สิวเปลี่ยนชีวิต (บีม)

สิวเปลี่ยนชีวิต (บีม)

ชีวิตสิว ๆ ที่เปลี่ยนไปของ #บีมซีเคร็ต
(ยาว แต่คุ้มค่าเวลาที่ได้อ่าน ให้พลัง ให้ความเชื่อมั่น กับคุณ)

บีมเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตมีความสุขดี
แต่ด้วยผิวที่ดำคล้ำแต่กำเนิด ตอนไปโรงเรียนชั้นประถม
ก็ถูกเพื่อนล้อตลอดว่า “ดำปากเป็ด”
ตอนนั้น “ข้าวนอกนา” เป็นหนังที่ดังมาก
ก็ดันอยู่ในกระแสซะงั้น!!! (โดนเลย)
.
และแล้ววันหนึ่ง ขณะอยู่ชั้น ป.4 (อายุ 11 ปี) ก็พบว่า
ตัวเองเริ่มหน้ามัน เป็นสิวเสี้ยนที่จมูก มีสิวข้าวสารที่หน้าผาก
มีกลิ่นตัวรุนแรง และมีเซลลูไลท์ที่ต้นขา ลามไปถึงน่อง
คุณแม่ก็เริ่มหาอะไรมาให้เราใช้ แบบเบสิค ๆ
สบู่น้ำผึ้ง โฟมแบรนด์หนึ่ง ครีมแบรนด์หนึ่ง ที่บีมไม่รู้จัก
แต่มั่นใจว่าไม่มีสเตียรอยด์ …
.
น้ำซาวข้าว แม่ก็ให้ลองเอามาล้างหน้าดู
ไปร้านทำผมกับแม่ คุณน้าช่างทำผมก็คงจะหวังดี
พูดตลอดเลยว่า เอาสิวมาให้น้าบีบดีมั้ย!?
ป. 6 แม่พาไปหาหมอที่เชียงราย ทายา ก็ไม่หาย
ก็เลยต้องปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ…

ป.4 – ป.6 เป็นอะไรที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองดูแย่
มีดีอย่างเดียวคือ เรื่องเรียน เรื่องวิชาการ
แต่ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน เพราะ ความหน้ามัน ดำ และสิ่วที่ขึ้นเพิ่ม
และการถูกปฏิเสธจาก Puppy Love (แหม…เร็วมาก ^^)
.
และที่เจ็บปวดที่สุด คือ คุณครูที่สอนพระพุทธศาสนาและมารยาท
ดุบีมว่า … หน้าเธอมันและดำมาก ไปล้างหน้าแล้วเอาทิชชู่ซับซะป่ะ!
.
แม่เจ้า…ภาพนั้นยังมีอยู่ในหัว แต่ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดตอนนี้แต่ประการใด เพียงแต่เล่าให้ฟังค่ะว่า เป็นเด็กที่ ดำ สิว มัน เหม็น ครบ!!!
โรลออนที่ใช้ ก็ติดเสื้อเป็นคราบ ๆ เหลือง ๆ ซักก็ไม่ค่อยจะออก
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง … มันก็อายเพื่อนนะ แต่ว่า
จะให้ซื้อใหม่ก็เกรงใจแม่ เสื้อมันยังไม่เก่าเลย

พอขึ้นชั้นมัธยม ก็ไปเรียนที่เชียงใหม่ จังหวัดใหญ่ขึ้นมาหน่อย
เป็นโรงเรียนที่ดีมาก ๆ สังคมดี วิชาการดี คุณครูดี
.
แต่เรานี่สิ … เด็กต่างจังหวัดที่เชยระเบิดมาก ๆ เข้าเมืองใหญ่
จากที่เคยไม่ค่อยมั่นใจตัวเองอยู่แล้ว
มาเจอ ขาว สวย หมวย รวย ยิ่งรู้สึก “ด้อย” ไปกันใหญ่
.
แต่ก็อย่างว่า มีดีอยู่อย่างนึง คือ เป็นคนตั้งใจทำอะไรก็สำเร็จ
และเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ก็ยึดจุดนั้นเป็นจุดหลักของชีวิตไปก่อน
มันก็เลยยังพอถ่วงดุลชีวิตได้ให้ไม่รู้สึกล้มเหลวมากไป
.
ตอนอยู่ชั้นมัธยม สิวก็ขึ้นอยู่เรื่อย ๆ
แต่พอดีเห็นเพื่อนคนหนึ่ง ตอนแรกหน้าเป็นสิวเยอะ
แต่สักพัก เห็นเขาหน้าใสกิ๊ง เลยถามเขาว่าไปทำอะไรมา
เขาบอกว่า ไปหาหมอที่คลินิก “ร” (ปัจจุบันนี้ยังมี)
.
เราก็เลยไปเสาะแสวงหา เข้าไปรักษาจนได้
แล้วก็พบ “ทางสว่าง” ของเราในตอนนั้น
กินยา ทายา แค่ 2 สัปดาห์ หน้าใสกิ๊งๆๆๆ
ดีใจมาก ๆ

