ไขข้อข้องใจ “ทำไมบีมยังเป็นสิว?”

วันนี้ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ค่ะ หลังจากที่บีมได้เผยแพร่ภาพผิวสดตรงบริเวณแก้ม กราม ไปเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและตีความกันไปมากมาย บีมจะมาบอกด้วยตัวเองว่า “ทำไมยังคงมีสิวอยู่บริเวณดังกล่าวค่ะ”

บอกตรง ๆ ว่า ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี จนกระทั่งพี่แม็ค (สามี) นำคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้ดูเมื่อ 2 วันก่อนค่ะ เป็นหนึ่งในคลิปรายการ http://www.fit2fat2fit.com/ ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ชาวต่างชาติชื่อว่าคุณ Drew Manning สิ่งที่เขาทำก็คือ เขาตั้งใจทำให้ตัวเองอ้วนเหมือนกับลูกค้าของเขา เพื่อจะทำให้เขาเข้าใจว่า จากจุดนั้นที่ลูกค้าเขาเป็น ต้องผ่านอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเขามีความเชื่อมั่นในตัวเขาและไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้จริง ๆ

ที่ผ่านมา ลูกค้าของเขายกเลิกการเทรนไปจากโปรแกรมที่เขาวางไว้ให้ เขารู้สึกแย่ที่มันเป็นแบบนั้นค่ะ นั่นคือ ที่มาของการ “ทำตัวเองให้อ้วน” กินแหลก ทำพฤติกรรมทุกอย่างเหมือนที่คนอ้วนทำในเวลา 6 เดือน ก็อ้วนจริง ๆ (ลองคลิกดูในเว็บนะคะ) แล้วใช้เวลา 6 เดือน สร้างตัวเองให้กลับมาแข็งแรงและฟิตเหมือนเดิมค่ะ (เขาออกกำลังกายมาทั้งชีวิต เลยไม่เข้าใจเลยว่า ความอ้วน คนอ้วน เป็นอย่างไร…นั่นคือ ทำให้ลูกค้าของเขาล้มเลิก และโปรแกรมการฝึกของเขาล้มเหลวค่ะ)

บีมก็นึกขึ้นได้เลยว่า ตัวบีมเองก็เช่นกัน การที่บีมยังมีสิวอยู่ ในขณะที่ลูกค้าและแฟนเพจทำสำเร็จหน้าใส หายขาดไปแล้วหลายรุ่น หลายคน มันไม่ใช่เพราะตัวบีมไม่รู้วิธี บีมรู้วิธีดีค่ะ รู้ว่าทำยังไงจึงจะหายขาดไปเลย แต่ด้วยการที่บีมได้รับคำถามมากมายจากแฟนเพจและลูกค้า บางอย่างบีมไม่ทราบ เช่น กินน้ำมันไหน ถึงจะสิวหาย น้ำมันไหนไม่เป็นสิว กินเนื้อสัตว์เป็นสิวไหม จะสร้างกล้ามเนื้อกินอะไรไม่เป็นสิวดี ใช้ครีมนี้ดีไหม ใช้แบบไหนดี ใช้นำ้มันได้ไหม ฯลฯ

คือ 108 คำถามที่บีมไม่ทราบคำตอบ บีมจะพาตัวเองไปทดลองทั้งหมดค่ะ!!!

ใช่แล้ว ประเด็นคือ เรื่องนี้

คือ บีมต้องรู้คำตอบทั้งหมดด้วยตัวเอง เพื่อจะนำคำตอบนั้นไปบอกกับพวกเขาอย่างไรล่ะคะ!

