Success Story : สิวหายเพราะเชื่อมั่นและศรัทธา by อจ.บิ๊ว

เส้นทาง “ผิว” ของ “บิ๊ว”

ถ้าจะให้พูดถึงเส้นทางการเป็นสิวของบิ๊วนั้นมันยาวนานมากจนบิ๊วแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเอาจริงๆ ก็ใช้ชีวิตแบบปกติมาตลอด กิน เที่ยว เล่น แต่งตัวเหมือนคนปกติทั่วไป

ถามว่าถึงขั้นเอามาเป็นปมด้อยของตัวเองมั๊ย ก็ไม่ เพราะช่วงที่เป็นสิวตอนนั้นมันเด็กมาก ยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย แต่ที่จำได้ก็ไปหาหมอสิวตลอด ช่วงที่หาหมอสิวหน้ากับผ้าขนหนูก็จะมีกลิ่น BP ที่เป็นตัวทาก่อนล้างหน้ามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับตรงนี้ก็คิดว่า โอเคก็ไปแล้วมันหาย กินยาแก้อักเสบอาทิตย์นึงไม่รู้กี่เม็ด พอมันเริ่มหายก็ไม่กิน ไม่ไปหาหมอ พอมันเริ่มกลับมา ก็ค่อยไปหาอีก ทำแบบนี้มาตลอด

จนวันนึงมันก็มาถึงวันที่กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย ยาตัวที่เคยทาก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวยาที่แรงขึ้น ต้องทาบางๆ ไม่งั้นหน้าก็แห้งมาก ส่วนตัวกินก็เปลี่ยนเป็นตัวกินที่แรงกว่าเดิมมากถึงขั้นต้องมีการเซ็นต์รับทราบหรือยินยอมอะไรซักอย่างซึ่งตอนแรกก็ได้กินที่โดสปกติ แต่ปรากฏว่าสิวมันไม่ลงก็เลยได้กินในโดสที่ค่อนข้างสูง

แต่แม่เจ้า สิวมันลงไปอย่างรวดเร็วอย่างกับเสกได้ ก็กินแบบนั้นมาพักใหญ่ (จำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไหร่เพราะนานมาก) จนกระทั่งไม่มีสิวขึ้นมาเลย (ก็อาจจะมีบ้างแต่มันก็ไม่ขึ้นมาเต็มหน้า) แต่สิ่งที่ได้กลับมาช่วงนั้นคือ หนังศีรษะแห้ง แห้งมาก แห้งถึงขั้นหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ถึงขนาดที่ว่าสระผมยังไม่ทันได้เป่าให้แห้งก็มีติดอยู่บนเส้นผมแล้ว และอาการนี้ก็เป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลจากการกินยาตัวนั้น (จำชื่อยาไม่ได้แล้ว)

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สิวหายก็โอเค แล้วหลังจากนั้นพอไม่ค่อยมีสิวแล้ว เราก็หยุดไปหาหมอ (เหมือนเดิม) แต่มันก็ไม่มีขึ้นมาอีกเลย แต่สภาพผิวหน้าก็ไม่ได้ดีอะไรนะคะ หมองๆ มันๆ อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน การดื่มน้ำคือทำร้ายร่างกายตัวเองหนักๆ สุดๆ มาหลายปี

เริ่มตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มเที่ยว ดื่มแอลกอฮอล์ คือเที่ยวหนักเลย ยาวมาจนเรียนป.โทจบแล้ว ช่วงป.โทก็หนักทั้งทำงานทั้งเรียนเพราะทำงานวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็เรียน อาหารการกินไม่ได้ดูแล ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลัง แต่ก็ไม่รู้ทำไมว่าสิวมันถึงไม่ขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน ก็มีขึ้นบ้างแต่ไม่เยอะก็เลยไม่ได้สนใจอะไร

ยาวมาจนถึงช่วงปี 2553 ซึ่งช่วงนั้นเราเห็นว่าสิวมันเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว ก็เลยไปหาหมอแต่ทีนี้คือไม่กลับไปหาหมอที่เคยหาแล้วเพราะว่าไปแล้วเว้นช่วงนานมาก เราก็ขี้เกียจไปตอบคำถามเลยไปหาที่ใหม่ ไปหาที่นึงก็ได้ตัวยาเหมือนเดิมเลยแต่ก็ไม่หาย ขั้นตอนเหมือนเดิมทุกอย่าง พอทาตัวเบาแล้วไม่ลงก็ได้ตัวทาที่แรงมากกว่าเดิม พอกินตัวแก้อักเสบแล้วไม่ลงก็ได้กินยาที่แรงมากกว่าเดิม แต่ยาตัวนี้น่าจะเบากว่าตัวที่เคยกินนานมาแล้วแต่ก็มีให้เซ็นรับทราบและยินยอมเหมือนกัน (สังเกตจากโดสที่ได้กินตอนแรกเปรียบเทียบกับตัวแรงๆ ที่เคยกิน) ซึ่งการไปหาหมอครั้งนี้มันไม่หาย แล้วสิวมันก็ทยอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ก็คุยกันกับที่บ้านว่ามีหมอที่นึงดี เพื่อนไปหา ก็เลยเปลี่ยนที่ และที่นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ ไปครั้งแรกได้ยามาเหมือนเดิมทั้งตัวทาและตัวกิน แต่ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือหมอที่นั่นวิเคราะห์ผิวบิ๊วแล้วบอกว่าต้องทำสตรีม ซึ่งพอเราได้ยินแล้วเราก็ตกใจเพราะเราไม่เคยทำ เพราะจากที่เคยทำมาก็แค่ทรีตเมนต์กับกดสิวธรรมดา แต่หมอก็อธิบายว่าสิวมันไม่มีหัวก็ให้โดนไอน้ำเพื่อที่จะให้รูขุมขนเปิด เราก็เลยเบาใจเพราะเป็นหมอที่แนะนำให้ทำ ก็นัดเรามาทำอีกอาทิตย์นึงเลย

