สาเหตุและวิธีแก้ “สิวแนวกราม”

สิวแนวกราม ในที่นี้ เราจะเน้นไปที่สิวที่มีสาเหตุมาจากภายในนะคะ ไม่รวมสิวสเตียรอยด์ที่เกิดจากการทายาหรือครีม ที่มีสเตียรอยด์ หรือสิวที่เกิดจากการแพ้ครีมค่ะ

โดยจะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ไว้ที่แต่ละภาพ

ให้ทดลองปฏิบัติกันอย่างง่าย ๆ ดูก่อนค่ะ  แต่ปกติใช้วิธีการเท่านี้ ก็จะสามารถแก้ไขได้แล้ว สำหรับสิวทุกประเภทที่ขึ้นบริเวณนี้เลย

36640222_2298876443486400_6734890130403753984_o

พิษสะสมนี้ ไม่ได้มีแค่อุจจาระตกค้างเท่านั้น แม้บางคนจะขับถ่ายดี แต่การกินสารกันเสีย สารปรุงแต่งต่างๆ ในอาหารแปรรูป โลหะหนัก คลอรีนที่ผสมในน้ำประปา เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ และไปสะสมอยู่ที่ลำไส้และเกาะกับอุจจาระตกค้างในผนังลำไส้ นาน ๆ ไป หากไม่ได้ล้างออก เพราะกินผักผลไม้สดน้อย ไม่กินน้ำปั่นผักผลไม้เลย กินแต่ของ 10 อย่างที่บีมลิสต์ไว้ บวกกับอาหารผ่านกระบวนการเป็นประจำ จะทำให้มีพิษตกค้างร่วมกับอุจจาระค่ะ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกาะอยู่กับผนังลำไส้ จะสามารถถูกเซลล์ผนังลำไส้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและน้ำเหลืองได้ และไหลวนกลับเข้าสู่เลือดและน้ำเหลือง และเพิ่มภาระให้ตับ ไต จะต้องกรองของเสียออกจากเลือดเพิ่มขึ้น และพิษบางอย่าง เมื่อตกค้างนานไป และตับเสื่อมสภาพในการขจัดพิษ เพราะ นอนดึก กินดึก ไม่ถนอมตับ กินของมัน ของหวานมาก ๆ กินแอลกอฮอล์ เครียดจัด มักโมโห อดอาหารบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ จะทำให้ตับเสื่อม และกระบวนการดีท็อกซ์ที่ตับทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ซึ่งพิษจะกลายพันธุ์กลายเป็นพิษที่รุนแรงกว่าเดิมได้ แล้วยิ่งทำให้ร่างกายอักเสบ เกิดสิวบวมแดง สิวหัวหนอง เพิ่มขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ที่แนวกราม แต่สามารถกระจายได้ทั่วทั้งหน้า หลัง และอก ค่ะ อยู่ที่ว่าพิษไปกองสะสมตรงบริเวณไหนบ้าง มันก็จะขึ้นบริเวณที่สะท้อนอวัยวะและเส้นลมปราณนั้น ๆ

วิธีการแก้ปัญหา


ให้ล้างลำไส้ให้สะอาด จะด้วยสูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือสมุนไพรก็ได้ ตามแต่จะเลือกนะคะ เอาที่เรากินแล้วเห็นผลดีกับเราที่สุดและเราสบายใจที่จะกินค่ะ

สูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว คลิกดูวิธีทำที่
https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/himalayan-salt-detox-formula.html

และน้ำมันมะพร้าวก็เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้ลำไส้ระบายได้ดีขึ้น โดยทานน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะและดื่มน้ำเปล่าตามไปมาก ๆ หลังตื่นนอน ถ้าเป็นไปได้ควรดื่มให้ถึง 1 ลิตร (น้ำอุณหภูมิห้อง) และน้ำมันมะพร้าวยังช่วยฆ่าเชื้อโรคหลากหลายรูปแบบได้ด้วยค่ะ ถ้าใครที่ไม่มีปัญหาในการทานน้ำมันมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี

แต่การกินน้ำมันมะพร้าวจะทำให้คนที่เคยกินของหวาน มัน ทอด นอนดึก มานาน จนทำให้มีไขมันพอกตับ หรือไขมันเลวสะสมในร่างกาย และมีแนวโน้มเป็นสิว มีสิวขึ้นได้ในระยะแรก ๆ ซึ่งบอกระยะเวลาไม่ได้ในแต่ละคนค่ะ ถ้าไขมันเลวหมดจากตับและร่างกายเมื่อไหร่ สิวอุดตันและอักเสบก็จะหายไปเองค่ะ โดยที่เราต้องไม่รับของใหม่เพิ่มระหว่างบำบัดด้วยน้ำมันมะพร้าวเลย จะเห็นผลเร็วกว่า ไม่ต้องก้าวหน้าและถอยหลังไป ๆ มา ๆ ค่ะ เป็นวิธีที่ประหยัด แต่ต้องอดทนและปล่อยวางสูง ถ้านอยด์กับสิวขับพิษได้ง่าย ไม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ ให้เลือกวิธีด้านบนแทน คือ เกลือหิมาลัยมะนาว อาหารเสริม หรือสมุนไพร เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างช่วงเวลาล้างพิษช่วงหนึ่งค่ะ แนะนำให้ดูคลิปที่ได้สอนเกี่ยวกับการล้างพิษพื้นฐานเพิ่มเติมดังนี้


Live #บีมพบแฟนเพจ 4 ก.ค. 61 “อยากรักษาสิว อยากล้างพิษ อยากหายขาด แต่กลัวสิวขับพิษ
Live #บีมพบแฟนเพจ 18 ก.ค. 61 : 3 วิธีล้างพิษอย่างง่ายฉบับผู้เริ่มต้น

36580397_2298876336819744_3320340479534432256_o

โพรไบโอติคส์ (probiotics) คือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ถือเป็นทหารของลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันระบบใหญ่ที่สุดของร่างกาย (Dr.Axe กล่าวว่า ระบบภูมิคุ้มกัน 80% อยู่ที่ลำไส้ และแพทย์ทางเลือกหลาย ๆ ท่าน ก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพลำไส้ก่อนอย่างอื่น เพราะถ้าที่นี่ดี สุขภาพจะดีเอง)

แบคทีเรียที่มีประโยชน์นี้ โดยปกติแล้วจะเป็นแบคทีเรียที่จะสามารถมีจำนวนลดลงได้ เมื่อสภาพของลำไส้สกปรก คนนั้นมีความเครียดสูง กินยาปฏิชีวนะ (ที่ฆ่าทั้งเชื้อที่ดีและไม่ดี ยารักษาสิวก็จะมียากลุ่มนี้อยู่ด้วย) กินยาคุมกำเนิด ไม่กินผักผลไม้สดจำนวนมาก ๆ และถ้าเมื่อใดที่แบคทีเรียที่ดีนี้ลดลง จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีขยายอาณาจักร ซึ่งมีผลทำให้เกิดพิษและแก๊สพิษเป็นบริเวณกว้างในลำไส้ (เหมือนถังขยะที่หมักเน่าเหม็นไม่ได้ล้าง มีหนอนมากมาย ประมาณนั้นนะคะ) ด้วยลำไส้เช่นนี้ จะทำให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นแรง อุจจาระมีกลิ่นแรง มีกลิ่นตัว กลิ่นปากแรง และทำให้เป็นสิวและฝ้า หน้าหมองคล้ำ เป็นต้น