และการที่เราได้ทดลองเอง เราพูดได้เต็มปากว่า มันเป็นยังไง เราถือว่า เราซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเราด้วยค่ะ

การเอาตัวเองไปทดลอง ไปนั่งอยู่ในปัญหาเดียวกับลูกค้าและแฟนเพจ คือที่มาของสิวที่ยังไม่หายดี แต่มันก็ดีมาก ที่ทำให้บีมได้รับคำตอบเรื่องสิวอย่างครบถ้วนจริง ๆ ต้องขอบคุณแฟนเพจและลูกค้าที่สอบถามกันเข้ามาค่ะ กระตุ้นต่อมทดลองและเรียนรู้ของบีมให้ทำงาน และทำให้ความรู้ยิ่งแน่น และช่วยคนได้มากขึ้นจริงๆ

ซึ่งตอนนี้ บีมเข้าใจในทุกแง่มุมของสิวแล้ว อย่างน้อยก็ครบในมุมที่ช่วยให้คนหายขาดได้จริง ๆ

หลังการทดลองบีมได้ออกแบบสูตรการใช้ผลิตภัณฑ์ การกินของต่าง ๆ วิธีใช้ชีวิต ฯลฯ ซึ่งหลายคนทำตามแล้วเห็นผลจริง บีมก็ดีใจแล้วค่ะ

สำหรับตัวบีมเอง บีมก็พบคำตอบ พบเส้นทางของตัวเองแล้วเช่นกันค่ะ

ซึ่งถ้าไม่ต้องทดลองอะไรใหม่ ๆ กันอีก ก็คงจะไม่มีสิวให้เห็นแล้วอย่างแน่นอน ^^

และร่องรอยอารยธรรมของสิวที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต จะหายไปในไม่ช้า

บีมมั่นใจถึงขีดสุดนะคะ…

และขอส่งพลังให้ทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจทุกประการค่ะ

ด้วยรัก

#บีมซีเคร็ต

 

บอกเคล็ดลับกำจัด “สิวสามโซน” อย่างง่าย ๆ ด้วยตัวเอง (แนวอายุรเวทและธรรมชาติบำบัด)

เคยได้ยินเรื่อง #สิวสามโซน ไหมคะ?

ปกติแล้ว คนจะเข้าใจว่า ผิวหน้าก็คือ แผ่นเดียวกัน เหมือนกันทั้งผิวหน้า แต่จริง ๆ แล้ว ผิวหน้า 3 ส่วนมีลักษณะต่างกันตามหลักของ Facial Mapping ของอายุรเวท และต้องการการดูแลที่ต่างกัน ใครเป็นสิวแนวไหน ลองมาดูวิธีแก้ไขแบบกระชับกันค่ะ

#สิวหน้าผาก
ผิวบริเวณนี้ อยู่ภายใต้อิทธิของ “วาตะ” หรือ ลม เป็นส่วนที่เป็นริ้วรอยได้ง่าย เพราะ มีความแห้งมากกว่าผิวหน้าโซนอื่น คนที่เป็นสิวบริเวณหน้าผาก จะเกิดการพักผ่อนน้อย เครียด นอนไม่หลับ มีลมในช่องท้อง ก๊าซพิษ จากของเสียสะสมในลำไส้ อาหารไม่ย่อย การดูแลผิวจะต้องดีท็อกซ์ลำไส้ ผ่อนคลายความเครียด ทำโยคะหัวเราะ เน้นเรื่องการเสริมพลังย่อยอาหาร ขับลม เติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายและเซลล์ผิว จะช่วยแก้ปัญหาสิวบริเวณนี้ได้ค่ะ

#สิวแนวแก้ม
ผิวบริเวณนี้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของ “ปิตตะ” หรือ ไฟ เป็นส่วนที่มักจะเป็นฝ้า แดง ระคายเคือง แสบ อักเสบ ได้ง่าย คนที่เป็นสิวบริเวณนี้ มักจะเกิดจากการกินอาหารเผ็ดร้อน ฤทธิ์ร้อน มากเกินไป การโดนแสงแดดจัด เลือดเป็นกรด ออกซิเจนในเลือดน้อย ความดันสูง ขี้โมโห อาฆาต พยาบาท การดูแลผิวจะต้องเน้นเรื่องการล้างพิษในเลือด การล้างพิษตับ การทำให้ร่างกายเย็นลงด้วยสมุนไพรและอาหารฤทธิ์เย็น การอยู่ในที่ที่เป็นธรรมชาติสีเขียว ผ่อนคลาย โยคะ แผ่เมตตา

