเรียน
.
เรื่องอื่นเฟล ไม่มั่นใจตัวเอง
อยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์ก็ไม่ยอมไปคัดล่ะคราวนี้
.
เพราะนี่มาถึงกรุงเทพฯ เพื่อนเป็นเด็กเตรียมอุดมเอย
คือ เด็กในเมืองอ่ะ
ต่อให้มีเพื่อนในกลุ่มเชียร์ก็เถอะ …
แต่ No มันไม่ใช่ชั้น!!!
จะไปสู้กับเขายังไงได้ (วะ) ก็ตัดโอกาสตัวเองไปอีก

ตอนนั้น ชีวจิตกำลังดังมาก
ด้วยความเป็นคนชอบห้องสมุดมาก ๆ
ก็ไปหาข้อมูล เจอหนังสือ ชีวจิตรักษาสิว
มีกินวิตามิน สวนลำไส้ ฯลฯ
.
ก็ลองทำดู
แต่…ลำบากมากกับการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ
เพราะอยู่หอ อุปกรณ์ไม่พร้อมเลยจริง ๆ
.
กินวิตามินไม่เห็นจะได้ผลอะไร
(เพราะทำอย่างอื่นเหมือนเดิม
กินดึก นอนดึก กินมัน ฯลฯ
แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ไงคะ)
ก็ล้มเลิกไป…
.
แต่ก็ไม่หยุดแสวงหา หนทางเอาชนะคำพูดหมอคนนั้น
มันก็หา ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ดีอยู่อย่างคือ ตอนนั้นครีมในเน็ตยังไม่มีนะ
มันก็ใช้ทั่วไปนี่แหละ ที่ไม่ผสมสารสเตียรอยด์ แบรนด์ในท้องตลาดเกี่ยวกับสิวทั่วไป
มันก็งั้นๆ แหละ

จนกระทั่ง ไปอ่านนิตยสารเล่มแบรนด์ดังเล่มหนึ่ง
ก็มีโฆษณาเล็ก ๆ กรอบหนึ่ง
เขียนว่า “ปลูกผิวใหม่ด้วยธรรมชาติบำบัด” อะไรแบบนี้
.
แล้วก็เขียนคำโฆษณาประมาณว่า “ผิวเกิดใหม่” คือ สนใจมาก ๆ
นั่งรถเมล์ไปจากมหาวิทยาลัยไปที่นั่น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง กลับอีก 3 ชั่วโมง
.
แต่ยอม… แต่แพงมากกก แต่ก็อยากมาก
เนื่องจากไม่ได้เข้าเต็มคอร์สล่ะมั้ง
ได้วิตามินกับครีมมาชุดนึงประมาณ 3,000 บาทกว่า ๆ
เอาไปใช้ ตอนแรกก็ดูผิวผลัดเซลล์ดี
สัก 7 วัน ผิวเริ่มลอกและยุ่ย ๆ
เริ่มอักเสบ แดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวเคราของผู้ชาย
(กรอบหน้า แต่แนวกว้างเป็นปื้นเลย ที่ยังเห็นเป็นแนวรอยแผลอยู่ทุกวันนี้)
.
ตอนนั้น ที่สถานที่นั้น ก็มองหน้าเราแบบแปลกใจว่า “เกิดอะไร”
เราถามพี่ ๆ เขา รวมถึงคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักบำบัด
เขาไม่มีคำตอบให้เลย …
.
เด็กต่างจังหวัดตัวเล็ก ๆ ไม่มีเงินทองอะไร
ก็ถอยตัวเองออกมา ไม่ได้ใช้ของและไม่ได้ไปอีก
เพราะแพง แล้ว พัง!!!
.
ทำให้เสียโอกาสในการเข้าคัดเลือก
“ผู้ถือป้ายงานฟุตบอลมหาวิทยาลัยจุฬา – ธรรมศาสตร์” ไปโดยสิ้นเชิง
และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมใด ๆ ได้อีกเลยนับแต่ตอนนั้น