ระบบย่อยอาหาร ระบบดูดซึมเสียหาย ระบบขับถ่ายทำงานไม่ปกติ บ้างก็ท้องเสีย บ้างก็ท้องผูก เป็นประจำ เป็นภูมิแพ้ ป่วยบ่อย ๆ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ผิวหนังแพ้ง่าย ประเภทน้ำเหลืองเสีย มักจะมีสาเหตุมาจากตรงนี้ทั้งหมดค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัย แพทย์ นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์ สนับสนุนเรื่องคุณประโยชน์ของโพรไบโอติคส์ต่อสุขภาพมาเป็นกระแสหลักอีกกระแส และเมืองไทย มีหนังสือ Microbiota อวัยวะที่ถูกลืม โดยคุณหมอผิง ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนนะคะ ว่าการเป็นสิวเรื้อรัง อาจจะมาจากโพรไบโอติคน้อย หรือไม่มีเลยค่ะ ลองหาอ่านกันดูได้เลยค่ะ ^^

วิธีการแก้ปัญหา
ให้เติมโพรไบโอติคโดยการกินแหล่งอาหารที่มีโพรไบโอติคส์ เช่น โยเกิร์ต (ที่ไม่ทำจากนมวัว) นมหมักคีเฟอร์ ข้าวหมาก เป็นต้น (เลือกที่ไม่แพ้ ถ้าแพ้ กินแล้วจะคันสิว ไม่สบายหน้า ไม่สบายตัวใน 4-12 ชั่วโมงหลังกิน โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่กินอย่างอื่นที่น่าสงสัยว่าจะเพิ่มพิษให้ตัวเองเพิ่มหลังจากนั้น

โดยให้ดูที่ลิสต์ของกิน 10 อย่างไว้ก่อน เช็คได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/04/foods-cause-acne.html) และดื่มน้ำปั่นผักผลไม้พร้อมกันหรือในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในช่วงก่อน 9 โมง

หรืออีกสูตรที่มีกัลยาณมิตรได้ทดลองทำแล้วเห็นผลดีและแนะนำมา คือ กินโยเกิร์ตราดกล้วยดิบปั่น (สูตรคุณหมอสันติ มานะดี) ทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 ครั้ง (บีมแนะนำเป็นช่วงเช้าก่อนอาหารมื้อแรก หรือหลังตื่นนอนไม่เกิน 7 โมง)

36543852_2298876986819679_4596428417691287552_o

น้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรค เป็นอาหารของเชื้อไม่ดี เป็นอาหารของยีสต์ที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้สิวหายช้า เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน อักเสบซ้ำซ้อนบริเวณเดิม ๆ

นอกจากนี้ การกินน้ำตาลยังทำให้เกิดสิวฮอร์โมน คือ ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่ง น้ำตาลในเลือดที่ขึ้นและลงไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เกิดการผลิตฮอร์โมนผู้ชายชื่อ แอนโดรเจน ที่สูงขึ้นมาก เป็นผลทำให้มีน้ำมันถูกผลิตมากเกินไป ไขมันมาเติมเป็นอาหารเชื้อโรคในรูขุมขน และจากแค่เพียงระดับน้ำตาลที่แกว่ง ก็ส่งผลต่อเนื่องให้เซลล์ผิวผลิตมากขึ้นกว่าปกติ ก่อการอุดตันจากระดับภายในรูขุมขน ผสมกับน้ำมันที่ถูกส่งมาที่รูขุมขนมากขึ้น ก็เป็นผลให้สิวอักเสบและอุดตันมากขึ้นค่ะ

เข้าใจกลไกของการแกว่งของระดับน้ำตาลต่อการเกิดสิว หน้ามัน และอุดตันได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2009/08/1.html

วิธีการแก้ปัญหา


งดน้ำตาลได้ 100% จะหายเร็วมาก เพราะเชื้อโรคและยีสต์จะไม่ได้อาหาร มันจะตายเร็ว ถ้ามันตายหมด สิวเราจะหายค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้เลยจริง ๆ