#สิวแนวกราม
ผิวบริเวณนี้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของ “คัพพะ” หรือ ดินผสมน้ำ เป็นส่วนที่มักจะย้อย หน่วง มีไขมันสะสม (เหนียง) เป็นสิวซีสต์ เม็ดใหญ่ มีหัวบ้าง ไม่มีบ้าง คนที่เป็นสิวบริเวณนี้ มักเกิดจากการไม่ออกกำลังกาย การกินของหวาน ของมัน ของผัด ของทอด มาก ๆ กินของที่มีรสเค็ม โซเดียมสูง อาหารผ่านกระบวนการ นมวัว และเกิดจากการแพ้อาหารบางชนิด หรือโรคลำไส้แปรปรวน ขาดจุลินทรีย์ที่ดี (โพรไบโอติคส์) มีอารมณ์ซึมเศร้า หดหู่ เก็บตัว เป็นเวลานาน ๆ การไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ปล่อยวางอดีตนานเกินไป ให้แก้ด้วยการออกกำลังกายสัปดาห์ละอย่างน้อย 3 หน ครั้งละ 30 นาที งดของกินที่มีรสดังกล่าว เติมโพรไบโอติคส์ให้ลำไส้ การงดหวาน จะทำให้ลดอาการหน้ามัน และ สิวฮอร์โมนได้เกือบ 100%

ความรู้ใหม่นี้ จะช่วยให้สิวคุณหายได้แบบง่ายกว่าที่เคยเป็นมาค่ะ บีมทดลองนำมาปรับใช้ได้เกือบ 2 ปีแล้ว เวิร์คจริง อะไรจริง!

โหลดภาพสรุป #สิวสามโซน และ #โดชารักษาสิว คลิก http://bit.ly/2KVAOai

คลิปแนะนำเรื่องอายุรเวทกับผิวแบบย่อ 3 นาที
คลิก http://bit.ly/2lY5mgz

ประเภทของสิวตามหลักอายุรเวท : ปิตตะ วาตะ คัพพะ โดย Kristen Ma http://bit.ly/2uhdsod

วิธีกำจัด “สิวปิตตะ” ให้อยู่หมัดด้วยวิชาอายุรเวท
http://bit.ly/2KXsMkr

รู้จัก “สิววาตะ” : รากสิวและวิธีแก้ปัญหาแบบไม่ใช้ยา
http://bit.ly/2ugBq3c

สาเหตุ + วิธีแก้ สิวแนวกราม
http://bit.ly/2KYs96J

ผิวหน้า 3 โซน มีบรรยาย

ตีแผ่ความจริง “ความเชื่อเรื่องสิว” (บนอินเตอร์เน็ต ไหนจริง ไหนเท็จ!)

บนอินเตอร์เน็ต มีบทความที่เขียนไว้เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องสิวอยู่มากมาย ซึ่งบีมได้อ่านแล้ว รู้สึกว่า อยากให้ข้อมูลตาม “สิ่งที่เป็นจริง” จากประสบการณ์และความรู้ที่บีมมี ที่ได้รับการพิสูจน์จากทั้งตัวเองและคนที่มีปัญหาสิวมากว่า 9 ปีแล้วว่า มันเป็นความรู้และความเชื่อ ที่ “ใช้แก้ปัญหาสิวได้จริง”

ขอยกประเด็นมาจาก 3 เว็บแรกที่ค้นหาเจอใน Google เมื่อค้นประเด็นเรื่องนี้นะคะ (วันนี้เอา 5 ข้อก่อน)

#1 เชื่อว่าฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็นสาเหตุของสิว

คำอธิบาย ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเป็น “อีกเหตุปัจจัยหนึ่ง” ของสิวค่ะ ซึ่งมันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่มีผิวแข็งแรงเป็นปกติทั่วไป แต่มันจะมีปัญหาถ้าคนคนนั้น มีการผลิตไขมันจำนวนมากออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะมาจากการเข้าสู่วัยรุ่น การกินของหวาน ของมัน ของทอด (ที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน ๆ หรือที่เรียกว่า Deep Fry และการใช้น้ำมันทรานส์ น้ำมันผ่านกรรมวิธี) สะสมเป็นระยะเวลานาน ๆ มีภาวะไขมันพอกตับ ไขมันสะสมในหลอดเลือด เป็นต้น

