ตีแผ่ความจริง “ความเชื่อเรื่องสิว” (บนอินเตอร์เน็ต ไหนจริง ไหนเท็จ!)

บนอินเตอร์เน็ต มีบทความที่เขียนไว้เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องสิวอยู่มากมาย ซึ่งบีมได้อ่านแล้ว รู้สึกว่า อยากให้ข้อมูลตาม “สิ่งที่เป็นจริง” จากประสบการณ์และความรู้ที่บีมมี ที่ได้รับการพิสูจน์จากทั้งตัวเองและคนที่มีปัญหาสิวมากว่า 9 ปีแล้วว่า มันเป็นความรู้และความเชื่อ ที่ “ใช้แก้ปัญหาสิวได้จริง”

ขอยกประเด็นมาจาก 3 เว็บแรกที่ค้นหาเจอใน Google เมื่อค้นประเด็นเรื่องนี้นะคะ (วันนี้เอา 5 ข้อก่อน)

#1 เชื่อว่าฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็นสาเหตุของสิว

คำอธิบาย ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็น “อีกเหตุปัจจัยหนึ่ง” ของสิวค่ะ ซึ่งมันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่มีผิวแข็งแรงเป็นปกติทั่วไป แต่มันจะมีปัญหาถ้าคนคนนั้น มีการผลิตไขมันจำนวนมากออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะมาจากการเข้าสู่วัยรุ่น การกินของหวาน ของมัน ของทอด (ที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน ๆ หรือที่เรียกว่า Deep Fry และการใช้น้ำมันทรานส์ น้ำมันผ่านกรรมวิธี) สะสมเป็นระยะเวลานาน ๆ มีภาวะไขมันพอกตับ ไขมันสะสมในหลอดเลือด เป็นต้น

พอน้ำมันจำนวนมากเกินไป ไม่สามารถถูกระบายได้ตามช่องทางปกติ คือ น้ำดี มันจะขึ้นมาระบายทุกที่ที่มี “ต่อมไขมัน” ซึ่งถือว่าเป็นทางออกอีกช่องทางของสารกลุ่มน้ำมันของร่างกาย มีมากที่ ใบหน้า อก หลัง หลั่งมากองบนผิวหรืออุดตันในผิว (กรณีมีปัญหาผิวขาดน้ำเสริม) น้ำมันนี้ เป็นน้ำมันที่ “มากเกินไป” ทำให้รู้สึกเหนียวเยิ้ม ไม่ใช่ Sebum ในระดับปกติที่ผิวต้องการ พอมีฝุ่นละออง สิ่งสกปรก มาติดมันบนหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตัน เมื่ออุดตันก็จะทำให้เชื้อโรคเติบโตในรูขุมขนที่อุดตันได้ดี มีน้ำมันเป็นอาหาร อยู่กันเปรมมาก พอเม็ดเลือดขาวมาเจอ ก็สู้กัน ทำให้อักเสบ ทำลายเนื้อผิว กลายเป็นสิวกับหลุมสิวนั่นเองค่ะ

สรุป คือ เฉพาะตัวฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ได้ทำให้ทุกคนเป็นสิว แต่จะทำให้คนที่มีปัญหาน้ำมันเยิ้มบนผิวจากการมีไขมันเลวในร่างกายมากไป เป็นสิวค่ะ

#2 เชื่อว่า “กินช็อคโกแลต” แล้วทำให้ “สิวขึ้น”

คำอธิบาย ไม่ใช่ช็อคโกแลตทุกชนิดที่ทำให้สิวขึ้น อยู่ที่ส่วนผสมของช็อคโกแลตที่กินค่ะ กลุ่มช็อคโกแลตบาร์ (แบบแท่ง) ที่ขายให้เด็ก ๆ หรือวางจำหน่ายทั่วไป ถ้าพลิกฉลากดู จะเห็นส่วนผสมที่ก่อให้เกิดปัญหาสิวและสุขภาพ เช่น น้ำตาล (บางแบรนด์ ใส่น้ำตาลเป็นส่วนผสมที่เยอะที่สุด หวานมากกกก ทำลายสุขภาพและผิว เด็ก ๆ และ พวกเราแบบสุด ๆ) ครีมเทียม และตัวที่ทำให้คนเป็นสิวส่วนใหญ่ ยิ่งสิวขึ้นเมื่อกิน คือ นมวัว (นมสด) แต่ถ้าเป็น Dark Chocolate แบบเพียวบีมทดลองแล้วค่ะ ไม่ทำให้สิวขึ้นนะคะ แต่ขมมาก คาดว่าหลายคนคงไม่ชอบ คือ กินได้ แต่ถ้าใครแพ้ก็สิวขึ้นค่ะ หรือ ไม่ถูกกับธาตุของตัวเองและมีผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวอยู่ ก็อาจมีสิวขึ้นได้ แต่ไม่ร้ายแรงเท่ากินส่วนผสม 3 ตัวนี้ คือ น้ำตาล ครีมเทียม (ไขมันทรานส์รูปแบบหนึ่ง) นมวัว ค่ะ