งดมากหายเร็วมาก งดน้อยหายช้า

นั่นเท่ากับว่า ไม่งด = ไม่หาย ค่ะ

อยู่ที่ตัวเราปรับพฤติกรรมการกินและฝึกใจของเราเองค่ะ

36533233_2298877260152985_1437489450476109824_o

อาหารคัพพะ เป็นชื่อเรียกอาหารของแนวอายุรเวท ที่มีลักษณะที่หนัก เป็นครีม ข้น หวาน เค็ม ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ จะส่งผลต่อผิวบริเวณคัพพะของใบหน้าคือ กรามนั่นเอง

อาหารคัพพะ เมื่อกินมากไป อาจทำให้เกิดอาการคั่งหรือบวมน้ำ เกิดอาการหนักตัว ตัวบวม เลือดลมเดินไม่สะดวก เป็นซีสต์ เป็นต้น

อาหารกลุ่มนี้ ได้แก่ กล้วย ทุเรียน นมวัว น้ำมันมะพร้าว ชีส เนย น้ำตาล ของรสหวาน ๆ มันสัตว์ หรือมีเกลือโซเดียมสูง ๆ เป็นต้น

วิธีแก้ปัญหา 
งดกินอาหารกลุ่มนี้ไปก่อน แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรงดค่ะ เพราะร่างกายกำลังเสียสมดุล มีน้ำ มีมัน มีคัพพะมากไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหน้ามัน และมีสิวบวมน้ำขึ้นได้เช่นกัน เอาไว้สิวหายแล้ว ค่อยกลับมากินใหม่ได้ โดยไม่กินมากไปจนมีสิวขึ้นอีก36532354_2298877083486336_3544069118439194624_o

อาหารบางอย่าง เป็นของที่มีประโยชน์ แต่เราอาจจะแพ้ เช่น ไข่แดง ไข่ขาว เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล ข้าวสาลี (คนแพ้มาก) ถั่วต่าง ๆ นมต่าง ๆ ซึ่งการกินของที่เราแพ้ จะทำให้เกิดสิวแนวกรามขึ้นได้ โดยมักจะเป็นอักเสบ แบบไม่มีหัวอยู่ภายใน และมักจะมีอาการคัน ๆ สามารถหายได้เองเมื่อหยุดกินอาหารนั้น ๆ แล้ว และไม่มีการเติมเข้าไปใหม่ และมันไม่หลงเหลือตกค้างอยู่ในลำไส้หรือกระแสเลือดแล้ว

วิธีแก้ปัญหา
– ให้ทำเทสต์การแพ้อาหาร ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งค่อนข้างสูง หรือ
– ทดสอบการแพ้ด้วยตัวเอง โดยต้องคลีนร่างกายให้สะอาดหมดจดก่อน จนสิวหายไปมากที่สุด (คือเรารู้สึกได้ว่า เราสิวหายเพราะร่างกายคลีนแล้วจริง ๆ โดยให้อดอาหารล้างพิษตามสูตรนี้ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/fast-for-health.html และล้างลำไส้จนสิวยุบ หาย แล้วลองกินของต้องสงสัย วันละแค่ 1 อย่าง เช่น นมวัว ไข่แดง ไข่ขาว ถั่วเหลือง (ที่คนแพ้บ่อย ๆ) แล้วสังเกตว่า ภายใน 4-12 ชั่วโมง มีอาการหรือไม่ โดยอาหารอื่น ๆ ที่กินต้องคลีนเท่านั้นนะคะ แต่มีเพิ่มตัวเทสต์เข้าไปเพียง 1 ตัว แบบนี้เราก็จะทราบได้ค่ะ ว่าแพ้หรือไม่ ด้วยตัวเอง อาจจะใช้เวลา แต่ก็ทำให้เราเทสต์เองได้เลย โดยที่ไม่ต้องรอเก็บเงินไปทำเทสต์ค่ะ เราสามารถทดลองได้ทุกวันจนกว่าเราจะมั่นใจในผลการทดลอง (บีมยังไม่เคยเทสต์ ก็ใช้วิธีนี้ค่ะ เลยบอกได้ว่ามันเวิร์คเหมือนกัน แต่ถ้าใครแพ้เยอะจริง ๆ ก็พิจารณาการทำเทสต์ก็น่าสนใจค่ะ เพราะจะได้ตัดตัวที่แพ้ออกเลย การรักษาสิวจะเห็นผลเร็วขึ้นมาก สิวแนวนี้จะหายเร็วขึ้นมาก ถ้าไม่กินของที่แพ้)
36526999_2298876573486387_3544851347947913216_o