พอน้ำมันจำนวนมากเกินไป ไม่สามารถถูกระบายได้ตามช่องทางปกติ คือ น้ำดี มันจะขึ้นมาระบายทุกที่ที่มี “ต่อมไขมัน” ซึ่งถือว่าเป็นทางออกอีกช่องทางของสารกลุ่มน้ำมันของร่างกาย มีมากที่ ใบหน้า อก หลัง หลั่งมากองบนผิวหรืออุดตันในผิว (กรณีมีปัญหาผิวขาดน้ำเสริม) น้ำมันนี้ เป็นน้ำมันที่ “มากเกินไป” ทำให้รู้สึกเหนียวเยิ้ม ไม่ใช่ Sebum ในระดับปกติที่ผิวต้องการ พอมีฝุ่นละออง สิ่งสกปรก มาติดมันบนหน้า ก็อาจทำให้เกิดการอุดตัน เมื่ออุดตันก็จะทำให้เชื้อโรคเติบโตในรูขุมขนที่อุดตันได้ดี มีน้ำมันเป็นอาหาร อยู่กันเปรมมาก พอเม็ดเลือดขาวมาเจอ ก็สู้กัน ทำให้อักเสบ ทำลายเนื้อผิว กลายเป็นสิวกับหลุมสิวนั่นเองค่ะ

สรุป คือ เฉพาะตัวฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ได้ทำให้ทุกคนเป็นสิว แต่จะทำให้คนที่มีปัญหาน้ำมันเยิ้มบนผิวจากการมีไขมันเลวในร่างกายมากไป เป็นสิวค่ะ

#2 เชื่อว่า “กินช็อคโกแลต” แล้วทำให้ “สิวขึ้น”

คำอธิบาย ไม่ใช่ช็อคโกแลตทุกชนิดที่ทำให้สิวขึ้น อยู่ที่ส่วนผสมของช็อคโกแลตที่กินค่ะ กลุ่มช็อคโกแลตบาร์ (แบบแท่ง) ที่ขายให้เด็ก ๆ หรือวางจำหน่ายทั่วไป ถ้าพลิกฉลากดู จะเห็นส่วนผสมที่ก่อให้เกิดปัญหาสิวและสุขภาพ เช่น น้ำตาล (บางแบรนด์ ใส่น้ำตาลเป็นส่วนผสมที่เยอะที่สุด หวานมากกกก ทำลายสุขภาพและผิว เด็ก ๆ และ พวกเราแบบสุด ๆ) ครีมเทียม และตัวที่ทำให้คนเป็นสิวส่วนใหญ่ ยิ่งสิวขึ้นเมื่อกิน คือ นมวัว (นมสด) แต่ถ้าเป็น Dark Chocolate แบบเพียวบีมทดลองแล้วค่ะ ไม่ทำให้สิวขึ้นนะคะ แต่ขมมาก คาดว่าหลายคนคงไม่ชอบ คือ กินได้ แต่ถ้าใครแพ้ก็สิวขึ้นค่ะ หรือ ไม่ถูกกับธาตุของตัวเองและมีผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวอยู่ ก็อาจมีสิวขึ้นได้ แต่ไม่ร้ายแรงเท่ากินส่วนผสม 3 ตัวนี้ คือ น้ำตาล ครีมเทียม (ไขมันทรานส์รูปแบบหนึ่ง) นมวัว ค่ะ

สรุป คือ ช็อคโกแลตที่เป็นช็อคเพียว ๆ ไม่เติมอะไรเลย ไม่ได้ทำให้สิวขึ้นค่ะ ยกเว้นจะแพ้หรือไม่ถูกกับธาตุของตัวเอง แต่ถ้ามีส่วนผสมของน้ำตาล ครีมเทียม และ นมวัว ล้วนทำให้เป็นสาเหตุของสิวค่ะ อันนี้อยากให้พิสูจน์ด้วยตัวเองเลยนะคะ จะได้รู้ ไม่ต้องไปถกเถียงกับใคร รู้ได้ด้วยตัวเอง เอาไว้เป็นทางรอดจากสิวให้ตัวเองค่ะ