เราก็ไปทำปกติ ออกมาหน้านี่แดงเถือก ร้อนหน้าและคันมาก แต่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องปกติเดี๋ยวก็หาย แต่มันไม่เป็นแบบที่เค้าบอกเลย นอกจากหน้าจะไม่หายแดงแล้ว ยังมีสิวขึ้นเพิ่มมาอีกจากไหนก็ไม่รู้ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทุกวัน และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่าจะไม่ไปหาหมออีกแล้ว

ประกอบกับช่วงนั้นพี่บีมก็เริ่มขายสินค้าที่ปลอดสารและผลิตมาจากธรรมชาติ แล้วก็เอามาให้เราลองใช้ ซึ่งตอนนั้นเราก็เชื่อใจพี่สาวอยู่แล้ว ต้องบอกก่อนเลยว่าบิ๊วเป็นคนไม่ใช้อะไรกับหน้าไปเรื่อย เพราะเคยอยู่ครั้งสองครั้งที่เคยลองไปซื้อใช้พวกที่เป็นแบรนด์ที่ขายในตลาดที่โฆษณาในโทรทัศน์เพราะมีเพื่อนที่ใช้แล้วเค้าก็บอกว่าดี ได้ผล แต่พอเราซื้อไปให้เอง มันกลับไม่ได้ผล แถมมีสิวผดขึ้นอีก แต่นี่มันเป็นสิ่งที่พี่สาวแท้ๆ ของเราแนะนำให้ใช้ ยังไงเค้าก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราอยู่แล้ว

และด้วยความที่ตอนนั้นพี่สาวก็ใช้แนวทางธรรมชาติดูแลตัวเองมาพักใหญ่แล้วสิวมันก็หายไปจริงๆ เราก็เลยไม่ลังเลที่จะใช้เลย ก็ใช้ไปอยู่สองอาทิตย์ อาการมันดีขึ้น สิวลดลง สภาพผิวหน้าดีขึ้น และในตอนนั้นเองที่พี่สาวพูดกับบิ๊วว่า “บิ๊ว บิ๊วอยากหายจากสิวจริงๆ เลยมั๊ย ถ้าอยากหาย ทำตามที่พี่แนะนำ แล้วมันจะหาย” ก็ประมาณนี้นะคะ 555 แต่นางพูดประมาณนี้แหละ จากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองตามแนวที่พี่สาวเราศึกษาและก็ทำก่อนหน้าเรา

ล้างพิษครั้งแรกจนถึงการล้างพิษที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

จำได้ว่าการล้างพิษครั้งแรกของบิ๊วนั้นมันเป็นยาต้มเพื่อล้างพิษตับ (ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งพี่สาวบอกอยู่แล้วว่าถ้ากินตัวนี้สิ่งที่จะเกิดกับเราเลยก็คือสิวมันจะขึ้นนะ บิ๊วรับได้มั๊ย เพราะตอนนั้นสิวเราเริ่มลงไปแล้วกับผลิตภัณฑ์ที่พี่สาวให้ใช้ เราก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไร

คือพี่สาวกลัวว่าเราจะอายคนอื่นเพราะเราทำงานเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นคนที่ทำงานของมอ ของคณะ ของสาขาเกือบตลอดรวมถึงการสอนหนังสือและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย เราก็บอกว่าไม่อาย แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่จะแต่งหน้าด้วย (ปกติคนเป็นสิวส่วนใหญ่ชอบที่จะแต่งหน้าเพื่อปิดสิว) พี่สาวบอกว่าสิวมันจะออกมาจนหมดมันถึงจะหยุดออก เราก็บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา ก็เป็นตามที่พี่สาวบอกจริงๆ

แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติ ปกติจริงๆ เพราะอาหารการกินก็ไม่ได้ดูแล ที่ดูแลไม่ได้เพราะที่มอไม่ค่อยมีอะไรให้กินแล้วตอนนั้นก็กินแอลกอฮอล์ด้วย ไม่ได้ดูแลอะไรเลยเหมือนเดิม แต่ก็กินยาต้มตลอด แล้วก็ใช้สินค้าประคองผิวหน้าไป
แต่ด้วยความที่ว่ายาต้มมันพกพาไปไหนลำบาก คือต้องกินหม้อเดิมจนหมดทุกวัน ต้มลำบากก็เลยหยุดกินไป

หลังจากช่วงนั้นมาก็จะวนๆเวียนๆ เป็นแบบนี้คือ ล้างพิษลำไส้บ้าง ล้างพิษตับบ้างแต่ก็ไม่เคยดูแลตัวเองในทุกๆเรื่องหลังจากการล้างพิษเลย (นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้สิวไม่หายขาดเพราะเราไม่ได้ทำตามสิ่งที่พี่สาวแนะนำเต็มร้อย)

ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงช่วงกลางปี 2557 ที่สิวมันประทุขึ้นมามาก จนหน้านี่ร้อนไปหมด มีอาการปวดหัวตัวร้อน หายใจออกก็ร้อน เนื้อตัวก็ร้อนมากทั้งๆ ที่อากาศหนาว ก็เลยตัดสินใจไปล้างพิษ 3 คืน 4 วัน ซึ่งคราวนี้หลังจากออกค่ายล้างพิษมาเราก็พยายามดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่บ้าง แต่ไม่ดูแลเรื่องอื่นด้วย ช่วงนั้นสภาพจิตใจก็ไม่ดี (เรื่องอื่นนะคะไม่ใช่เรื่องสิว)

ก็อย่างที่บอกค่ะ ถึงจะเป็นสิวหนักแต่บิ๊วใช้ชีวิตปกติจริงๆ แล้วก็ไม่แต่งหน้าด้วย แต่งตัว ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นปกติเลย คือเสื้อยืด ชุดกระโปรง มีอะไรก็ใส่หมดค่ะ ก็แต่งตัวปกติ ออกไปไหนมาไหนปกติ แต่คนที่เห็นหน้าเราเค้าจะแบบว่าทำหน้าเหมือนสงสารบ้างเหมือนเวทนาบ้างแต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็หายแหละ มีคนเอานู่นนี่มาแนะนำเยอะมาก แต่เราก็อยู่ในแนวทางของพี่เรามาตลอด ใช้ของที่พี่เราขาย ใช้ของที่พี่เราแนะนำให้มาตลอด จนวันนึงสิวมันก็หายไปค่ะ แต่หน้าก็ยังเป็นหลุมๆ อยู่เพราะชอบแกะสิวมากกกกก 555 ไม่แกะก็แคะอยู่นั่นแหละค่ะ มือมันอยู่ไม่สุก

ก็ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณปลายปี 2557 ค่ะสิวมันก็หายไปพักนึงจนเราแน่ใจแล้วว่าสงสัยคราวนี้จะหายจริงๆ แล้วล่ะ แต่มันก็เหมือนว่ายังมีขึ้นมาอยู่บ้าง แต่เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ

พอเดือนเมษา 2558 ก่อนกลับบ้าน (ตอนนั้นไปเลี้ยงหลานอยู่เมืองกรุง) เราก็อยากจะล้างพิษตับ ก็กินตัวที่พี่สาวแนะนำปกติค่ะ คือต้องบอกก่อนว่าที่บิ๊วไม่กลัวการล้างพิษเพราะเรารู้ว่ากินแล้วสิวมันจะขึ้นแล้วตัวบิ๊วเองก็ไม่เคยมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการล้างพิษนะคะ แล้วอีกอย่างเราก็อุ่นใจที่มีพี่สาวคอยแนะนำแล้วก็ให้ความรู้สิ่งที่นางศึกษามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้ถามนางตลอดนะคะ อะไรที่สังเกตตัวเองได้ เราก็สังเกตเอง อะไรที่เรารู้แล้วว่าควรทำหรือไม่ควรทำเราก็จะรู้เอง อะไรที่ควรกินหรือไม่ควรกินมันก็จะรู้หมดค่ะ อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำ 555

เอาล่ะค่ะ กลับมาตอนนี้กันซึ่งถือเป็นจุดพีคสุดท้ายละเพราะหลังจากที่กินตัวล้างพิษตัวนั้น สิวมันก็ทยอยขึ้นค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวลอะไรเพราะเคยรับมือมาหลายครั้งแล้วเป็นครึ่งปีก็เคยมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเหมือนเดิม ผลคือมันยังมีออกมาอยู่ค่ะ โอ้แม่เจ้า จากที่เคยเบาใจว่ามันหายไปแล้ว มันก็กลับมาค่ะ แล้วตอนนั้นเองที่พี่บีมได้ไปเจอผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สิวหายไปจนถึงทุกวันนี้ บิ๊วใช้แล้วก็กินไปประมาณสองเดือนก็หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ผิวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ จนเราเหมือนได้ร่างกายใหม่ ได้ผิวใหม่ ซึ่งเราคิดว่าที่มันหายไปเพราะตัวที่เรากินมันเข้าไปปรับระบบใหม่เราทั้งหมด ล้างพิษเก่าออกจนหมดจดประกอบกับการล้างพิษที่เราเคยทำมาตลอดอยู่แล้ว

เพราะจากสิ่งที่เราได้ยินและเห็นพี่สาวพูดถึงตลอดก็คือสิวมันก็เป็นโรคอย่างนึง ถ้าข้างในยังไม่ดี ยังไงมันก็จะแสดงออกมาให้เห็นข้างนอกอยู่ดีถ้ามันยังเป็นพิษอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีที่มันจะแสดงออกมาให้รู้ เพราะก็มีคนหลายๆ คนที่ไม่แสดงมาทางสิวแต่ออกมาเป็นอาการอย่างอื่น หรือบางคนอาจจะไม่แสดงเลยจนรู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคระยะร้ายแรงแล้ว มันเลยทำให้เราเริ่มมาตระหนักว่า โอเค นี่คือร่างกายใหม่ของเรา ผิวใหม่ของเรา ถ้าเรายังกลับไปทำตัวเหมือนเดิม ยังไงมันก็จะกลับมาเป็นอีกอยู่ดี มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดใหม่ๆ

ปรับเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิต
บิ๊วเริ่มออกกำลัง เริ่มดูแลอาหารการกิน การดื่มน้ำ การนอนหลับพักผ่อน ต้องใช้คำว่า “ทำเท่าที่ทำได้” นะคะเพราะงานค่อนข้างหนักมาก แต่ด้วยความที่ว่าเราเริ่มมาดูแลตัวเอง มันก็เลยไม่หนักมากเท่าที่ควรจะเป็น

จริงๆ เรื่องออกกำลังตอนแรกๆ นี่ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ บิ๊วเริ่มจากการดื่มน้ำแล้วก็เรื่องอาหารการกินก่อน แล้วพอเราเริ่มจัดเวลาได้ (ไม่อยากใช้คำว่าไม่มีเวลาค่ะ เพราะพอเริ่มโตมาทำให้เราเรียนรู้ว่า ”ไม่มีเวลานี่ไม่มี มีแต่ไม่จัดสรรเวลา”)

เราก็เริ่มออกกำลังค่ะ ซึ่งไม่ใช่การออกกำลังหนักอะไรเลย ก็ทำท่าทางนู่นนี่อยู่ในห้องอาทิตย์ละ 3 – 4 วันๆ ละ 30 นาที ก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ พอเริ่มมาดูแลตัวเองเราเลยรู้ว่าร่างกายเราดีขึ้น ผิวเราดีขึ้น ระบบร่างกายเราดีขึ้น (เพราะเริ่มดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตรให้ได้ต่อวัน)

จริงๆ บิ๊วเป็นคนไม่ขาวค่ะ แต่ผิวมันผ่อง มันใส ใครๆ ก็ทัก อิอิ อันนี้จริงๆ ค่ะ ไม่ได้พูดเล่น แล้วพอร่างกายเริ่มดี น้ำหนักเริ่มได้ เราก็ไปบริจาคเลือดค่ะ พอร่างกายเริ่มดี จิตใจที่ดีอยู่แล้วมันก็ดีกว่าเดิม (ถ้าไม่เอาใจไปอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีหรือไม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี) ที่วงเล็บไว้นั่นกำลังจะบอกว่ามันก็มีบ้างที่เราเลือกที่จะอยู่หรือเลือกที่จะคิดในเรื่องที่มันไม่ส่งผลดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ก็ค่อยๆ ฝึกมาเรื่อยๆ ค่ะ

เอาจริงๆ เรื่องจิตใจนี่ต้องขอบคุณที่บ้านเลยค่ะ ทุกวันนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะทางครอบครัวด้วย เราก็ประคองกันมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอะไรมากมายระหว่างทาง เราก็ดูแลกันมาเรื่อยๆ จนพอสถานการณ์มันเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่เราก็ยังฝึกให้จิตมันดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พลังบวกที่บ้านเยอะมากค่ะ รับรู้ได้เลยจริงๆ แล้วนี่แหละค่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้สุขภาพจิตเราดี พอสุขภาพจิตดี กายก็ดีอะไรๆ ก็ดีไปหมดค่ะ “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” จริงๆ

เอาเป็นว่าบิ๊วขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกๆ คนที่เชื่อมั่นในแนวทางนี้นะคะ สำคัญคือรู้จักร่างกายตัวเอง รู้ใจตัวเอง ศึกษาแนวทางให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และนำไปปฏิบัติตามอย่างมีวินัย แต่ต้องทำด้วยใจที่สบายนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^

อจ.บิ๊ว
น้องสาวแท้ ๆ ของบีม
เจ้าของเพจ Build’s Good Health Story
(ในเพจมีรูปและคลิป Before มากมายเลยค่ะ ตามไปดูกันได้เลย)

มีหลายคนสอบถามหลังอ่านโพสต์นี้จบ ว่าสองเดือนนั้นที่บิ๊วรู้สึกว่า “สิวหายขาด” ไปจากชีวิตจริง ๆ บิ๊วใช้อะไร บีมจึงทำคลิปสัมภาษณ์บิ๊วมาให้ดูข้อมูลด้วยตัวเองนะคะ https://youtu.be/CizIb4DGxKI

 

Success Story : วินัย + ล้างตับ ทำให้ผิวดีขึ้น by คุณจี

สวัสดีค่ะชื่อจีนะค่ะ

จีแนะนำตัวก่อนว่าทำไมถึงมารู้จักคุณบีม…

เพราะด้วยทานยารักษาสิวมาตั้งแต่อายุเข้าสู่วัยรุ่นเข้าออกคลีนิครักษาสิวมานาน และก็ทานยาที่รักษาสิวเป็นที่รู้จักกัน จนคิดว่า 30 กว่าล่ะ สิวก็ไม่หายสักทีและก็ไม่อยากกรักษาสิวแบบใช้ยา และทานยา ผลจากการรักษาโดยทานยา และยาที่ทาบางตัวมีผลมาก ทำให้เราผิวแห้งและเป็นคนแพ้ง่ายมาก

จึงได้มารู้จักคุณบีม เพราะคุณบีม มีวิธีทางที่เราอยากหายจากสิวโดยไม่ใช้ยาหมอ ไม่อยากกินยาแล้ว สิ่งแรกที่คุณบีมทำคือ ถามข้อมูลเราและวิเคราะห์ถึงสาเหตุ แล้วจีก็เข้าสู่โหมดดีท็อกซ์