สรุป คือ ช็อคโกแลตที่เป็นช็อคเพียว ๆ ไม่เติมอะไรเลย ไม่ได้ทำให้สิวขึ้นค่ะ ยกเว้นจะแพ้หรือไม่ถูกกับธาตุของตัวเอง แต่ถ้ามีส่วนผสมของน้ำตาล ครีมเทียม และ นมวัว ล้วนทำให้เป็นสาเหตุของสิวค่ะ อันนี้อยากให้พิสูจน์ด้วยตัวเองเลยนะคะ จะได้รู้ ไม่ต้องไปถกเถียงกับใคร รู้ได้ด้วยตัวเอง เอาไว้เป็นทางรอดจากสิวให้ตัวเองค่ะ

#3 เชื่อว่าสิวเป็นแค่เรื่องบนใบหน้า

คำอธิบาย ทุกคนที่มีปัญหาสิวบนโลกใบนี้ (ทั้งไทย ทั้งต่างชาติ) ล้วนเข้าใจว่า สิวเกิดที่ผิวหน้า ก็จะดูแลแค่ผิวหน้า ซึ่งไม่ผิดค่ะ และในบางคนก็แก้แค่ที่ผิวหน้าจริง ๆ เช่น แค่ปรับวิธีล้างหน้า แค่ปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม แค่ปรับวิธีดูแลผิว หรือแม้แต่การพอกสมุนไพรสูตรโบราณ ใช้ยารักษาสิวทา ทำอยู่ไม่นาน ก็แก้ปัญหาได้แล้ว และไม่กลับมาเป็นอีก แสดงว่าปัญหาของเขา “อยู่แค่ผิวหน้าจริงๆ” แก้เท่านั้นก็พอแล้วค่ะ

แต่สำหรับคนอีกมากมาย แก้แค่นั้นไม่หาย ทำเองก็แล้ว หาคลินิกรักษาสิวก็แล้ว หายแป๊บเดียว ก็มาใหม่ (ตอนไม่ไปรักษา คือ กลับขึ้นมาใหม่ และอาจเป็นหนักกว่าเดิม) นี่เรียกว่า “สิววัยผู้ใหญ่” “สิวจากสุขภาพไม่ดี” แล้วนะคะ แม้จะเกิดในเด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึง 20 ปี (ซึ่งมีสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของการเป็นเด็กเข้าสู่ผู้ใหญ่ผสมมาด้วย แต่ปกติ ควรจะเป็นสิวที่หายได้เอง ไม่ใช่เป็นอยู่อย่างเรื้อรังจนเลยวัย 18-20 ปี ซึ่งควรหายได้แล้ว) อาการ มันจะมาเป็นซีรี่ย์ คือ หน้ามัน หน้าหมองมาก ต่อให้ครีมแพง ครีมดี ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นมากเท่าไหร่ ผิวแดง อักเสบง่าย กดสิวแล้วขึ้นใหม่ไม่หยุดที่เดิม รู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายหน้า พ่วงมากับปัญหาเครียด ท้องผูก ประจำเดือนไม่ปกติ เป็นซีสต์ เป็นถุงน้ำ ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ

สรุป คือ สิวมีทั้งเหตุตื้น คือ แค่ผิวหน้าจริง ๆ กับ เหตุลึก คือ ต้องแก้ที่ข้างในจึงจะหาย เป็นเรื่องของสุขภาพ บางคนเป็นเรื่องของจิตที่ไม่ยอมปล่อยวางความโกรธและไม่ให้อภัย ก็ค่อย ๆ แก้กันไปค่ะ แก้จากนอกไปใน ค่อยๆ คลี่คลายไปทีละเปลาะ ใช้เวลาหน่อยแต่คุ้มค่า จะได้สะอาดทั้งในและนอกแบบหมดจด ผลลัพธ์คุ้มกับชีวิตแน่นอน สำคัญคือ อย่าไปเร่งมัน ยิ่งเร่งยิ่งเหนื่อย ปล่อยสบาย ๆ ดูแลตัวเองให้ถูกต้องก็พอ