ด้วยความที่เราไม่อยากกลับไปหาหมอเดิม
ที่เคยเลี้ยงไข้เรามา (มีอยู่ทั่วประเทศ)
เราก็ไปหาอีกที่ แต่โชคร้ายที่ที่นี่
ดันมาขัดหน้าเรา ซ้ำเติมความเสียหายไปอีก
.
เจ็บปวด ทรมาน ทุกคืน ทุกวัน ที่ผ่านไป
นอนร้องไห้คนเดียวตลอด…ในห้องพัก
ใครเห็น ก็แสดงแววตา “สมเพช” “สงสาร” “เห็นใจ”
บางคนก็กล้าถาม บางคนก็ไม่กล้าถาม…
.
เรานี่คือ เรียนเสร็จ รีบกลับมาห้องเลย
หิวก็เดินออกไปซื้อข้าวห่อ มานั่งกินที่ห้อง
แม่มาเยี่ยม ก็สงสารเรามาก แต่ท่านก็ไม่รู้จะช่วยเราอย่างไร
ได้แต่บอกว่า เอาเงินนี้ไปหาหมอซะนะลูก…

แต่ในวิกฤติ บีมก็ทำให้เป็นโอกาส
เอาเวลาเศร้า ๆ มาอ่านหนังสือให้หนัก
เทอมนั้น ได้เกรดสูงสุดจากทุกเทอมที่เรียน!
เปลี่ยนพลังลบ เป็นบวกจนได้

แต่ก็เฮ้อ…ทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ด้วยวะ! (สิว)
เอาวะ ไปก็ไป ทำอะไรเองไม่ได้ละ
ก็ตัดสินใจไปหาหมอเดิมที่เคยรักษาแล้วหายเร็ว
คุณหมอดูหน้า ถามว่า ไปทำอะไรมา ผิวค่อนข้างแย่เลย
.
ก็เล่า ๆๆๆ ให้คุณหมอฟัง
ก็ได้ยามา ยาก็เหมือนเดิม
และก็เป็นไปตามที่คาดไว้
ยาที่นี่ดีและแรงจริง ๆ
ไม่นานเกินรอ ผิวก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
.
แต่…สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปคือ
รอยแผลเป็นลักษณะพังผืดเล็ก ๆ
ที่ทำให้เห็นเม็ดไขมันขาว ๆ ใต้ผิวชัดเจนมากมาย
ถามหมอว่า แบบนี้จะหายแล้วกลับไปเรียบเนียนได้เหมือนเดิมไหมคะ
หมอบอกว่า “เท่าที่เห็น หมอยังไม่มีทางไหนนะ”

เฮ้อ…ช่างมันเหอะวะ
สิวหนัก ๆ นั้นหายก็ดีละ

สักปี 3 เราก็ได้รู้จักแบรนด์ขายตรงแบรนด์หนึ่ง
เพื่อนในคณะมาชวนไปดูงานและทำ
เราก็เลยได้รู้ว่า
อ้อ มีคนใช้เครื่องสำอางและอาหารเสริมสิวหายด้วย ไม่ต้องใช้ยา
.
เราก็ทดลองใช้อยู่ ซึ่งตอนนั้น แพงมาก ๆ สำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเรา
แต่ถ้ามันคุ้มกับการที่ไม่ต้องไปหาหมออีก และสามารถมีผิวที่สดใสตามปกติ
เหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน ที่ไม่ต้องไปหาหมอได้ ก็ยอม…
.
แล้วมันก็เป็นไปได้จริง ๆ ทำให้เราเห็นทางสว่าง
แล้วก็ห่างหมอมาได้จริง ๆ
แต่ก็ไม่หายขาด เราเลยไปเสาะแสวงหามาว่า
จะซื้อยาที่ขายที่คลินิกนั้นได้ที่ไหนบ้าง
ก็เป็นที่มาของการไปเจอกลุ่มยาที่มีเบนซอยด์เพอร็อกไซด์
เราก็เอามาใช้ทาละลายสิวมาเรื่อย ๆ ก็รู้สึกดีที่หายาที่หมอจ่ายมาใช้เองได้
ฟีลคือ ไม่ต้องไปคลินิกละ ชั้นรักษาเองได้แล้ว แบบนั้น!