ช่วงที่ดีท็อกซ์ สิ่งที่อุดตัน มันประทุออกมาแบบเยอะมาก ๆ ทั้งหน้าและตัว ซึ่งตอนนั้นสภาพจิตใจยอมรับว่าแย่มาก เพราะมันคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน แต่เวลาเราลูบหน้า เราจะรู้ว่ามันไม่เรียบ

เราเริ่มล้างลำไส้ สิ่งที่ซ่อนข้างในมันประทุออกมา ทำให้เรารุ้สึกได้จริงๆว่า เรากินยาหมอแค่กดไว้ และทำไมไม่หายสักที และก็มาทานตัวล้างตับบ้านครูทราย แต่ด้วยตอนนั้นเราก็ทำไม่ต่อเนื่อง ประกอบเราเป็นคนดื่ม(แอลกอฮอล์) แต่สุดท้ายก็รู้ว่าร่างกายแย่ลง จนกลับมาปรึกษาคุณบีมอีกรอบ คุณบีมเลยให้ล้างตับของคุณหมอลำดวน ออกกำลังกาย เน้นทานผัก พยายามเลี่ยงของกินต้องห้ามที่คุณบีมบอก เราก็พยายามทำให้ครบ ซึ่งเรามีการวางแผนว่าถ้าล้างตับเสร็จน่าจะมีเอฟเฟคแบบที่เคยเจอ แต่หลังจากนี้เราจะควบคู่ไปกับการกดสิวออก ที่คลีนิค

ซึ่งยอมรับว่าหลังจากล้างตับกับคุณหมอลำดวล เราดีขึ้นมาก เรานอนหลับสนิทขึ้น ทั้งที่แต่ก่อนเรามีปัญหาเรื่องนี้ และรู้สึกโล่งภายในมันโล่งดีมาก อยากให้ทุกคนได้ลองล้างตับ

ดีใจที่ได้รู้จักคุณบีม และรู้ว่าคุณบีมมีความตั้งใจมาก และอดทนมาก เพราะคนที่เป็นสิว มีความเครียดสูงมากนะคะ และคุณบีมต้องแก้ไขตรงนี้ให้ ซึ่งทุกคนจะต้องใช้เวลาจริงๆ และเรียนรู้ว่า ตัวเราจะต้องการอย่างไร เพื่อให้เหมาะกับตัวเอง

คนที่จะเข้าใจคนที่เป็นสิวก็คือคนที่เป็นสิวด้วยกันนี่แหละค่ะ

อยากบอกคุณบีมว่า “ขอบคุณมากค่ะ”

– คุณจี –
รุ่นพี่ Beam’s Secret Solutions

cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0001cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0006cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0005cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0004cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0003cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0002

 

ไขความลับ “สิวอักเสบ” ฉบับ #บีมซีเคร็ต

สิวอักเสบและรอยแดง ในทางแพทย์แผนตะวันออกหรือองค์รวม เกิดจากไฟในตัวที่มากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะร้อนเกิน

ภาวะร้อนเกินนี้ นอกจากจะทำให้เป็นสิวอักเสบแล้ว ยังแสดงออกเป็นภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ผิวหมองคล้ำหยาบกร้าน

ฝ้า กระ ชนิดที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย

ผิวขาดน้ำ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน (กลุ่มขาดน้ำ) สิวหน้าหู สิวในหู

ร้อนใน ตัวร้อน มือเท้าร้อน

ตาเหลือง

ท้องผูก มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว

หงอกก่อนวัยอันควร

ปัสสาวะตี 1-3

เส้นเลือดขอด

ท้องอืด

หงุดหงิดง่าย

ปวดประจำเดือน เป็นลิ่มเลือด เลือดดำคล้ำ มีกลิ่นแรง

ซึ่งเป็นภาวะเสียสมดุลของร่างกายที่เกิดกับประชากรของโลกในยุคปัจจุบัน ที่อยู่ในยุคที่ เร่ง เร็ว เครียด แข่ง กันอยู่ตลอดเวลา คือ วิถีชีวิตแห่งความเร็ว แรง แข่งขันประกอบกับอาหารกลุ่มกินด่วน” fast food ทั้งหมด ที่มักจะผ่านกระบวนการ ความร้อนสูง เติมแต่ง (processed food) แปรรูปจากธรรมชาติไปมาก รวมไปถึง พิษที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ชั้นโอโซนที่บางลง โลกร้อนขึ้น ผู้คนที่จิตใจร้อนขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้คนป่วยด้วยโรคภาวะร้อนเกิน รวมทั้งสิวอักเสบและรอยแดงนี้ด้วยค่ะ

ในวันนี้ บีมได้แบ่งปัน 3 หัวข้อใหญ่ใน Live นี้คือ

1. รากเหง้าของสิวอักเสบและรอยแดง

2. วิธีทำให้ยุบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา

3. ป้องกันสิวอักเสบไม่ให้ขึ้นตลอดชีวิตและป้องกันสิวก่อนประจำเดือน

รากเหง้าของสิวอักเสบ

(สาเหตุของความร้อนที่สะสม/เพิ่มขึ้น) คือ

1. ดื่มน้ำสะอาด อุณหภูมิปกติน้อยกว่าวันละ 2.5 ลิตร

2. เครียด และ หายใจสั้น (ออกซิเจนในตัวน้อย)