แต่สัจธรรมก็บังเกิดให้เห็น
คือ เริ่มมีอาการปัสสาวะเหม็นตามยาที่กิน
เริ่มมีภาวะลำไส้ทำงานไม่ปกติ
ปวดท้องเหมือนมีแผลตลอดเวลา
.
ประกอบกับตอนนั้นเป็นนักกีฬาด้วย
เราก็อยากสูง ก็อัดนมวัวเยอะมาก ๆ
ผลคือ ถ่ายเหลวบ่อยมาก ๆ
แถมโครกครากในท้องตลอด
.
และก็อยากจะอ้วนขึ้น (เพราะเป็นคนผอม)
ก็กินไก่ทอด กินพิซซ่าขอบชีส กินบราวนี่ เบเกอรี่
อัด ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะคิดว่า จะได้มีน้ำหนักขึ้นได้
.
ยังไม่พอ…ด้วยความที่เป็นเด็กหอ
ก็นอนดึก กินดึก ตามประสา
บางทีวันหยุดก็เม้าท์มอยกับเพื่อนถึงตี 4-5
บางทีเล่นเยอะไป ก็จะกลับมาอ่านหนังสือทำการบ้านถึงดึกมาก
ถึงจะเล่นอะไรขนาดไหน แต่การเรียนไม่เคยต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอ
.
แต่ที่เครียดเพิ่มทุกปี ๆ คือ
สิวที่เพิ่มขึ้น หยุดยาไม่ได้ หยุดแล้วไม่เกิน 3 เดือนกลับมา แถมเพิ่มอีก
กลิ่นตัวที่รุนแรง คราบที่บริเวณใต้วงแขนของเสื้อยังคงมีปัญหาอยู่เสมอ
ผิวที่หยาบ ดำ กร้าน อาจจะเพราะเล่นกีฬาด้วย ว่ายน้ำด้วย คือ ดูเหมือนทอมคนหนึ่งเลยทีเดียว
.
นั่นคือ บีมตอน ม.ต้น ที่สิวยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิต
รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เราไม่รู้ว่ามันพ่วงมากับ “สิว”
คือ ความมั่นใจในตัวเองและสุขภาพที่ถดถอยลง
และปริมาณไขมันเลวที่เริ่มสะสมในตัว!!!

ตอน ม.ปลาย เพื่อนบอกว่า หุ่นดี หน้าตาน่ารักดี ไปคัดเชียร์ลีดเดอร์
แต่ก็ไม่ติด…
ก็เลยไม่สนใจละ
มาตั้งใจเรียนก็แล้วกัน…
เพราะอีก 3 ปีก็ต้องเลือกคณะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยละ
.
จริง ๆ เป็นคนชอบด้านภาษามาก ๆ
แต่ด้วยความที่เพื่อนสนิทไปเรียนสายวิทย์กันหมด
และเราก็รู้สึกว่า มันไม่รู้ว่า สายศิลป์เรียนแล้วจะไปทำอะไร
เราตัดสินใจเองไม่เป็นในตอนนั้น
ก็เรียนตามที่ครอบครัวอยากให้เรียนด้วย
.
ทำให้เราต้องเรียนหนัก ถึงจะได้เกรดสูง ๆ ตามที่ตั้งใจ
กลายเป็นสะสมความเครียดไม่รู้ตัวอีก
ทุกอย่างกินเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิมเหมือน ม.ต้น
แต่ไม่ได้เล่นกีฬาเท่าไหร่แล้ว ก็เน้น กิน เรียน นอน
เที่ยวเล่นกับเพื่อน (เป็นคนเที่ยวน้อยมาก และไม่เที่ยวกลางคืน)
.
แต่ที่เพิ่มมา คือ ยาโรแอคคิวเทน
ตอน ม.ต้น กินยาปฏิชีวนะ ชื่อ Doxycycline
ตอน ม.ปลาย หมอคนเดิม จ่าย โรแอคคิวเทน
เป็น “ยาใหม่” ในยุคนั้น ที่ราคาแพงแต่กำราบสิวได้ทุกประเภท!!!
.
กินไปสักพักไม่นาน เกิดอาการตาแห้ง ปากแตกอย่างแรง
ผนวกกับสุขภาพที่แย่อยู่แล้ว ก็เกิดอาการคันตามหาศาล
ไปโรงเรียนไม่ได้ในวันหนึ่ง…
และรู้สึกอารมณ์แปรปรวนหนัก
เคยคิดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แบบไม่มีเหตุผล
อยู่ดี ๆ ก็แว่บขึ้นมา เห็นระเบียงก็อยากจะกระโดด
.
อาจจะด้วยตอนนั้น เราอยากเรียนคณะภาษาอังกฤษ
แต่ที่บ้านอยากให้สอบต่อเรียนหมอ … คือ เรารู้สึกกดดันอย่างมาก!!!
พอมันผสมกับอะไรที่เป็นอยู่ เลยไปกันใหญ่!