ชีวิตก็เป็นแบบนั้นมาเรื่อย ๆ
แต่สิ่งที่ลดลงเรื่อย ๆ คือ ความมั่นใจในตัวเอง
เพราะตอนทำงาน ตอนแรก ๆ ก็ดี เพราะเราพึ่งจบใหม่
และได้เกียรตินิยมมาด้วย สมัครงานที่ไหน เขาก็รับหมด
.
ยกเว้น งานโรงแรมกับสายการบิน ที่เราอยากทำมาก
แต่ทำไม่ได้ และไม่ได้สมัคร เพราะ มีรอยแผลเป็นผ่าตัดที่แขน
และรู้สึกว่า “ตัวเองไม่สวย ดูห่วย ดูแย่ ตัวเหม็น แถมเป็นสิวอีก”
.
ที่ทำงาน เรารู้สึกว่า คนหน้าตาดี ๆ ผิวพรรณดี ๆ ได้โอกาสดี ๆ เสมอ ๆ
ในขณะที่เราต้องทำงานงก ๆ ทำงานเยอะ แต่ก็รู้สึกว่า…นั่นไม่ใช่ที่ของเราเลยจริงๆ
ชีวิตพนักงานประจำของบีม มันไม่ได้สดใส มันแย่ มันดาวน์มาก ๆ

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2551 ขณะไปทำงานประจำที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
เป็นครั้งแรกที่บีมได้ปล่อยหน้าเต็มที่ และโชคดีที่ที่นั่น เขาไม่สนใจเรื่องสิวเลย
แล้วบีมก็ไม่รู้จะไปเข้าคลินิกไหน ก็ปล่อยผิวอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม
.
มีเงินเดือนดี ก็ไปซื้อของแบรนด์ดีๆ ที่เคลมเรื่องสิวใช้ดู
ปรากฏว่า ใช้แทบไม่ได้เลย … หน้าก็แย่ แต่ดีไม่มีใครสนใจ แถมมีคนมาชอบอีก…
.
เลยเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า ประเทศอื่น เขาไม่ได้สนใจสิวและรูปลักษณ์ภายนอกเท่าประเทศไทยเลย
ก็เลยอยู่แบบสบายใจมาก ไม่รู้สึกด้อยอะไร
ยกเว้นแต่ งานประจำที่เรารู้สึกว่า “เราคงไม่เหมาะกับงานประจำแล้วล่ะ”

ก็เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านที่ อ.พาน
เป็นครั้งแรกที่ได้มาอยู่บ้านแบบจริงจัง
ปกติ บ้านที่เชียงราย คือ แค่ปิดเทอมแล้วมาอยู่แป๊บ ๆ
เราก็จะติดการอยู่ที่อื่นมาก ๆ เพราะรักอิสระมาก ๆ
แต่ที่กลับมาเพราะ อยากมาดูแลคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะท้าย ๆ
และกลับมาช่วยคุณแม่ดูแลที่บ้าน เพราะคุณแม่ยังต้องไปสอนอยู่

ณ จุดนั้น
เป็นจุดที่บีมอยู่ในสถานะ
เป็นสิวไม่หาย
ความมั่นใจและความเคารพตัวเองต่ำที่สุดในชีวิต
(ไม่คิดว่าจะต่ำได้ขนาดนั้นในชีวิต)
.
แต่หัวใจกตัญญูในตอนนั้นและพลังนี้มันทำให้เราอยู่ได้
บีมได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะและนั่งสมาธิมากขึ้นที่บ้าน
หลังจากที่ชีวิตวุ่นวายมานาน ก็ได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
แต่ก็มีปัญหากับคุณแม่ตลอด เพราะคุณแม่อยากให้เรามีงานที่มั่นคง
อยากให้รับราชการ แต่เรารู้ว่า มันไม่ใช่เรา…