3. นอนหลัง 4 ทุ่ม

4. กินอาหารฤทธิ์ร้อนมากไป

5. กินอาหารเสริมและสมุนไพรบางตัวที่มีส่วนผสมเพิ่มความร้อน และการเผาผลาญ เช่น พริกไทยดำ ตังกุย โสม ในยาตำรับรสร้อน ที่ไม่ปรับให้ฤทธิ์เป็นกลาง

6. กินอาหารรสจัด  เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม จัด

7. กินน้ำตาลมาก อาหารที่มี GI สูง เป็นประจำ

8. กินไขมันทรานส์ อาหารทอดด้วยความร้อนสูงมากและนาน

9. ดื่มชา กาแฟ ที่มีคาเฟอีน

10. แทบไม่กินผักเลย หรือไม่กินเลย หนักเนื้อ นม ไข่ ขนม

11. มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ แสงแดด ที่ทำให้มีอนุมูลอิสระในตัวสูง (สนิมในกาย) เกิดการอักเสบชนิดเรื้อรัง ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรัง

12. กินเนื้อสัตว์ยกเว้น ปลาและอาหารทะเล สำหรับบางคน แพ้ไข่ ก็อาจมีสิวขึ้น

13. กินนมวัว และโยเกิร์ตจากนมวัว

14. ช่องถอนพิษร้อนจากการ Detox

15. กินยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ สะสมมาเป็นเวลานาน

16. จิตร้อน สะสมอารมณ์กลุ่มโทษะ คือ อิจฉา ริษยา โกรธ อาฆาต ไม่ให้อภัย ไม่ปล่อยวางในอดีตที่ก่ออารมณ์เหล่านี้ (ส่งผลต่อต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรง ทำให้เป็นคนเครียดตลอดเวลา อนุมูลอิสระและความร้อนจึงมาก ตับถูกกระทำตลอดเวลา ส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกาย และทำให้ร้อนเกิน)

17. ท้องผูกเรื้อรัง (ซึ่งมักเป็นผลจากข้อ 1.-16. ที่สะสมกันมานาน) บางคนไม่มีภาวะนี้ แต่ก็มี 1.-16. ก็ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรังได้

ทำให้ยุบโดยเร็วด้วยหลักปรับสมดุล

ยิ่งร้อนเท่าไหร่ ยิ่งต้องเอาเย็นใส่เท่านั้น

แต่ห้ามดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ร้อน

1. อดอาหารล้างพิษ 1 วัน โดยจะกินผลไม้อย่างเดียวที่ฉ่ำน้ำ ไม่หวาน เช่น แก้วมังกร ชมพู แตงกวาออร์แกนิค น้ำเปล่า ก็ได้ และสามารถเพิ่ม เก๊กฮวยออร์แกนิคแบบแช่น้ำอุณหภูมิปกติดื่มได้เลยก็ได้ (เก๊กฮวย แก้การอักเสบ ถอนพิษร้อนได้ดีมาก และหาง่าย แต่ต้องหาแบบสะอาดจริงๆ) ย่านาง ใบบัวบก คั้นสด มาดื่ม หรือเป็นน้ำสกัดก็ได้ สำหรับคนไม่สะดวกคั้นเอง ทำไปตลอดวันตั้งแต่ 6.00 – 22.00 . และควรเข้านอนไม่เกิน 22.00 . ห้ามทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ให้เป็นวัน slow life ไปเลย

2. กินของสด ไม่ผ่านกระบวน ฤทธิ์ออก เย็น เบา จืด อาจมีขมได้ ถ้ากินแล้วรู้สึกดี

3. ทำโยคะหรือหายใจลึกยาวแต่เป่าออกทางปากให้มากจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย

4. นอนเร็ว

5. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2.5 ลิตร

6. งดยา เครื่องสำอาง ที่เป็นเคมีระคายเคืองผิว เช่น กลุ่มที่มีพาราเบนเป็นส่วนผสม whiteing ผลัดเซลล์ขัดผิว

7. หลีกเลี่ยง ความร้อน แสงแดด โยคะร้อน อบซาวน่า สตีม ทุกประเภท

8. อยู่ในที่สบายๆหลีกหนีสิ่งกระตุ้นต่างๆ

9. ฟังเพลงเบา ๆ มีสายน้ำไหล Tibet Bowl คือ อะไรที่ฟังแล้วเย็น ได้หมด

ป้องกันไม่ให้สิวนี้ขึ้นมาอีกตลอดไป

(รวมทั้งสิวก่อนประจำเดือน)

หัวใจคือ ต้องรักษาสมดุล ร้อนเย็น ให้ได้

ถ้าอยู่ตรงกลางได้ ก็จะไม่มีสิวอักเสบได้ตลอดไป

สำคัญมาก คือ

1. จิตที่ต้องละ โทษะ ให้หมด ให้ขาด ต้องฝึกฝนให้อภัยทานให้ได้ เพราะจิตและอารมณ์ภายในสั่งการต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนโดยตรง เมื่อปลดล็อคจุดนี้ได้ ความร้อนภายในตับ และระบบภายในจะลดลง ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดดีขึ้น เมื่อสองระบบนี้ดี ผิวพรรณจะดีขึ้น ผ่องขึ้น