แต่อาการไม่สบายตาอย่างหนัก
เหมือนมีอาการภูมิแพ้ไม่หยุดหย่อน
ประกอบกับ “ผมร่วง” เกินพิกัด
คือ ร่วงจนน้องสาว (ที่อยู่ห้องเดียวกัน) ตกใจอย่างมาก
และจากที่บีมผมหนา ก็บางลงมากอย่างน่าตกใจ
.
จึงตัดสินใจ ไปหาข้อมูลยาตัวนี้ในอินเตอร์เน็ต
ยุคนั้นต้องไปร้านเน็ต ชั่วโมง 10-15 บาท
แถว ๆ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (หลังมอ)
ก็พบว่า ยานี้เป็นยาอันตราย และไม่ดีต่อตับมาก ๆ
.
วันที่ไปพบหมอ ก็เลยไปถาม …
“คุณหมอคะ เห็นข้อมูลบอกว่า ยานี้ไม่ดีต่อตับ มันกินได้เหรอคะ”

หมอตอบว่า …
“ตับอยู่ข้างใน หน้าอยู่ข้างนอก เธอเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
.
เฮ้ยยยยย … ทำไมตอบงี้! (คิดในใจ)
จากจุดนั้น ก็ตัดสินใจเลยว่า “จะต้องเอาชนะหมอให้ได้” 555
จะรักษาทั้งตับและหน้าให้มันดีไปพร้อมกันนี่แหละ
แต่จะทางไหนล่ะ???

หลังจากนั้น
เหมือนจิตใต้สำนึกมัน “ปฏิเสธ”
การรักษาแบบนั้นไปโดยสิ้นเชิง
.
แต่เราห่างมันได้ไม่นาน เราก็ต้องกลับมาอยู่ดี
แต่ตอนหลัง ๆ จะแค่เข้าไปซื้อยา
แต่พอไปซื้อบ่อย ๆ แต่ไม่พบหมอ
ก็โดนบังคับให้พบอีก…
.
ก็แสวงหาครีมข้างนอกมาใช้
ก็ใช้ไม่ได้…ไม่มีความรู้อะไร
ใช้แล้วก็ไม่ได้ผลเหมือนไปหาหมอคลินิกนั้น

จากนั้น ก็ได้มาเรียนต่อในกรุงเทพฯ
โจทย์เดิมอีก เรื่องสิวจะทำยังไง
มีดีเรื่องเดียวเหมือนเดิม คือ เรื่องเรียน
.
เรื่องอื่นเฟล ไม่มั่นใจตัวเอง
อยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์ก็ไม่ยอมไปคัดล่ะคราวนี้
.
เพราะนี่มาถึงกรุงเทพฯ เพื่อนเป็นเด็กเตรียมอุดมเอย
คือ เด็กในเมืองอ่ะ
ต่อให้มีเพื่อนในกลุ่มเชียร์ก็เถอะ …
แต่ No มันไม่ใช่ชั้น!!!
จะไปสู้กับเขายังไงได้ (วะ) ก็ตัดโอกาสตัวเองไปอีก