#4 เชื่อว่าแสงแดดทำให้สิวดีขึ้น

คำอธิบาย จริง ๆ แล้วแสงแดดจำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์มาก เพราะ ที่เรารู้กันว่า แสงแดดให้ความอบอุ่น ปรับสมดุลไม่ให้ร่างกายเราสะสมความชื้นมากไปจนป่วย และช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ แต่ปัจจุบันนี้ แสงแดดมีความรุนแรงกว่าอดีตมาก ๆ เพราะชั้นโอโซนของโลกเบาบางลงมาก คนที่เกิดในยุค 2526 อย่างบีม จะรู้ว่า แดดตอนเช้านั้นละมุน อบอุ่นมาก ๆ ไม่เกิน 8 โมงนี้คือ ต้องออกมารับแดด และเราไม่รู้สึกแสบผิวเลยค่ะ แต่ตอนนี้ แดดที่ให้ความรู้สึกที่ว่านี้ ได้แค่ตอนเช้ามาก ๆ เท่านั้น ไม่เกิน 7 โมง แต่หลังจากนั้น แสบผิวค่ะ ดวงอาทิตย์ไม่ได้ใจร้ายมากขึ้น แต่เพราะโอโซนของโลกบางลงต่างหากค่ะ (มนุษย์ทำกันเองนี่แหละ) จึงทำให้แสงแดดแผดเผาเราได้มากกว่าอดีต ซึ่งทำลายเซลล์ของเราได้มากเช่นกันค่ะ ในระดับ UVB คือ แค่แสบแดงผิว ในระดับ UVA คือ ทะลวงลึกถึงชั้นคอลลาเจน ทะลุลงไปเยอะมาก ๆ ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวขาดน้ำ การอักเสบในผิวชั้นใน เพิ่มอนุมูลอิสระมากมายในผิว และทำให้เม็ดสีเมลานินมารวมตัวกันเยอะมาก

สรุป คือ แสงแดดที่ยังพอให้ความรู้สึกดี ๆ เป็นแดดตอนเช้ามาก ๆ ไม่เกิน 7 โมง หรือ เราสัมผัสแล้วไม่รู้สึกแสบร้อนในผิว แต่หลังจากนั้น เมื่อรู้สึกแล้ว ควรหลีกเลี่ยง เพราะ อันตรายต่อผิวและสุขภาพมาก ๆ โชคดีที่คนไทยผิวแข็งแรงกว่าฝรั่ง ไม่มีคนเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากนักค่ะ ควรภูมิใจนะคะ จริง ๆ พวกเราทนต่อแดดมากกว่าพวกเขามาก ๆ คนไทยหลายคนไม่ทากันแดด มะเร็งก็ไม่มา…สุดยอดจริง ๆ คนไทยเรา แต่นาน ๆ ไปก็คงไม่ดีค่ะ ดังนั้น เลี่ยงหรือหลบกันดีกว่าช่วงแดดร้อนแรงระหว่างวัน เพราะมันทำให้สิว รอยสิว แย่ลงด้วย นอกจากครีมกันแดด ก็ควรมีหมวก ร่ม อะไรให้พร้อมนะคะ นั่งในอาคาร ก็ระวังรังสีสะท้อนจากพื้นนอกอาคารเข้ามาด้วยค่ะ ถ้ารู้สึกร้อน ๆ คือ ได้รับรังสีหมด ก็ต้องหาทางหลบเลี่ยงเช่นกัน

#5 เชื่อว่าการรักษาสิวด้วยยาแรงนั้นยิ่งได้ผลดี

คำอธิบาย อันนี้ไม่จริงอย่างแรง อย่าไปเชื่อ และกรุณาอย่าใช้เด็ดขาดค่ะ สิวอาจจะหาย แต่ผิวจะเสียหายอย่างรุนแรง เดี๋ยวนี้เขามีทางเลือกให้รักษาสิวพร้อมรักษาผิวไปพร้อม ๆ กัน คือ สิวก็ลด เชื้อสิวก็ลด และผิวก็อิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้นได้ ควรเลือกทางนี้ดีกว่านะคะ

