Before – After

studentpic

ครูเป็นสิวตั้งแต่อายุ 11 ปี แต่เข้าคลินิกใช้ยาแบบจริงจังมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ในรูปนี้เป็นรูปตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาพอาจจะไม่ค่อยชัด แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า หน้าจะเป็นด่าง สีผิวไม่สม่ำเสมอกัน เป็นผลมาจากการทายาและกินยาไม่เคยขาด (เข้า ๆ ออก ๆ คลินิก) ประกอบกับเรียนพละศึกษา ต้องเจอแดดแรงเป็นประจำ ถ้าหยุดใช้ยาสิวก็จะขึ้น ยิ่งเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ยิ่งชั้น ม.ปลาย ยิ่งเป็นหนักขึ้น เพราะ เริ่มนอนดึก กินดึก เรียนหนัก ออกกำลังกายน้อยกว่าตอน ม.ต้น เพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย และเริ่มได้รับยาโรแอคคิวเทนที่ทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด จนต้องหยุดกินเองเพราะทนผลข้างเคียงไม่ไหว และหยุดกินยาทุกตัว เพราะ ลำไส้รับผลข้างเคียงจากการกัดของยาไม่ไหวเช่นกัน

beam-university

ภาพนี้ คือ ตอนที่เรียนชั้นมหาวิทยาลัยประมาณปี 4 ภาพอาจจะไม่ค่อยชัด แต่ตอนนั้น ครูเริ่มค้นหาแนวทางการรักษาที่ไม่ต้องใช้ยา แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่ปฏิเสธการกินยาแล้วเข้าไปรับยาทาเพียงอย่างเดียว และก็พยายามหาทางอื่น ๆ อยู่เรื่อย ๆ เมื่อไม่สำเร็จ มีสิวมาก ก็กลับมาหาคลินิกใหม่ แต่ก็ถือว่าได้ห่างยานานกว่าเดิม และเริ่มค้นพบความรู้ใหม่ ๆ ในการรักษาสิวมากขึ้น และเริ่มรู้ว่า สามารถรักษาสิวได้ด้วยการใช้สกินแคร์และอาหารเสริมในช่วงนั้น จริง ๆ เป็นช่วงที่ผ่านพ้นวิกฤติหนักสุดของครูตอน ปี 1 เทอม 2 มาได้หวุดหวิดมาก ช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าเละที่สุดในชีวิต และทิ้งร่องรอยแผลเป็นให้ครูระลึกถึงความเจ็บปวดในวันนั้นเป็นระยะ ๆ มาถึงทุกวันนี้ ที่กำลังซ่อมแซมสภาพผิวเสียหายจากวันนั้นอยู่ (แนวกรอบและกรามของใบหน้า)

beam-siemens

ครูกับเพื่อนที่ทำงาน เป็นปีสุดท้ายที่ทำงานที่ กทม. ตอนนั้นก็ยังเข้าคลินิกไปรับยาอยู่บ้าง แต่ก็พยายามห่าง ๆ และพยายามค้นหาวิธีการทุกอย่างที่จะทำให้หายจากสิว แต่ก็ยังไม่เจอ และยังไม่ได้จริงจังกับแนวธรรมชาติบำบัดนัก ไม่รู้จักอีกด้วย และไม่ได้สานต่อสิ่งที่เคยทำตอนเริ่มต้นในมหาวิทยาลัย เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก ผิวหน้าที่ยังคงใสได้เป็นพัก ๆ ก็เพราะการใช้ยากดไว้เท่านั้น ถ้าไม่ใช้ ก็ผุดขึ้นมากมายเหมือนเดิม และยังมีบุคลิกที่แย่ ผิวพรรณ เซลลูไลท์ กลิ่นตัว ทำให้ครูหมดความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง และไม่กล้าสมัครงานที่ต้องใช้บุคลิกภาพดี ๆ และแม้สมัครไป ก็ไม่เคยสอบผ่านเลยแม้สักครั้ง เราก็รู้สึกว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะบุคลิกของเราด้วยนั่นเอง และผิวพรรณที่ไม่สะอาดสะอ้าน (ครูไปสมัครงานโรงแรมมาหลายที่ แต่ไม่ผ่านเลยสักที่)

beam-malay

รูปนี้ คือ รูปตอนที่ทำงานอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ถือเป็นช่วงเวลาพักหน้าแบบจริงจัง เพราะ ครูไม่รู้จะไปหาหมอและคลินิกแบบเมืองไทยได้ที่ไหน ก็ปล่อยหน้าไปเลย ประกอบกับเพื่อนที่นั่น และคนที่นั่น เขาไม่ได้สนใจเรื่องสิวสักเท่าไหร่ ขนาดครูหน้าเป็นผด ๆ มีสิวบ้าง ยังมีคนมาจีบ (ก่อนเจอสามีคนปัจจุบัน) แต่บางทีก็รู้สึกสิวขึ้นเยอะไป ไม่ไหวเหมือนกัน ก็ต้องฝากพี่สาวที่กลับไทยซื้อยาของคลินิกมาบ้าง ใช้เป็นครั้งคราว เพื่อควบคุมอาการ แต่โดยส่วนใหญ่เราก็จะปล่อยหน้า ไม่ค่อยทำอะไรสักเท่าไหร่ และค่อนข้างสบายใจ เพราะไม่ค่อยมีคนสนใจนั่นเอง