ตอนนั้น ชีวจิตกำลังดังมาก
ด้วยความเป็นคนชอบห้องสมุดมาก ๆ
ก็ไปหาข้อมูล เจอหนังสือ ชีวจิตรักษาสิว
มีกินวิตามิน สวนลำไส้ ฯลฯ
.
ก็ลองทำดู
แต่…ลำบากมากกับการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ
เพราะอยู่หอ อุปกรณ์ไม่พร้อมเลยจริง ๆ
.
กินวิตามินไม่เห็นจะได้ผลอะไร
(เพราะทำอย่างอื่นเหมือนเดิม
กินดึก นอนดึก กินมัน ฯลฯ
แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ไงคะ)
ก็ล้มเลิกไป…
.
แต่ก็ไม่หยุดแสวงหา หนทางเอาชนะคำพูดหมอคนนั้น
มันก็หา ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ดีอยู่อย่างคือ ตอนนั้นครีมในเน็ตยังไม่มีนะ
มันก็ใช้ทั่วไปนี่แหละ ที่ไม่ผสมสารสเตียรอยด์ แบรนด์ในท้องตลาดเกี่ยวกับสิวทั่วไป
มันก็งั้นๆ แหละ

จนกระทั่ง ไปอ่านนิตยสารเล่มแบรนด์ดังเล่มหนึ่ง
ก็มีโฆษณาเล็ก ๆ กรอบหนึ่ง
เขียนว่า “ปลูกผิวใหม่ด้วยธรรมชาติบำบัด” อะไรแบบนี้
.
แล้วก็เขียนคำโฆษณาประมาณว่า “ผิวเกิดใหม่” คือ สนใจมาก ๆ
นั่งรถเมล์ไปจากมหาวิทยาลัยไปที่นั่น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง กลับอีก 3 ชั่วโมง
.
แต่ยอม… แต่แพงมากกก แต่ก็อยากมาก
เนื่องจากไม่ได้เข้าเต็มคอร์สล่ะมั้ง
ได้วิตามินกับครีมมาชุดนึงประมาณ 3,000 บาทกว่า ๆ
เอาไปใช้ ตอนแรกก็ดูผิวผลัดเซลล์ดี
สัก 7 วัน ผิวเริ่มลอกและยุ่ย ๆ
เริ่มอักเสบ แดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวเคราของผู้ชาย
(กรอบหน้า แต่แนวกว้างเป็นปื้นเลย ที่ยังเห็นเป็นแนวรอยแผลอยู่ทุกวันนี้)
.
ตอนนั้น ที่สถานที่นั้น ก็มองหน้าเราแบบแปลกใจว่า “เกิดอะไร”
เราถามพี่ ๆ เขา รวมถึงคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักบำบัด
เขาไม่มีคำตอบให้เลย …
.
เด็กต่างจังหวัดตัวเล็ก ๆ ไม่มีเงินทองอะไร
ก็ถอยตัวเองออกมา ไม่ได้ใช้ของและไม่ได้ไปอีก
เพราะแพง แล้ว พัง!!!
.
ทำให้เสียโอกาสในการเข้าคัดเลือก
“ผู้ถือป้ายงานฟุตบอลมหาวิทยาลัยจุฬา – ธรรมศาสตร์” ไปโดยสิ้นเชิง
และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมใด ๆ ได้อีกเลยนับแต่ตอนนั้น

ด้วยความที่เราไม่อยากกลับไปหาหมอเดิม
ที่เคยเลี้ยงไข้เรามา (มีอยู่ทั่วประเทศ)
เราก็ไปหาอีกที่ แต่โชคร้ายที่ที่นี่
ดันมาขัดหน้าเรา ซ้ำเติมความเสียหายไปอีก
.
เจ็บปวด ทรมาน ทุกคืน ทุกวัน ที่ผ่านไป
นอนร้องไห้คนเดียวตลอด…ในห้องพัก
ใครเห็น ก็แสดงแววตา “สมเพช” “สงสาร” “เห็นใจ”
บางคนก็กล้าถาม บางคนก็ไม่กล้าถาม…
.
เรานี่คือ เรียนเสร็จ รีบกลับมาห้องเลย
หิวก็เดินออกไปซื้อข้าวห่อ มานั่งกินที่ห้อง
แม่มาเยี่ยม ก็สงสารเรามาก แต่ท่านก็ไม่รู้จะช่วยเราอย่างไร
ได้แต่บอกว่า เอาเงินนี้ไปหาหมอซะนะลูก…