ผนังลำไส้อักเสบและรั่ว เป็นเหตุการณ์สืบต่อมาจาก 2 ข้อแรก กล่าวคือ ลองนึกสภาพถึงอุจจาระ ไขมันเหนียว ๆ (ไขมันทรานส์) คราบหนืดของนมวัวเหนียว ๆ ที่เกาะผนังลำไส้ ที่เกาะแบบนั้นเป็นเวลานาน ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะเหมือนกับการที่เราเอาน้ำเน่ามาป้ายผิวหน้าบริเวณเดิมซ้ำ ๆ กันทุกวัน ย่อมทำให้ผิวบริเวณนั้น อักเสบ และ มีปัญหา

ผนังลำไส้เป็นเยื่อ ย่อมมีความอ่อนไหวต่อพิษที่ผ่านมา ยิ่งถ้าพิษมันเกาะผนังลำไส้ด้วยแล้ว ก็จะทำให้ลำไส้มีปัญหาอักเสบและเกิดรูรั่วเล็ก ๆ (ไม่ใช่รูโบ๋ใหญ่นะคะ) ภาษาอังกฤษ เรียกว่า leaky gut syndrome ซึ่งในทางแพทย์ทางเลือกจะถือว่าโรคนี้มีอยู่จริง และส่งผลจริงต่อสุขภาพ ในขณะที่แพทย์กระแสหลักอาจจะยังไม่ยอมรับค่ะ แม้จะเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ก็ชัดเจนว่า เมื่อลำไส้มีสุขภาพที่ดีแล้ว สิวจะหายไปได้จริง ๆ และผิวจะแข็งแรงขึ้นจริง นั่นคือสิ่งที่ทุกคนจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรออ่านงานวิจัยเพิ่มเติมอีกค่ะ สามารถทดลองทำเองได้เลย

วิธีการแก้ปัญหา
นอกจากจะทานโพรไบโอติคส์และน้ำปั่นผักผลไม้แล้ว ซึ่งเป็นวิธีหลักในการแก้ปัญหานี้ เพราะต้องให้โพรฯ เข้าไปจัดการ เขาเป็นทหารที่จะช่วยเรื่องนี้โดยตรง ถ้าเราไม่มีเขาเพียงพอ เราจะไม่มีวันหายจากสิวเด็ดขาด ต่อให้กินอาหารเสริมที่ดีแค่ไหนก็ตาม เราจะไม่มีวันหายอย่างยั่งยืนค่ะ เราจะต้องกินอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบเพิ่มเช่น ขมิ้นชัน โอเมก้า 3 จากน้ำมันงาม้อน เมล็ดเจีย เมล็ดแฟล็ก เป็นต้น จะเป็นรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริมที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพดี หรือของสดได้ยิ่งดีค่ะ โดยให้กินเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในตอนเช้าหลังตื่นนอน ก็จะช่วยลดการอักเสบในผนังลำไส้ลงได้ค่ะ36512504_2298877166819661_1285878152899330048_o

ไขมันทรานส์ เป็นไขมันตัวร้ายที่สุด ที่ไม่ว่าแพทย์กระแสใดก็ยกให้เป็นผู้ร้ายคร่าชีวิตมนุษย์อันดับ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว ไขมันทรานส์เป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิวแนวกรามเช่นกัน ซึ่งพบได้ในของทอดด้วยน้ำมันผ่านกระบวนการ (processed oil) เบเกอรี่ส่วนใหญ่ ครีมเทียม มาการีน กลุ่มนี้ใช่ทั้งหมด ที่มักจะพบได้ในขนมเด็ก ของกรุบกรอบ ขนมถุง