บีมก็เลยอธิษฐานจิต
ขอให้ตัวเองได้เจอกับหนทางที่จะ

– ได้อยู่บ้านดูแลคุณยาย
– ได้รายได้ที่แม้จะอยู่บ้านก็สามารถมีรายได้เข้ามาได้

จิตก็ให้คำตอบผุดมาว่า ต้องเป็น expert นะ
ที่คนจะเข้ามาหาแม้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
.
ซึ่งจากประสบการณ์ในแผนก Recruit ของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง
ทำให้บีมเรียนรู้ว่า “คนเก่ง ๆ มีฝีมือ จะมีคนซื้อตัว มีคนต้องการเสมอ ไม่ต้องกลัวอดตาย”
.
จากตรงนั้น บีมก็คิดว่า ด้วยเงื่อนไขและหน้าตักที่มี คือ แล็ปท็อปเก่า ๆ 1 เครื่อง + กล้องใส่ถ่าน FUJI 1 ตัว + อินเตอร์เน็ตแบบเติมเงิน loxinfo + ความสามารถและใจรักด้านการเขียน + เวลาช่วงที่คุณยายหลับ + สิวของเรา เราสามารถพัฒนาตัวเองสู่ความเป็น expert เรื่องสิวได้ ที่อยู่บ้านแล้วใคร ๆ ก็เข้ามาหา และเราก็น่าจะสามารถสร้างรายได้ได้จากตรงนี้
.
จากจุดนั้น บีมก็ได้เริ่มค้นหาแนวทางการรักษาสิวของตัวเองแบบจริงจัง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นวิธีที่ไม่ใช้เงินเลย หรือใช้น้อยที่สุด (เพราะตอนนั้นบีมไม่มีรายได้อะไร) และต้องเป็นแนวธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ฮอร์โมน ไม่ใช้อะไรอย่างที่เคยใช้มาทั้งหมด
.
จากความ “หลังชนฝา” ในวันนั้น ก็ทำให้บีม…มีวันนี้ค่ะ
ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถอ่านได้จากบันทึกของบีมทั้งหมดได้ที่
http://bye-bye2acne.blogspot.com

หลังจากที่ได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ด้วยตัวเอง
และทำงานด้านสิวมากว่า 9 ปีแล้ว (เริ่มปี พ.ศ. 2552)
บีมมีการพัฒนาตัวเองภายในที่เป็นผลจากการศึกษาการรักษาสิวแนวธรรมชาติอย่างมาก
.
ส่งผลให้ นอกจากภาวะสิวเรื้อรังหนัก ๆ จะหายไปแล้ว
ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ต่าง ๆ ก็ลดลงไปเป็นลำดับ
ผลลัพธ์ที่บีมได้จากการดูแลแนวทางที่เผยแพร่สู่เพื่อน ๆ ในเพจนี้
มีดังนี้ค่ะ
.
– มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ (จากการปฏิรูปจิตและการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง)

– เป็นอิสระจากวงจรการเข้าคลินิกอย่างสิ้นเชิง (เพราะมีวิชาดูแลตัวเอง)

– กลิ่นตัวที่รุนแรงหายไป (จะมีบางช่วงที่มีเพราะเป็นช่วงดีท็อกซ์ระดับลึกค่ะ แต่ไม่นานก็จะหายไปในโปรแกรมดีท็อกซ์นั้นเอง) และผิวใต้วงแขนที่ดูดีขึ้น กล้าใส่แขนกุด

– มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตมากมาย

– ไม่รู้สึกอิจฉาใคร เพราะเรามั่นใจในความสวยแบบฉบับของเรา

– รู้สึกรักตัวเอง และ แบ่งปันความรักให้ผู้อื่นได้มากขึ้น (เมื่อก่อนเป็นหลุมดำ เรียกร้องความรัก)