แต่ในวิกฤติ บีมก็ทำให้เป็นโอกาส
เอาเวลาเศร้า ๆ มาอ่านหนังสือให้หนัก
เทอมนั้น ได้เกรดสูงสุดจากทุกเทอมที่เรียน!
เปลี่ยนพลังลบ เป็นบวกจนได้

แต่ก็เฮ้อ…ทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ด้วยวะ! (สิว)
เอาวะ ไปก็ไป ทำอะไรเองไม่ได้ละ
ก็ตัดสินใจไปหาหมอเดิมที่เคยรักษาแล้วหายเร็ว
คุณหมอดูหน้า ถามว่า ไปทำอะไรมา ผิวค่อนข้างแย่เลย
.
ก็เล่า ๆๆๆ ให้คุณหมอฟัง
ก็ได้ยามา ยาก็เหมือนเดิม
และก็เป็นไปตามที่คาดไว้
ยาที่นี่ดีและแรงจริง ๆ
ไม่นานเกินรอ ผิวก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
.
แต่…สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปคือ
รอยแผลเป็นลักษณะพังผืดเล็ก ๆ
ที่ทำให้เห็นเม็ดไขมันขาว ๆ ใต้ผิวชัดเจนมากมาย
ถามหมอว่า แบบนี้จะหายแล้วกลับไปเรียบเนียนได้เหมือนเดิมไหมคะ
หมอบอกว่า “เท่าที่เห็น หมอยังไม่มีทางไหนนะ”

เฮ้อ…ช่างมันเหอะวะ
สิวหนัก ๆ นั้นหายก็ดีละ

สักปี 3 เราก็ได้รู้จักแบรนด์ขายตรงแบรนด์หนึ่ง
เพื่อนในคณะมาชวนไปดูงานและทำ
เราก็เลยได้รู้ว่า
อ้อ มีคนใช้เครื่องสำอางและอาหารเสริมสิวหายด้วย ไม่ต้องใช้ยา
.
เราก็ทดลองใช้อยู่ ซึ่งตอนนั้น แพงมาก ๆ สำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเรา
แต่ถ้ามันคุ้มกับการที่ไม่ต้องไปหาหมออีก และสามารถมีผิวที่สดใสตามปกติ
เหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน ที่ไม่ต้องไปหาหมอได้ ก็ยอม…
.
แล้วมันก็เป็นไปได้จริง ๆ ทำให้เราเห็นทางสว่าง
แล้วก็ห่างหมอมาได้จริง ๆ
แต่ก็ไม่หายขาด เราเลยไปเสาะแสวงหามาว่า
จะซื้อยาที่ขายที่คลินิกนั้นได้ที่ไหนบ้าง
ก็เป็นที่มาของการไปเจอกลุ่มยาที่มีเบนซอยด์เพอร็อกไซด์
เราก็เอามาใช้ทาละลายสิวมาเรื่อย ๆ ก็รู้สึกดีที่หายาที่หมอจ่ายมาใช้เองได้
ฟีลคือ ไม่ต้องไปคลินิกละ ชั้นรักษาเองได้แล้ว แบบนั้น!

ชีวิตก็เป็นแบบนั้นมาเรื่อย ๆ
แต่สิ่งที่ลดลงเรื่อย ๆ คือ ความมั่นใจในตัวเอง
เพราะตอนทำงาน ตอนแรก ๆ ก็ดี เพราะเราพึ่งจบใหม่
และได้เกียรตินิยมมาด้วย สมัครงานที่ไหน เขาก็รับหมด
.
ยกเว้น งานโรงแรมกับสายการบิน ที่เราอยากทำมาก
แต่ทำไม่ได้ และไม่ได้สมัคร เพราะ มีรอยแผลเป็นผ่าตัดที่แขน
และรู้สึกว่า “ตัวเองไม่สวย ดูห่วย ดูแย่ ตัวเหม็น แถมเป็นสิวอีก”
.
ที่ทำงาน เรารู้สึกว่า คนหน้าตาดี ๆ ผิวพรรณดี ๆ ได้โอกาสดี ๆ เสมอ ๆ
ในขณะที่เราต้องทำงานงก ๆ ทำงานเยอะ แต่ก็รู้สึกว่า…นั่นไม่ใช่ที่ของเราเลยจริงๆ
ชีวิตพนักงานประจำของบีม มันไม่ได้สดใส มันแย่ มันดาวน์มาก ๆ