beam-before

นี่คือ สภาพผิวแบบปล่อยหน้าแบบสุด ๆ หลังใช้ยาที่มีส่วนผสมของเบนซอยด์เพอร์ร็อกไซด์ตามสูตรที่ทาทิ้งไว้ (ซึ่งจริง ๆ แล้วผิดวิธี แต่เป็นเว็บไซต์ใหญ่และดังพอสมควร มีความน่าเชื่อถือ ก็เลยลองทำ ได้ผลระยะสั้น ๆ แต่เสียหายหนักมากยาวๆ) หน้าไม่มีที่ว่าง ทุกที่มีแต่ความสากหยาบกร้านเหมือนไม่ใช่หน้าคน ครูก็ปล่อยให้ผิวที่ใสแต่เหมือนตาย (ไม่มีความรู้สึกเท่าไหร่เวลาจับผิว) กลับมามีความชุ่มชื้นเหมือนเดิม ไม่รบกวนผิวเลย ใช้แค่สบู่ (ตอนนั้นไม่มีตัวเลือกมากนัก) กับครีมบำรุงอีกตัว (ยี่ห้อของคนเป็นสิว) จนเหมือนเส้นประสาทผิวหนังกลับมาเป็นปกติ แต่สิ่งที่ได้ตามมา คือ สิวทุกอณู ทั้งเล็ก ใหญ่ ไม่มีแค่อย่างเดียว คือ หัวช้าง เนื่องจากครูทายา BP ลงมาถึงคอส่วนบน ก็ทำให้ผิวเสียหายถึงบริเวณลำคอส่วนบนนั่นเอง (ถึงทุกวันนี้ ก็ยังต้องซ่อมกันอยู่)

beambefore

ด้านข้างก็จะเป็นประมาณนี้ จะเป็นเม็ดอักเสบ ใหญ่ ๆ สุก ๆ มีหนอง อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตอนนั้นครูก็ยังไม่ได้ศึกษาธรรมชาติบำบัดแบบจริงจัง ก็ยังกินอาหารทั่วไป แต่ก็เริ่มหาวิธีไปเรื่อย ๆ มีคนทักเยอะมาก จนเสียความมั่นใจ แต่ก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะไม่เข้าคลินิกและใช้ยาอีกเป็นอันขาด

mac-jeu_by_beam

ปี 2552 – 2558 เป็นช่วงเวลาที่ครูได้ใช้ครีมที่ผลิตในแบรนด์ของตัวเองพร้อมกับการศึกษา ทดลอง ปฏิบัติตามหลักธรรมชาติมาเรื่อย ๆ ค่อย ๆ แก้ปัญหาของตัวเอง ของแฟนเพจ และลูกค้ามาเรื่อย ๆ และเรียนรู้จากพวกเขา บ้างก็ได้รับการแบ่งปันประสบการณ์ที่ดี เวิร์คหรือไม่เวิร์ค มาโดยตลอด จนมีโอกาสที่ผิวค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปมากหลังได้ใช้ผลิตภัณฑ์แบรน์เจอเนส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Luminesce Serum ผิวที่เสียหายก็ค่อย ๆ ได้รับการซ่อมแซมมากอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ครูไม่ได้เข้ารักษาที่คลินิกไหนเลย

ปัจจุบันนี้ ครูมีความสุขกับผิวพรรณ สุขภาพ รูปร่างของตัวเองแล้ว และขอบคุณตัวเองที่ “ตัดสินใจ” อย่างเด็ดขาด ว่าจะต้องแก้ปัญหาสิวแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แก้ที่ต้นขั้วของปัญหาให้ได้จากภายในเมื่อปี 2552 และไม่เคยหยุดยั้งที่จะหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของเส้นทางนี้ เพื่อไปให้ถึงจุดที่ ไม่ต้องเป็นสิวอีกต่อไป

แม้วันนี้ ครูจะยังคงมีปัญหาสุขภาพที่เป็นผลมาจากการทำงานหนัก สะสมความเครียด เมื่อหลายปีก่อนรวม 4-5 ปี และยังคงมีสิวขึ้นบ้างเพราะระบบภายในยังไม่สมบูรณ์ 100% และรอยแผลเป็นจากผิวที่เสียหายหนักที่สะสมใต้ชั้นผิวมานาน แต่มันก็เป็นเพียง 5% ที่เหลือเท่านั้น ซึ่งครูไม่รีบร้อน ไม่เร่งรัด เพราะครูรู้ว่าครูจะต้องทำอะไร เพื่อไปให้ถึงจุดที่หน้าใสได้ตลอดกาล

ทุกวันนี้ ครูบรรลุวัตถุประสงค์ ของการเป็น “อิสระ” จาก “สิว” ได้อย่างสิ้นเชิง

เพราะ สิวไม่สามารถทำให้ครู “เป็นทุกข์” ได้อีกต่อไป

และหลังจากนี้ คอนเท้นต์ของครูจะโฟกัสไปที่การ “สร้างเหตุ” คือ การปรับพฤติกรรมต่าง ๆ การเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกาย การสร้างความรู้สึก “อยากเปลี่ยนแปลง” ให้กับทุกคน

เมื่อเราทุกคนเรียนรู้เรื่องสิว รู้สาเหตุตามแหล่งข้อมูลที่ครูสอนไปแล้ว หลังจากนั้น ก็เน้นการสร้างเหตุอย่างเดียว ไม่ต้องไปหยิบเรื่องสิวมาเป็นกังวลและให้อาหารกับมันอีกนะคะ

beam-acne-quote-2

ทุกคนที่ทำสำเร็จ จะเป็น “แสงสว่าง” คนต่อไปให้ผู้คนนะคะ

ด้วยรัก
ครูบีม