– ตื่นมามีความสุขกับผิวและสุขภาพที่ดีของตัวเอง (หน้าไม่มันเยิ้มพร้อมสิวและรูขุมขนกว้างเหมือนก่อน)

– ตื่นมาพร้อมพลังที่ดีทุกวัน (เมื่อก่อน นอนดึก ตื่นสาย งัวเงียตอนตื่น)

– มีความรู้ ประสบการณ์ เรื่องสิวระดับลึก สามารถนำมาช่วยผู้คนได้ และนำมาสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องทำงานประจำ

– มีความรู้ด้านสุขภาพ ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี มีพลัง และทำให้คนในครอบครัวได้ปฏิบัติตามและมีสุขภาพดีไปด้วย คุณแม่เลิกการใช้ยาโดยสิ้นเชิง เราได้ดูแลลูกให้แข็งแรงด้วยวิชาธรรมชาติบำบัดที่เรามี ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ

– มีสังคมที่ดีจากแฟนเพจและเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจเหมือนกันทางออนไลน์ เป็นสังคมและชีวิตที่เราเลือกได้เอง ไม่ต้องทนอยู่กับอะไรที่ไม่ใช่ ไม่ชอบ เหมือนตอนทำงานประจำ

– เลือกที่จะมีชีวิตในแบบที่ต้องการได้มากกว่า 80% ซึ่งกำลังขยับสู่ความมีอิสระในชีวิตทุกด้านเพิ่มขึ้นทุกวัน

========================
สุดท้ายนี้…
บีมขออวยพรให้ทุกคน
ที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้
ประสบความสำเร็จ
ในการแก้ปัญหาสิว
เพราะถ้าคุณแก้ปัญหาสิว
ด้วยวิธีการที่บีมนำเสนอได้ผ่าน
ชีวิตของคุณ จะผ่านได้อย่างราบรื่น
ทุกเรื่อง แน่นอนค่ะ…

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
Beyond Acne, is Health & Well-Being!
มากกว่าสิว คือ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี!

น้ำมันมะพร้าวกำจัดสิว

จากการทดลองของบีมพบว่า… น้ำมันมะพร้าวสามารถทำให้ผิวที่เป็นสิวเรื้อรังดีขึ้นได้จริง ด้วยสรรพคุณด้านการล็อคน้ำให้ผิว ฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหลากหลายชนิด และละลายสิวอุดตัน หากใครสามารถเรียนรู้การใช้ และ อดทนจนผ่านพ้นช่วงปรับผิวไปได้ ก็จะพบผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกคนค่ะ อัลบั้มนี้สรุปความรู้ที่บีมได้รับจากการทดลองมาให้ เข้าใจง่าย และ มีตอบคำถามที่ได้รับบ่อย ๆ จากแฟนเพจมาให้ด้วยนะคะ จะได้เข้าใจวิธีใช้อย่างถูกต้องค่ะ

coconutoil_acne_1

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถใช้ปรับปรุงคุณภาพผิวที่เป็นสิวเรื้อรังให้กลับมาแข็งแรงขึ้นได้ สิวลดลงได้จริง หากเรียนรุ้วิธีใช้ ฝึกฝนการใช้ให้ถูกต้องค่ะ

coconutoil_acne_2

บนใบหน้าของเรา จะมีส่ิงสกปรกที่ละลายในไขมันอยู่ทั้งบนผิวและมีไขมันที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ซึ่งไม่สามารถถูกชำระล้างด้วยน้ำเปล่าได้ค่ะ