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2551 ขณะไปทำงานประจำที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
เป็นครั้งแรกที่บีมได้ปล่อยหน้าเต็มที่ และโชคดีที่ที่นั่น เขาไม่สนใจเรื่องสิวเลย
แล้วบีมก็ไม่รู้จะไปเข้าคลินิกไหน ก็ปล่อยผิวอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม
.
มีเงินเดือนดี ก็ไปซื้อของแบรนด์ดีๆ ที่เคลมเรื่องสิวใช้ดู
ปรากฏว่า ใช้แทบไม่ได้เลย … หน้าก็แย่ แต่ดีไม่มีใครสนใจ แถมมีคนมาชอบอีก…
.
เลยเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า ประเทศอื่น เขาไม่ได้สนใจสิวและรูปลักษณ์ภายนอกเท่าประเทศไทยเลย
ก็เลยอยู่แบบสบายใจมาก ไม่รู้สึกด้อยอะไร
ยกเว้นแต่ งานประจำที่เรารู้สึกว่า “เราคงไม่เหมาะกับงานประจำแล้วล่ะ”

ก็เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านที่ อ.พาน
เป็นครั้งแรกที่ได้มาอยู่บ้านแบบจริงจัง
ปกติ บ้านที่เชียงราย คือ แค่ปิดเทอมแล้วมาอยู่แป๊บ ๆ
เราก็จะติดการอยู่ที่อื่นมาก ๆ เพราะรักอิสระมาก ๆ
แต่ที่กลับมาเพราะ อยากมาดูแลคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะท้าย ๆ
และกลับมาช่วยคุณแม่ดูแลที่บ้าน เพราะคุณแม่ยังต้องไปสอนอยู่

ณ จุดนั้น
เป็นจุดที่บีมอยู่ในสถานะ
เป็นสิวไม่หาย
ความมั่นใจและความเคารพตัวเองต่ำที่สุดในชีวิต
(ไม่คิดว่าจะต่ำได้ขนาดนั้นในชีวิต)
.
แต่หัวใจกตัญญูในตอนนั้นและพลังนี้มันทำให้เราอยู่ได้
บีมได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะและนั่งสมาธิมากขึ้นที่บ้าน
หลังจากที่ชีวิตวุ่นวายมานาน ก็ได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
แต่ก็มีปัญหากับคุณแม่ตลอด เพราะคุณแม่อยากให้เรามีงานที่มั่นคง
อยากให้รับราชการ แต่เรารู้ว่า มันไม่ใช่เรา…

บีมก็เลยอธิษฐานจิต
ขอให้ตัวเองได้เจอกับหนทางที่จะ

– ได้อยู่บ้านดูแลคุณยาย
– ได้รายได้ที่แม้จะอยู่บ้านก็สามารถมีรายได้เข้ามาได้

จิตก็ให้คำตอบผุดมาว่า ต้องเป็น expert นะ
ที่คนจะเข้ามาหาแม้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
.
ซึ่งจากประสบการณ์ในแผนก Recruit ของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง
ทำให้บีมเรียนรู้ว่า “คนเก่ง ๆ มีฝีมือ จะมีคนซื้อตัว มีคนต้องการเสมอ ไม่ต้องกลัวอดตาย”
.
จากตรงนั้น บีมก็คิดว่า ด้วยเงื่อนไขและหน้าตักที่มี คือ แล็ปท็อปเก่า ๆ 1 เครื่อง + กล้องใส่ถ่าน FUJI 1 ตัว + อินเตอร์เน็ตแบบเติมเงิน loxinfo + ความสามารถและใจรักด้านการเขียน + เวลาช่วงที่คุณยายหลับ + สิวของเรา เราสามารถพัฒนาตัวเองสู่ความเป็น expert เรื่องสิวได้ ที่อยู่บ้านแล้วใคร ๆ ก็เข้ามาหา และเราก็น่าจะสามารถสร้างรายได้ได้จากตรงนี้
.
จากจุดนั้น บีมก็ได้เริ่มค้นหาแนวทางการรักษาสิวของตัวเองแบบจริงจัง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นวิธีที่ไม่ใช้เงินเลย หรือใช้น้อยที่สุด (เพราะตอนนั้นบีมไม่มีรายได้อะไร) และต้องเป็นแนวธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ฮอร์โมน ไม่ใช้อะไรอย่างที่เคยใช้มาทั้งหมด
.
จากความ “หลังชนฝา” ในวันนั้น ก็ทำให้บีม…มีวันนี้ค่ะ
ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถอ่านได้จากบันทึกของบีมทั้งหมดได้ที่
http://bye-bye2acne.blogspot.com