2. การขัดเกลาจิตให้ผ่องใส (purifying your mind)

3. อาหารต้องสมดุล ต้องรู้จักรสอาหาร ร้อน เย็น และกินให้สมดุล ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป และปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ ฤดูกาล สถานที่ ที่เปลี่ยนแปลง

4. อย่าให้ขาดน้ำ น้ำต้องเต็มตลอด วันละอย่างน้อย 2.5 ลิตร นับเฉพาะน้ำเปล่าสะอาด อุณหภูมิห้องอย่างเดียว

5. ออกกำลังกายตามความรู้สึก เช่น เรารู้สึกร้อน ให้ออกแบบช้า เบา ให้มันเย็นลง เช่น โยคะเบา ๆ ช้า ๆ ว่ายน้ำ ถ้ารู้สึกเฉื่อย ๆ หนัก ๆ ก็ให้ออกแบบเร็ว เป็นต้น อย่าขาดการออกกำลังกาย จะช่วยระบายพลังความร้อนและเครียดที่อัดแน่นภายในได้ดี

6. เขียนระบายในไดอารี่หรือพูดให้ใครสักคนฟัง ถ้าไม่มีให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถ้าจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ต้องระบายออกนอก ต้องมีคนฟัง จะรู้สึกเบาลง และต้องเลือกคนที่จะฟังด้วย ไม่ใช่ทำให้เราร้อนขึ้นไปอีก พอระบายแล้ว ก็ฉีกเผาทิ้งได้เลย ถือว่า จบไป การเขียนระบายจะบำบัดได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ง่ายแต่ได้ผลจริง และไม่ต้องให้ใครรู้ด้วย อาจเหมาะกับคนที่ไม่ชอบให้ใครมารู้เรื่องของตัวเอง เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ

7. แผ่เมตตาเสมอ รักคนอย่างเต็มหัวใจ รักไม่เลือก ไม่แบ่ง ซึ่งแค่เอาอวิชชาหรือความเห็นผิดออก ค่อย ๆ ฝึกไป ก็จะอยู่ในสภาวะนี้ได้แน่นอน (เป็นสภาวะดั้งเดิมของแต่ละคนอยู่แล้วค่ะ)

8. งดการใช้สารที่อาจก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันที่อาจแฝงมาในเครื่องสำอางครีมบำรุงผิวยาสีฟันครีมอาบน้ำสบู่ฯลฯต้องตรวจสอบส่วนผสมของสิ่งที่ใช้ด้วยเพราะมันอาจเข้าไปเพิ่มพิษให้ตับได้

ลิงค์ที่แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม

ภาวะร้อนเย็น และการปรับสมดุลร้อนเย็น โดยหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ http://morkeaw.net

อด 24 ชม. วิทยาศาสตร์การล้างพิษบำบัดสารพัดโรค โดยนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล http://bit.ly/2AO0XqV

– Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด http://bit.ly/2OnEXVU

สิวซีเคร็ตซีรี่ย์ : ไขความลับสิวอักเสบ (สิวปิตตะ) กับบีมสิวซีเคร็ต ตอน 1 https://youtu.be/XlJmYEBfoEE

ตัวอย่างเพลงที่ทำให้พลังเย็นลงได้ https://www.youtube.com/results?search_query=water+music

ของกินเพิ่มสิวอักเสบและรอยแดง 10 อย่าง (ที่ควรงดในทันที) http://bit.ly/2OUiQan

– 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้วสิวหายขาดชัวร์! http://bit.ly/2Arwxuu

เกี่ยวกับบีม

https://acnefree101.blog/aboutbeam

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำแบบนี้

http://bit.ly/2uxD3cR

ไดอารี่รักษาสิวของบีม พ.. 2552 – 2561

http://bye-bye2acne.blogspot.com

ช่องทางการติดตาม

FaceBook : https://www.facebook.com/HolisticAcademyTH/

Line@ : http://line.me/ti/p/@holistic.academy

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ http://www.beamsecret.com

พิชิตสิวเรื้อรัง สร้างชีวิตใหม่ ได้ด้วยตัวเอง

Success Story : น้องน้ำฝน อาหารเปลี่ยนสิวได้จริง!

วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ มาอัพเดทเพื่อน ๆ กันค่ะ

มีน้องแฟนเพจ เขียนมาเล่าเรื่องราวที่เป็นผลลัพธ์จากการที่ได้ทดลองทำหลาย ๆ อย่างที่บีมสอนไว้ทุกช่องทาง (ย้ำว่าทุกช่องทาง น้องเขาอ่านละเอียดจริง ๆ และเอาไปลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ มาทุก Live ไม่ขาดการเรียนรู้เลยค่ะ) เป็นผลลัพธ์ของคนที่ “พึ่งตัวเอง”​ จริง ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ จึงขออนุญาตน้องนำเรื่องราวความสำเร็จนี้มาลงให้เพื่อน ๆ ที่กำลังติดตามและปฏิบัติอยู่ อ่านแล้วรู้สึกมีพลังใจเพิ่มขึ้นค่ะ จะได้มีแรงไปปฏิบัติกันต่อให้สำเร็จ ตามมาเลยค่ะ