ปกติแล้ว เราจะต้องใช้ยาในการละลายอุดตัน แต่จริง ๆ แล้ว น้ำมันมะพร้าวนี่ล่ะค่ะ ตัวละลายการอุดตันช้ันดี เพราะ เมื่อมันซึมลงสู่ผิวชั้นผิวแล้ว มันจะทำให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้น และจะไปทำให้น้ำมันที่แห้งเป็นก้อนในรูขุมขนเหลวขึ้น ทำให้ไขมันอุดตันและสิ่งสกปรกในรูขุมขนลอยขึ้นมาบนผิวได้ จึงทำให้สิวอุดตัน สิวเสี้ยนหลุดง่ายขึ้น และอาจทำให้รู้สึกว่าสิวเพิ่มขึ้นในช่วง 7-14 วันแรกที่ใช้ค่ะ เป็นผลจากการลอยตัวขึ้นมาของกลุ่มไขมันอุดตันนี้เองที่ดันออกมาหน้าผิว และพบว่าส่วนใหญ่จะหลุดง่าย และหลุดได้เองเมื่อล้างหน้าหรือสะกิดนิดหน่อย ก็หลุดได้แล้วค่ะ

เป็นตัวช่วยละลายสิวอุดตัน โดยไม่ทำร้ายผิวเหมือนตัวยาBenzoyl Peroxide เลยค่ะ อ่อนโยนต่อผิวมาก ๆ

coconutoil_acne_3

น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริค (Lauric acid) สูงมาก ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับกรดไขมันที่มีในนมแม่ เมื่อบริโภคเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นโมโนลอรินที่มีฤทธิ์ในการช่วยฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ยีสต์ โปรโตซัว เป็นต้น

โดยไม่ทำให้เกิดอาการดื้อยาของเชื้อโรค และสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดที่เกราะไขมันห่อหุ้มเซลล์ ซึ่งยาปฏิชีวนะทั่วไปไม่สามารถฆ่าได้

ข้อนี้บีมได้ทดลองและเห็นได้ด้วยตัวเอง คือ ทาน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ 20 นาที หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว ในบริเวณที่เป็นสิว (หรือทั่วหน้าก็ได้ค่ะ) แล้วเราล้างออกให้สะอาดอีกที ทาทุกวัน จะพบว่า สิวลดลลง หลุดง่าย หายอักเสบค่ะ

และกรณีลูกของบีมติดไวรัส เราเรียนรู้ว่า น้ำมันมะพร้าวฆ่าเชื้อไวรัสได้ด้วย ซึ่งหมอบอกว่าไม่มียาฆ่าได้ พอให้ลูกกินร่วมกับการรักษาตามปกติ พบว่า น้องหายเร็วกว่าการกินยาอย่างเดียวหลายเท่า แสดงว่ามันฆ่าเชื้อหลากหลายได้จริง แต่บีมให้เขากินร่วมกับตัวอาหารเสริมตัวหนึ่งและเกลือหิมาลัยด้วยค่ะ จึงส่งเสริมกันได้ดี

ข้อมูลอ้างอิงจาก http://bit.ly/2ml0McG

coconutoil_acne_4

กรดไขมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผิว และ การที่ผิวนุ่มยืดหยุ่น แสดงว่ามีไขมันเป็นส่วนประกอบของผิวนั่นเอง แต่การที่เราใช้ยารักษาสิวหลายชนิด การใช้ตัวล้างหน้าที่มี SLS, SLES และการทำอะไรที่รุนแรงมากมายต่อผิว การตากแดด โดนความร้อน ฯลฯ ส่งผลให้กำแพงผิวอ่อนแอลง ทำให้ขาดความชุ่มชื้นยืดหยุ่น
ซึ่งกรดไขมันจากน้ำมันมะพร้าว จะช่วยเข้าไปเสริมสร้างเกราะชั้นไขมันให้ผิว เก็บกักน้ำในผิวได้มากขึ้น ทำให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวสามารถอุ้มน้ำได้มากขึ้น และกำแพงผิวแข็งแรงขึ้น ลดความหยาบกร้าน และลดการอักเสบของผิวที่เป็นผลจากการโดนเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมโจมตีเมื่อผิวเกิดรูให้จู่โจมจนอ่อนแอเรื้อรัง