ไขมันนี้เป็นพิษต่อร่างกาย 100% เข้าไปเป็นภาระของตับอย่างสูง ร่างกายย่อยไม่ได้ กำจัดออกได้ยาก ตกค้าง ติดที่ผนังลำไส้ มีแพทย์ทางเลือกหลายท่านกล่าวว่า ไขมันชนิดนี้ เมื่อเข้าไปแล้ว จะไปเกาะและเคลือบผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารและน้ำไม่ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนกินมาก แต่ยังผอม หรือบางคนดื่มน้ำมาก ก็ปัสสาวะมาก และรู้สึกร่างกายยังร้อนตลอดเวลา

มีผลการทดลองที่ชัดเจนว่า เมื่อได้ล้างไขมันชนิดนี้หรือไขมันเลวออกจากระบบร่างกายทั้งหมดแล้ว จะทำให้สิวหายได้จริง และระบบหมุนเวียนของร่างกายดีขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สุขภาพและผิวทั้งหมดยกระดับขึ้นได้รวดเร็ว (เมื่อล้างออกหมด)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับไขมันทรานส์ได้ที่เว็บของ สสส.
https://goo.gl/YtcZH4

ดูคลิปที่อธิบายเรื่องไขมันทรานส์และพิษของมันให้เข้าใจง่ายด้วยการ์ตูน
https://youtu.be/thB4V2_hcDI

ตอนนี้เป็นของพิษกฎหมายแล้วค่ะ มีกฎหมายห้ามจำหน่ายแล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2LEPfmP

วิธีแก้ปัญหา
งดกินไขมันทรานส์ 100% และล้างไขมันทรานส์เก่าออก ด้วยการล้างทุกระบบ ตับ เลือด น้ำเหลือง ลำไส้ ซึ่งสามารถกินได้ทั้งรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริม หรือทำการล้างพิษตับอย่างถูกวิธี และออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที จะทำให้สามารถผลักไขมันทรานส์ออกจากระบบร่างกายได้เร็วขึ้นค่ะ เมื่อไขมันทรานส์ออกหมด สิวทุกประเภทจะหายไปเองค่ะ พร้อมกับปัญหาหน้ามันมากก็จะหมดไปเช่นกัน36505177_2298876713486373_6361657987777429504_o

พยาธิเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปและคิดว่าตัวเองไม่มี (เพราะบีมก็เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน) แต่ อ.สุทธิวัสส์ คําภา นักธรรมชาติบำบัดเชี่ยวชาญการใช้เพนดูลั่มอ่านโรค ได้กล่าวว่า พยาธิเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพของคนไทยอีกสาเหตุหนึ่ง ที่คนไทยมองข้าม แต่พยาธิในบ้านเรามีมาก เพราะเป็นเมืองร้อน จึงควรต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอทุกเดือนหรือเมื่อรู้สึกว่ามีอาการเพลีย เหนื่อยง่าย โดยบีมแนะนำให้ถ่ายพยาธิร่วมกับการดีท็อกซ์ลำไส้ไปด้วย จะทำให้พยาธิที่ตายแล้วสามารถออกมาพร้อมกับอุจจาระได้หมด (เป็นคำแนะนำของเภสัชกรที่ร้านขายยา เขาจะให้ยาถ่ายพยาธิมาพร้อมกับยาระบาย แต่บีมใช้วิธีของตัวเองในการดีท็อกซ์โดยไม่กินยาระบาย เลือกที่เราสบายใจเลยนะคะ วิธีไหนก็ได้ ขอให้มีการดีท็อกซ์ร่วมกับการถ่ายพยาธิก็โอเคค่ะ)

 

Published by

Beam's Secret

นักเขียน ครู & โค้ชสิวโฮลิสติค และผู้ประกอบการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s