#3 เชื่อว่าสิวเป็นแค่เรื่องบนใบหน้า

คำอธิบาย ทุกคนที่มีปัญหาสิวบนโลกใบนี้ (ทั้งไทย ทั้งต่างชาติ) ล้วนเข้าใจว่า สิวเกิดที่ผิวหน้า ก็จะดูแลแค่ผิวหน้า ซึ่งไม่ผิดค่ะ และในบางคนก็แก้แค่ที่ผิวหน้าจริง ๆ เช่น แค่ปรับวิธีล้างหน้า แค่ปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม แค่ปรับวิธีดูแลผิว หรือแม้แต่การพอกสมุนไพรสูตรโบราณ ใช้ยารักษาสิวทา ทำอยู่ไม่นาน ก็แก้ปัญหาได้แล้ว และไม่กลับมาเป็นอีก แสดงว่าปัญหาของเขา “อยู่แค่ผิวหน้าจริงๆ” แก้เท่านั้นก็พอแล้วค่ะ

แต่สำหรับคนอีกมากมาย แก้แค่นั้นไม่หาย ทำเองก็แล้ว หาคลินิกรักษาสิวก็แล้ว หายแป๊บเดียว ก็มาใหม่ (ตอนไม่ไปรักษา คือ กลับขึ้นมาใหม่ และอาจเป็นหนักกว่าเดิม) นี่เรียกว่า “สิววัยผู้ใหญ่” “สิวจากสุขภาพไม่ดี” แล้วนะคะ แม้จะเกิดในเด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึง 20 ปี (ซึ่งมีสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของการเป็นเด็กเข้าสู่ผู้ใหญ่ผสมมาด้วย แต่ปกติ ควรจะเป็นสิวที่หายได้เอง ไม่ใช่เป็นอยู่อย่างเรื้อรังจนเลยวัย 18-20 ปี ซึ่งควรหายได้แล้ว) อาการ มันจะมาเป็นซีรี่ย์ คือ หน้ามัน หน้าหมองมาก ต่อให้ครีมแพง ครีมดี ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นมากเท่าไหร่ ผิวแดง อักเสบง่าย กดสิวแล้วขึ้นใหม่ไม่หยุดที่เดิม รู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายหน้า พ่วงมากับปัญหาเครียด ท้องผูก ประจำเดือนไม่ปกติ เป็นซีสต์ เป็นถุงน้ำ ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ

สรุป คือ สิวมีทั้งเหตุตื้น คือ แค่ผิวหน้าจริง ๆ กับ เหตุลึก คือ ต้องแก้ที่ข้างในจึงจะหาย เป็นเรื่องของสุขภาพ บางคนเป็นเรื่องของจิตที่ไม่ยอมปล่อยวางความโกรธและไม่ให้อภัย ก็ค่อย ๆ แก้กันไปค่ะ แก้จากนอกไปใน ค่อยๆ คลี่คลายไปทีละเปลาะ ใช้เวลาหน่อยแต่คุ้มค่า จะได้สะอาดทั้งในและนอกแบบหมดจด ผลลัพธ์คุ้มกับชีวิตแน่นอน สำคัญคือ อย่าไปเร่งมัน ยิ่งเร่งยิ่งเหนื่อย ปล่อยสบาย ๆ ดูแลตัวเองให้ถูกต้องก็พอ