ยาแรง ๆ ถ้าเป็นครีมยารักษาสิวที่มีความเข้มข้นสูง ๆ ก็อาจจะทำให้สิวแห้งลง (คุณก็จะดีใจว่าชนะแล้ว) แต่เมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ผิวจะเริ่มกร้าน ดูแก่กว่าวัย ขาดน้ำ มีริ้วรอย และยิ่งผิวแพ้ง่ายค่ะ เพราะยาเหล่านี้ ไปทำลายความแข็งแรงของผิว สิวอาจจะหาย แต่จะได้ผิวแย่ ๆ ที่ขาดน้ำ หน้าแก่ รูขุมขนกว้างมาแทน แม้จะอายุไม่ถึง 20 หน้าจะดูแก่กว่าเพื่อนวัยเดียวกันไปมาก ถ้าอยู่ในวัยทำงาน คือ จะแต่งหน้าไม่ติด แป้งกองเยิ้ม อุดตามรูขุมขน คือ มันจะไม่มีอะไรดีเลยนะคะ ดังนั้น…อย่า

ถ้าเป็นยากินทุกรูปแบบ ล้วนทำลายตับและไตได้ทั้งสิ้นค่ะ พอหยุดกิน มันยิ่งเป็นหนัก เพราะ สิวจากสุขภาพเสื่อมโทรม เกิดจาก ตับและไตเสื่อม ตอนกินยาแค่กดอาการ หลังจากนั้นถ้าหยุดกิน ตับและไตที่อ่อนแอลง จะเสื่อมพละกำลังในการจัดการของเสียในร่างกาย (ที่เราอัดเข้าไปเองด้วยและจากการหายใจปกติของเซลล์ด้วย) เมื่อของเสียสะสมมาก ๆ ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ง่วงระหว่างวัน หมดพลัง ไม่อยากเปลี่ยนชีวิต และเป็นสิวเรื้อรัง คือ มันแย่ไปหมดทุกด้าน ดังนั้น อย่าก่อไฟแต่ต้นลม จะได้ไม่บานปลายค่ะ

สรุป ยาแรงไม่ดี ไม่ควรรับ แม้แต่นิดเดียว!

วันนี้ขอส่งต่อข้อมูลที่ “ใช้แก้ปัญหาสิวได้จริง” จาก “ประสบการณ์ตรง” ของบีม ที่ส่วนตัวมีประสบการณ์เรื่องสิว 23 ปี และมีประสบการณ์ใช้ธรรมชาติบำบัดรักษาสิว และ เป็นเจ้าของแบรนด์ Skincare ที่ต้องศึกษาเรื่องสูตรครีมเพื่อดูแลแฟนเพจโดยเฉพาะ ได้รับรู้ปัญหาและแลกเปลี่ยนกับผู้มีปัญหาสิวมากมายมากว่า 9 ปีติดต่อกัน (ไม่ได้นับจำนวนเคสนะคะ และไม่ต้องการเคลมเป็นตัวเลข เพราะไม่รู้ว่าเท่าไหร่จริง ๆ รู้แต่ว่าได้รับข้อมูลตรงจากคนเป็นสิวกลุ่มเรื้อรังมาเยอะมากๆ ค่ะ จนเข้าใจมันดี และคนเอาคำแนะนำและความรู้ที่ได้รับจากบีมไปใช้ มันก็แก้ได้จริง ๆ ด้วย

ทุกคนแก้ได้ค่ะ ตัวเองทำได้เลย ไม่ต้องอาศัยทฤษฎีอะไรค่ะ แค่สังเกตตัวเองให้มากพอ และเลือกเฉพาะสิ่งที่เวิร์คและเหมาะกับเรา เดี๋ยวก็จะเจอหนทางการดูแลตัวเองที่ทำให้กายและใจของเรามีความสุข และสิวเกลียดความสุขค่ะ สิวจะไม่กล้าเข้าใกล้คนมีความสุขจากภายในค่ะ แต่ใครที่ชอบสะสมพลังลบ ๆ สิวชอบบบบค่ะ คุณก็เลือกเอาว่าจะเป็นคนแบบไหนนะคะ …

คุณเลือกได้เสมอ ขอให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองค่ะ

ด้วยรัก (และช่วยส่งต่อบทความนี้ไปเยอะ ๆ นะคะ คนจะได้เข้าใจเรื่องสิวถูกเสียที)

#บีมซีเคร็ต

7/7/2018

บทความทุกบทความ บีมเขียนขึ้นใหม่ด้วยสมองและสองมือของบีมเอง ขอสงวนลิขสิทธิ์ทุกงานเขียน อนุญาติให้นำไปใช้เชิงการศึกษาโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่รบกวนช่วยอ้างอิงมายังบล็อกนี้ด้วยนะคะ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ มิเช่นนั้น จะถือว่ามีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ถ้าหากถูกพบ จะขอดำเนินการตามกฎหมายค่ะ

 

Published by

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s