หลังจากที่ได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ด้วยตัวเอง
และทำงานด้านสิวมากว่า 9 ปีแล้ว (เริ่มปี พ.ศ. 2552)
บีมมีการพัฒนาตัวเองภายในที่เป็นผลจากการศึกษาการรักษาสิวแนวธรรมชาติอย่างมาก
.
ส่งผลให้ นอกจากภาวะสิวเรื้อรังหนัก ๆ จะหายไปแล้ว
ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ต่าง ๆ ก็ลดลงไปเป็นลำดับ
ผลลัพธ์ที่บีมได้จากการดูแลแนวทางที่เผยแพร่สู่เพื่อน ๆ ในเพจนี้
มีดังนี้ค่ะ
.
– มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ (จากการปฏิรูปจิตและการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง)

– เป็นอิสระจากวงจรการเข้าคลินิกอย่างสิ้นเชิง (เพราะมีวิชาดูแลตัวเอง)

– กลิ่นตัวที่รุนแรงหายไป (จะมีบางช่วงที่มีเพราะเป็นช่วงดีท็อกซ์ระดับลึกค่ะ แต่ไม่นานก็จะหายไปในโปรแกรมดีท็อกซ์นั้นเอง) และผิวใต้วงแขนที่ดูดีขึ้น กล้าใส่แขนกุด

– มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตมากมาย

– ไม่รู้สึกอิจฉาใคร เพราะเรามั่นใจในความสวยแบบฉบับของเรา

– รู้สึกรักตัวเอง และ แบ่งปันความรักให้ผู้อื่นได้มากขึ้น (เมื่อก่อนเป็นหลุมดำ เรียกร้องความรัก)

– ตื่นมามีความสุขกับผิวและสุขภาพที่ดีของตัวเอง (หน้าไม่มันเยิ้มพร้อมสิวและรูขุมขนกว้างเหมือนก่อน)

– ตื่นมาพร้อมพลังที่ดีทุกวัน (เมื่อก่อน นอนดึก ตื่นสาย งัวเงียตอนตื่น)

– มีความรู้ ประสบการณ์ เรื่องสิวระดับลึก สามารถนำมาช่วยผู้คนได้ และนำมาสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องทำงานประจำ

– มีความรู้ด้านสุขภาพ ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี มีพลัง และทำให้คนในครอบครัวได้ปฏิบัติตามและมีสุขภาพดีไปด้วย คุณแม่เลิกการใช้ยาโดยสิ้นเชิง เราได้ดูแลลูกให้แข็งแรงด้วยวิชาธรรมชาติบำบัดที่เรามี ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ

– มีสังคมที่ดีจากแฟนเพจและเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจเหมือนกันทางออนไลน์ เป็นสังคมและชีวิตที่เราเลือกได้เอง ไม่ต้องทนอยู่กับอะไรที่ไม่ใช่ ไม่ชอบ เหมือนตอนทำงานประจำ

– เลือกที่จะมีชีวิตในแบบที่ต้องการได้มากกว่า 80% ซึ่งกำลังขยับสู่ความมีอิสระในชีวิตทุกด้านเพิ่มขึ้นทุกวัน

========================
สุดท้ายนี้…
บีมขออวยพรให้ทุกคน
ที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้
ประสบความสำเร็จ
ในการแก้ปัญหาสิว
เพราะถ้าคุณแก้ปัญหาสิว
ด้วยวิธีการที่บีมนำเสนอได้ผ่าน
ชีวิตของคุณ จะผ่านได้อย่างราบรื่น
ทุกเรื่อง แน่นอนค่ะ…

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
Beyond Acne, is Health & Well-Being!
มากกว่าสิว คือ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี!

Published by

Beam's Secret

นักเขียน ครู & โค้ชสิวโฮลิสติค และผู้ประกอบการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s