#4 เชื่อว่าแสงแดดทำให้สิวดีขึ้น

คำอธิบาย จริง ๆ แล้วแสงแดดจำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์มาก เพราะ ที่เรารู้กันว่า แสงแดดให้ความอบอุ่น ปรับสมดุลไม่ให้ร่างกายเราสะสมความชื้นมากไปจนป่วย และช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ แต่ปัจจุบันนี้ แสงแดดมีความรุนแรงกว่าอดีตมาก ๆ เพราะชั้นโอโซนของโลกเบาบางลงมาก คนที่เกิดในยุค 2526 อย่างบีม จะรู้ว่า แดดตอนเช้านั้นละมุน อบอุ่นมาก ๆ ไม่เกิน 8 โมงนี้คือ ต้องออกมารับแดด และเราไม่รู้สึกแสบผิวเลยค่ะ แต่ตอนนี้ แดดที่ให้ความรู้สึกที่ว่านี้ ได้แค่ตอนเช้ามาก ๆ เท่านั้น ไม่เกิน 7 โมง แต่หลังจากนั้น แสบผิวค่ะ ดวงอาทิตย์ไม่ได้ใจร้ายมากขึ้น แต่เพราะโอโซนของโลกบางลงต่างหากค่ะ (มนุษย์ทำกันเองนี่แหละ) จึงทำให้แสงแดดแผดเผาเราได้มากกว่าอดีต ซึ่งทำลายเซลล์ของเราได้มากเช่นกันค่ะ ในระดับ UVB คือ แค่แสบแดงผิว ในระดับ UVA คือ ทะลวงลึกถึงชั้นคอลลาเจน ทะลุลงไปเยอะมาก ๆ ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวขาดน้ำ การอักเสบในผิวชั้นใน เพิ่มอนุมูลอิสระมากมายในผิว และทำให้เม็ดสีเมลานินมารวมตัวกันเยอะมาก

สรุป คือ แสงแดดที่ยังพอให้ความรู้สึกดี ๆ เป็นแดดตอนเช้ามาก ๆ ไม่เกิน 7 โมง หรือ เราสัมผัสแล้วไม่รู้สึกแสบร้อนในผิว แต่หลังจากนั้น เมื่อรู้สึกแล้ว ควรหลีกเลี่ยง เพราะ อันตรายต่อผิวและสุขภาพมาก ๆ โชคดีที่คนไทยผิวแข็งแรงกว่าฝรั่ง ไม่มีคนเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากนักค่ะ ควรภูมิใจนะคะ จริง ๆ พวกเราทนต่อแดดมากกว่าพวกเขามาก ๆ คนไทยหลายคนไม่ทากันแดด มะเร็งก็ไม่มา…สุดยอดจริง ๆ คนไทยเรา แต่นาน ๆ ไปก็คงไม่ดีค่ะ ดังนั้น เลี่ยงหรือหลบกันดีกว่าช่วงแดดร้อนแรงระหว่างวัน เพราะมันทำให้สิว รอยสิว แย่ลงด้วย นอกจากครีมกันแดด ก็ควรมีหมวก ร่ม อะไรให้พร้อมนะคะ นั่งในอาคาร ก็ระวังรังสีสะท้อนจากพื้นนอกอาคารเข้ามาด้วยค่ะ ถ้ารู้สึกร้อน ๆ คือ ได้รับรังสีหมด ก็ต้องหาทางหลบเลี่ยงเช่นกัน

#5 เชื่อว่าการรักษาสิวด้วยยาแรงนั้นยิ่งได้ผลดี

คำอธิบาย อันนี้ไม่จริงอย่างแรง อย่าไปเชื่อ และกรุณาอย่าใช้เด็ดขาดค่ะ สิวอาจจะหาย แต่ผิวจะเสียหายอย่างรุนแรง เดี๋ยวนี้เขามีทางเลือกให้รักษาสิวพร้อมรักษาผิวไปพร้อม ๆ กัน คือ สิวก็ลด เชื้อสิวก็ลด และผิวก็อิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้นได้ ควรเลือกทางนี้ดีกว่านะคะ

ยาแรง ๆ ถ้าเป็นครีมยารักษาสิวที่มีความเข้มข้นสูง ๆ ก็อาจจะทำให้สิวแห้งลง (คุณก็จะดีใจว่าชนะแล้ว) แต่เมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ผิวจะเริ่มกร้าน ดูแก่กว่าวัย ขาดน้ำ มีริ้วรอย และยิ่งผิวแพ้ง่ายค่ะ เพราะยาเหล่านี้ ไปทำลายความแข็งแรงของผิว สิวอาจจะหาย แต่จะได้ผิวแย่ ๆ ที่ขาดน้ำ หน้าแก่ รูขุมขนกว้างมาแทน แม้จะอายุไม่ถึง 20 หน้าจะดูแก่กว่าเพื่อนวัยเดียวกันไปมาก ถ้าอยู่ในวัยทำงาน คือ จะแต่งหน้าไม่ติด แป้งกองเยิ้ม อุดตามรูขุมขน คือ มันจะไม่มีอะไรดีเลยนะคะ ดังนั้น…อย่า