เมื่อผิวอิ่มน้ำ ผิวจะแข็งแรงขึ้น จะอักเสบน้อยลง ระคายเคืองน้อยลง

coconutoil_acne_5

น้ำมันมะพร้าวจะช่วยดึงเอาสิ่งสกปรกที่ละลายในน้ำมัน (SEBUM) และไขมันส่วนเกินที่อุดตันในรูขุมขนให้ออกไปพร้อมกัน แต่จะต้องมีวิธีการใช้และทำความสะอาดที่ถูกต้อง จึงจะไม่เกิดการอุดตัน และหน้ายังสะอาดมาก ๆ ด้วยค่ะ

วิธีการล้างที่แนะนำ ให้ทำตามคลิปที่บีมเคยสอนไว้ที่นี่นะคะ http://bit.ly/2uxD3cR มีคนใช้แล้วได้ผลจริงไปแล้วหลายรุ่นค่ะ

coconutoil_acne_6

จุดที่ต้องระวังมีแค่ 2 จุดคือ

1. แพ้น้ำมันมะพร้าวหรือไม่? เพราะถ้าแพ้ ก็จะมีอาการคันระคายเคือง เป็นผดผื่น ไม่สบายผิว ภายใน 3 ชม. หลังการใช้ได้ค่ะ ก็ต้องเลิกใช้ แล้วไปหาน้ำมันอย่างอื่นแทน แนะนำเป็นน้ำมันงาก็ได้ค่ะ

2. ระวังการล้างไม่สะอาด ซึ่งหากใช้ตัวล้างหน้าหรือวิธีที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวออกไม่หมด จะเกิดปัญหาอุดตันได้แน่นอน ยิ่งทำให้หน้าเหนียว เหนอะ หนัก (บีมเคยเทสต์ด้วยการใช้น้ำมันมะพร้าว แล้วเอาผงถั่วเขียวล้างหน้าค่ะ มันไม่ได้ สิวอุดตันขึ้นจริง พอปรับตัวล้างหน้า ให้ล้างได้สะอาดขึ้นเท่าน้ันล่ะค่ะ สิวอุดตันก็หายเลยภายในการล้าง 2-3 ครั้ง)

coconutoil_acne_7
แนะนำให้ใช้วิธีเทสต์แบบที่เขาใช้กันทั่วไปค่ะ คือ ทาน้ำมันมะพร้าวที่บริเวณหลังหู หรือ ข้อพับ ทิ้งไว้ 6-12 ชม. โดยไม่ต้องล้างออก ถ้าไม่มีอาการอะไร ก็แสดงว่าไม่แพ้ค่ะ
coconutoil_acne_8
จากประสบการณ์ของตัวเองและฟีดแบ็คจากคนที่ได้ทดลองใช้ พบว่า ช่วงที่จะมีสิวลอยออกมา หน้าดูหมอง ดร็อปลง จะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ค่ะ แต่ทุกคนจะรู้สึกว่า สิวอุดตันลดลง ผิวนิ่ม สิวอักเสบลดลง สิวหลุดง่าย ผิวอิ่มน้ำ ซึ่งผิวที่รู้สึกไม่ค่อยเรียบเนียน จะเรียบเนียนขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ไม่นานเกินรอค่ะ ก็ขอให้อดทน

ถ้าไม่แพ้ หรือ ไม่ได้รู้สึกว่ามันเหนอะจนทนไม่ไหวจริง ๆ ก็แนะนำให้ใช้ต่อไปนะคะ แล้วจะดีเอง ผิวจะแข็งแรงมีภูมิต้านทานต่อสิ่งแปลกปลอมและแสงแดดเพิ่มด้วยค่ะ

coconutoil_acne_9
จากการสังเกต บีมพบว่า ถ้าเป็นกลุ่มที่เป็นแฟนเพจของบีมหรือเป็นสิวเรื้อรัง จะมีขึ้นมาก่อนเสมอค่ะ แต่จะมากน้อยก็แตกต่างกันไปค่ะ อยู่ที่ว่ามีอะไรอยู่ในผิวมาก่อนมากน้อยแค่ไหน แต่โดยปกติแล้วก็ไม่ควรเกิน 30 วันค่ะ
coconutoil_acne_10
บีมขอยกวิธีการเลือกน้ำมันมะพร้าวมาจากเว็บนี้นะคะhttp://bit.ly/2ml0McG ซึ่งสรุปได้ดีมากแล้ว

การตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันมะพร้าว
1. น้ำมันมะพร้าวในเบื้องต้นให้ดูที่โรงงานการผลิต ฉลากบนขวดมีเครื่องหมาย อย. รับรองหรือไม่

2. น้ำมันมะพร้าวที่ดีควรมีอายุการใช้งานนานประมาณ 5 ปีแม้จะเปิดใช้แล้วก็ตาม (แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นหืน เหม็นเปรี้ยวแล้วไม่ควรรับประทาน)

3.น้ำมันจะต้องมีความใสและความโปร่งแสง กรณีนี้อาจจะดูไม่ชัดเจนถ้าบางยี่ห้อขวดมีสีไม่ใช่สีใส

4. น้ำมันมะพร้าวที่ดีต้องไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นเปรี้ยว แม้จะเปิดใช้แล้วก็ต้องไม่มีกลิ่น และต้องมีความหอมให้ความรู้สึกเหมือนเป็นน้ำมันสดใหม่

5. เนื้อของน้ำมันมะพร้าวเมื่อทาแล้วจะต้องให้ความรู้สึกเบาบาง มีความหนืดน้อย หรือเมื่อรับประทานจะรู้สึกเหมือนว่าละลายในปากและผ่านลำคอได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว และเมื่อกลืนลงคอจะต้องไม่มีเลี่ยนและไม่มีกลิ่นรุนแรง

6. น้ำมันมะพร้าวเมื่อนำมาใช้ทาผิวควรจะซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว และต้องไม่คราบน้ำมันไว้บนผิว

*** เข้าไปอ่านในเว็บนี้กันแล้ว บีมรู้นะคะว่าหลายคนมีคำถามว่า ดีขนาดนี้ จะกินเลยดีไหม อย่าพึ่งก่อนนะคะ ถ้ายังไม่ล้างลำไส้และปรับรางกายกันก่อนตามที่แนะนำในบล็อกนี้ก่อน เริ่มตั้งแต่หน้า Home จะมีสิวขับพิษขึ้นเยอะมาก ซึ่งคุณเองจะรับไม่ได้ค่ะ และจะกลัวแนวทางนี้ไปเลย ซึ่งมันเกิดจริงกับตัวบีมและหลายคนมาแล้วค่ะ เพราะ น้ำมันมะพร้าวเขาค่อนข้างให้พลังงานกับตับได้ดี ไปทำให้ระบบร่างกายกำจัดไขมันเลวได้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเราไม่เคลียร์ทางกำจัดพิษไปก่อน ถ้าไขมันเลวถูกล้างออกมา มันหาทางออกไม่ได้ มันจะมาขึ้นที่ใบหน้า อก หลัง ค่ะ ดังนั้น ขอให้ใจเย็น ๆ อย่าพึ่งรีบกินค่ะ ***

ดูคลิปนี้ก่อนสอบถามบีมนะคะ และควรดูให้จบก่อนจะตัดสินใจใช้น้ำมันมะพร้าวบำบัดสิวด้วยค่ะ
คำตอบอยู่ในนี้หมดแล้วค่ะ (ทุกคนถามเหมือนกัน)
https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FHolisticAcademyTH%2Fvideos%2F2345457325494978%2F&show_text=1&width=560

 

Screen Shot 2561-07-29 at 06.38.34
คอมเม้นต์จากคลิป “ทำไมใช้น้ำมันมะพร้าวแล้วสิวขึ้น” https://youtu.be/EYNy_LB0lXE

 

37815569_1778965202194997_7672654608367353856_n37818307_1778964982195019_8728180458157768704_n37831869_1778965082195009_7096100844252168192_n37841110_1778965138861670_8949366360459182080_n37848439_1778965065528344_7754372202329276416_n