collage-before-after-namphon

สวัสดีค่า หนูชื่อน้ำฝน อายุ 22 ปี อยากจะมาเรียนประสบการณ์การบำบัดสิวตัวเองค่ะ

ช่วงเดือนต้นมิ.ย.เดินทางไปตปท.เพื่อเรียนแลกเปลี่ยนเป็นเวลาเกือบ2เดือนค่ะ โดยพกอาหารสำเร็จรูป เช่น โจ๊ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องไป โดยช่วงที่ไปถึงสัปดาห์แรก ทานแต่อาหารพวกนี้เพื่อที่จะประหยัดเงินด้วย ก็ยังคิดอยู่ว่าเออมาสิงคโปร์ยังไม่ได้กินผักเลย แล้วสิ่งที่แปลกใจก็คือ อุจจาระเหม็นเน่ามาก ก็ยังคิดว่าห้องน้ำเขาไม่ดีรึเปล่า(ยังไม่รู้ตัว) แล้วที่มหาลัยก็มีชาไข่มุกอร่อย

ต่อมาพอของที่เอามาเองหมด ก็ไปซื้อมาเพิ่ม เป็นจำพวกปลากระป๋อง อาหารเวิร์ฟ บวกกับช่วงนั้นจะเป็นประจำเดือน ทำให้มีความอยากอาหารมาก กินไก่ทอดทุกวันเป็นเวลา1สัปดาห์เต็มๆ ไปเที่ยวก็เห็นว่าตัวเองพุงป่องมาก

แล้วเช้าของสัปดาห์ต่อมา ก็ต้องตกใจหน้าตัวเองเพราะสิวเม็ดเล็กๆ เต็มหน้าไปหมด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เป็นแต่หาครีมรักษาสิวมาใช้ก็ดีขึ้น แต่อยู่ๆก็มาเป็นอีกทั้งๆที่ใช้ครีมรักษาสิวตัวนั้นอยู่!!! ถามคนขายเขาก็หาว่าแพ้ครีมอะไรมารึเปล่า ทั้งๆที่ความจริงเกิดจากพฤติกรรมเราชัดๆ) วันนั้นตัดสินใจไม่ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวอีก(เพราะที่นี่ไม่มีแบรนด์ที่เราใช้ด้วย แถมราคาแพงอีก) ต้องใช้วิธีธรรมชาติจะได้ไม่เปลืองตังค์ ก็เสิร์ชหา “วิธีรักษาสิววิธีธรรมชาติ)“

แล้วก็ไปเจอคลิปครูบีมในyoutube เกี่ยวกับสิวอุดตัน ที่ว่า เกิดจากผิวขาดน้ำ กินไขมันเลว เลยตัดสินใจทำตาม แล้วเพิ่งนึกออกว่าผิวเราขาดน้ำได้ยังไง ก็คือ กินอาหารสำเร็จรูปซึ่งโซเดียมสูง ดื่มน้ำน้อย ขับถ่ายไม่ปกติ ล้างหน้ากว่าจะทาครีมผิวก็แห้งผาด

หนูเริ่มทำตามคำแนะนำครูบีมจากคลิปที่ฟังในวันที่ 3 ก.ค. ดื่มน้ำวันละ 2,500ml กินผักให้ได้ทุกมื้อ ไม่กินอาหารหวาน มัน ทอดเลย ออกกำลังกายทุกวัน ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดหน้าสิวเล็กๆหลุดติดตลอดค่ะ แล้วใช้มาส์กแบบลอกที่อ่อนโยน คอยดูดพวกสิวเล็กๆออก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

พอวันที่ 13 ก.ค.หนูเริ่มทำตารางบันทึกสุขภาพ ทำให้เรายิ่งมีวินัย หนูดื่มน้ำ Celery ปั่นแทน ถ้าชาไข่มุก (มีวันนึงอยากกินมาก เลยซื้อแบบไม่ใส่น้ำตาล ปรากฎว่าตาค้างนอนไม่หลับ เข็ดเลยค่ะ) แล้วไปเจอคลิปครูเก๋ หมอเกดธาตุเจ้าเรือน ก็เริ่มเล่นโยคะเพิ่มตอนเช้า พอกลับมาที่ไทย 31 ก.ค ทุกคนทักว่าผิวใสออร่ามาก สิวไม่สนใจมันแล้วเพราะมันน้อยลงเรื่อยๆ มีสิวขับพิษขึ้นประปรายแต่มันหายไปเองอย่างไรร่องรอย

แล้วไปอ่านเจออีกว่าเป็นสิวน่ะดีแล้ว ทำให้เรารู้ตัวกลับมาดูแลร่างกาย

ที่ครูบีมบอกว่า อาหารจะกลายเป็นผิว ทำให้การกินผักหรืออาหารที่มีประโยชน์เป็นเรื่องที่มีความสุขไม่ได้รู้สึกฝืนใจแต่อย่างใด ยิ่งทำยิ่งเชื่อเพราะเห็นผลจริงๆ

ต้องขอบคุณครูบีมที่แบ่งปันประสบการณ์ตัวเอง ทำให้คนเป็นสิว สิวหาย กลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วหนูก็ชักนำคนในครอบครัวให้ดูแลสุขภาพกันค่ะ เนื่องจากโชคดีที่บ้านหนูรู้จักหมอเขียว คุณแม่เคยไปเข้าคอร์สด้วยค่ะ เลยเข้าใจวิถีธรรมชาติ

❤️❤️❤️❤️❤️