ถ้าเป็นยากินทุกรูปแบบ ล้วนทำลายตับและไตได้ทั้งสิ้นค่ะ พอหยุดกิน มันยิ่งเป็นหนัก เพราะ สิวจากสุขภาพเสื่อมโทรม เกิดจาก ตับและไตเสื่อม ตอนกินยาแค่กดอาการ หลังจากนั้นถ้าหยุดกิน ตับและไตที่อ่อนแอลง จะเสื่อมพละกำลังในการจัดการของเสียในร่างกาย (ที่เราอัดเข้าไปเองด้วยและจากการหายใจปกติของเซลล์ด้วย) เมื่อของเสียสะสมมาก ๆ ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ง่วงระหว่างวัน หมดพลัง ไม่อยากเปลี่ยนชีวิต และเป็นสิวเรื้อรัง คือ มันแย่ไปหมดทุกด้าน ดังนั้น อย่าก่อไฟแต่ต้นลม จะได้ไม่บานปลายค่ะ

สรุป ยาแรงไม่ดี ไม่ควรรับ แม้แต่นิดเดียว!

วันนี้ขอส่งต่อข้อมูลที่ “ใช้แก้ปัญหาสิวได้จริง” จาก “ประสบการณ์ตรง” ของบีม ที่ส่วนตัวมีประสบการณ์เรื่องสิว 23 ปี และมีประสบการณ์ใช้ธรรมชาติบำบัดรักษาสิว และ เป็นเจ้าของแบรนด์ Skincare ที่ต้องศึกษาเรื่องสูตรครีมเพื่อดูแลแฟนเพจโดยเฉพาะ ได้รับรู้ปัญหาและแลกเปลี่ยนกับผู้มีปัญหาสิวมากมายมากว่า 9 ปีติดต่อกัน (ไม่ได้นับจำนวนเคสนะคะ และไม่ต้องการเคลมเป็นตัวเลข เพราะไม่รู้ว่าเท่าไหร่จริง ๆ รู้แต่ว่าได้รับข้อมูลตรงจากคนเป็นสิวกลุ่มเรื้อรังมาเยอะมากๆ ค่ะ จนเข้าใจมันดี และคนเอาคำแนะนำและความรู้ที่ได้รับจากบีมไปใช้ มันก็แก้ได้จริง ๆ ด้วย

ทุกคนแก้ได้ค่ะ ตัวเองทำได้เลย ไม่ต้องอาศัยทฤษฎีอะไรค่ะ แค่สังเกตตัวเองให้มากพอ และเลือกเฉพาะสิ่งที่เวิร์คและเหมาะกับเรา เดี๋ยวก็จะเจอหนทางการดูแลตัวเองที่ทำให้กายและใจของเรามีความสุข และสิวเกลียดความสุขค่ะ สิวจะไม่กล้าเข้าใกล้คนมีความสุขจากภายในค่ะ แต่ใครที่ชอบสะสมพลังลบ ๆ สิวชอบบบบค่ะ คุณก็เลือกเอาว่าจะเป็นคนแบบไหนนะคะ …

คุณเลือกได้เสมอ ขอให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองค่ะ

ด้วยรัก (และช่วยส่งต่อบทความนี้ไปเยอะ ๆ นะคะ คนจะได้เข้าใจเรื่องสิวถูกเสียที)

#บีมซีเคร็ต

7/7/2018

บทความทุกบทความ บีมเขียนขึ้นใหม่ด้วยสมองและสองมือของบีมเอง ขอสงวนลิขสิทธิ์ทุกงานเขียน อนุญาติให้นำไปใช้เชิงการศึกษาโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่รบกวนช่วยอ้างอิงมายังบล็อกนี้ด้วยนะคะ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ มิเช่นนั้น จะถือว่ามีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ถ้าหากถูกพบ จะขอดำเนินการตามกฎหมายค่ะ