บันทึกพลังงานบำบัดกับครูเก๋ ครั้งที่ 1

เมื่อวานนี้ (19 มิถุนายน 2561) เป็นครั้งแรกที่บีมได้ไปเข้ารับการบำบัดด้วยพลังงานบำบัดดนตรีบำบัดจากครูเก๋ วรารักษ์ สู่โนนทอง ซึ่งครูเก๋มีความรู้จริง และเป็นผลลัพธ์จริง จากการใช้ศาสตร์โยคะหัวเราะ ดนตรีบำบัด พลังงานบำบัด ในการบำบัดรักษาร่างกายและจิตวิญญาณที่พังเจียนตายของตัวเองฟื้นคืนกลับมามีชีวิตที่มีพลัง และ ช่วยเหลือผู้คนด้วยสิ่งที่ครูเก๋ค้นพบและเป็นวิชาเฉพาะตัวได้อีกมากมายในเวลาต่อมา

บีมไปที่บ้านคีตาของครูเก๋ ที่เป็นทั้งบ้านและเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในเชียงราย ส่วนที่บีมทำการบำบัดก็เป็นห้องในบ้านนั้นที่กั้นไว้อย่างดี เราอยู่ในนั้น รู้สึกได้ถึงความสงบ ปลอดโปร่ง ปลอดภัย

บีมไปถึงประมาณบ่ายโมงกว่า ๆ ก็ได้นั่งคุยถึงปัญหาที่บีมติดขัดอยู่ว่ามีอะไร บีมอยากแก้ตรงไหนบ้าง บีมก็เล่าของบีมไป พอครูเก๋รู้จุดแล้วว่า โอเค เรามีปัญหาจุดนี้ ก็อธิบายถึงกระบวนการของสิ่งที่เราติด ร่างกายที่มีจุดเสียหาย มันส่งผลให้เราเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งสำหรับบีม บีมรู้สึกว่า เฮ้ย มันน่าสนใจนะ คือ เราพอจะมีพื้นความรู้ด้านธรรมชาติบำบัด ข้อมูลที่ครูเก๋สอนเมื่อวาน ก็เลยพอจะเชื่อมโยงกันได้ แต่มันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับบีมมาก ๆ เป็นอะไรที่น่าสนใจ

สิ่งที่บีมได้เรียนรู้เพิ่มเติมเมื่อวานนี้จากครูเก๋ คือ

  • คนเราจะมีต่อมสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ต่อมใต้สมอง ต่อมพิทูอิทารี่ ต่อมหมวกไต ซึ่งต่อมเหล่านี้จะควบคุมการทำงานของระบบร่างกายอยู่หลายส่วน (ระบบอัตโนมัติที่ไม่ผ่านสมองหรือการคิด) เมื่อเวลาที่เราต้องเผชิญกับความเครียด ปัญหา ความกดดัน ต่อมเหล่านี้จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อรับมือกับความเครียดที่กำลังเผชิญ ทำให้คนสามารถยกของหนักตอนไฟไหม้ได้ (ทำอะไรที่ปกติจะทำไม่ได้) ทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ของอวัยวะหยุดลง ช้าลง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา
  • ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตั้งแต่มนุษย์คลอดออกมา มนุษย์ก็เกิดความเครียดทันทีที่ออกจากท้องแม่ ต่อมก็หยุดทำงานเช่นกัน แต่…สิ่งที่ธรรมชาติให้มาเพื่อคลายการ “หยุด” ตรงนี้ก็คือ การร้องไห้และการดีดดิ้นของทารก และเมื่อทารกยังคงร้องไห้และดีดดิ้นเมื่อเผชิญความเครียดหรือปัญหา (ผ้าอ้อมเต็ม เปียกชื้น หิว ไม่พอใจ ฯลฯ) ความเครียดนั้นจะถูกระบายออกไปในทันที จะไม่มีเก็บสะสมเอาไว้
  • เมื่อมนุษย์เริ่มเดินสองขา จึงหยุดการดีดดิ้น ทำให้หลังจากนั้น ความเครียดไม่ถูกระบายปลดปล่อยออก ร่างกายจึง “จำ” ว่า เหตุการณ์ที่ทำให้เครียดนั้น “ยังคงอยู่” เมื่อเก็บสะสมนานวันเข้า พลังความเครียดนี้ก็จะถูกนำไปเก็บไว้ในอวัยวะต่างๆ เป็นอาการติดขัด เป็นพลังงานที่บล็อกการหมุนเวียนของเลือด ลม ชี่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังคงจดจำภาพและความรู้สึกของเหตุการณ์เดิม ๆ นั้นไว้ ไม่จางหายไปไหน เป็นจุดอ่อนของร่างกายที่ส่งผลต่อจิตและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพบางอย่างชนิดเรื้อรัง หากไม่ระบายออกไปก็จะยิ่งทำให้ภาวะของโรคนั้นรุนแรงขึ้น

จริง ๆ บีมเคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาบ้าง แต่ครั้งนี้ คำอธิบายของครูเก๋เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นขั้นตอน จึงทำให้บีมเข้าใจได้เร็ว (คือบีมมีส่วนผสมขององค์ความรู้ทั้งวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และปรัชญาตะวันออก และ “ผลึก” จากการฝึกปฏิบัติและเฝ้าสังเกตตัวเองมานาน จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เข้าใจสิ่งที่ครูเก๋อธิบายได้เร็ว) แต่ในเรื่องของประสบการณ์และผลลัพธ์ที่ได้รับ เป็นสิ่งที่บีมต้องเดินทางในการศึกษาและฝึกฝนต่อไปจากครูเก๋จนกว่าผลึกต่าง ๆ มันจะชัดเจนและเผยแสดงด้วยตัวของมันเอง

เอาล่ะค่ะ…ก่อนที่บีมจะได้รับการบำบัด ก็มีพี่อีกคนหนึ่ง ซึ่งครูเก๋บอกบีมก่อนแล้วว่า พี่ท่านนี้ มีปัญหาเหมือนบีม จึงแนะนำให้มาวันเดียวกัน พอพี่เขามาถึง ก็ได้คุยกันถึงเรื่องราวของเขา และครูเก๋อธิบายกระบวนการและสิ่งที่จะทำอีกครั้งอย่างรวบรัด

แล้วเราก็เริ่มเลย…

เอาเป็นว่า บีมจะเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนของมันและประสบการณ์ส่วนตัวที่บีมสัมผัสได้ก็แล้วกันค่ะ

  • ช่วงต้นจะเป็นการผ่อนคลายอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดพลังงานที่เป็นเป้าหมาย (จุดที่มีปัญหามากที่สุดของเรา)
  • ช่วงนอน จะมีท่าเฉพาะในการบำบัด ซึ่งเราต้องทำตามที่ครูเก๋แนะนำค่ะ ครูเก๋จะอธิบายก่อน แล้วตอนทำก็ใช้เสียงบอกนำอีกที (คือไม่ต้องกลัวทำผิด)
  • ในระหว่างการทำ ครูเก๋ให้เราแค่ตามดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ต้องคิด ปล่อยทิ้งทุกอย่าง แค่ตามดู
  • สิ่งที่เกิดขึ้นกับบีมคือ บีมรับรู้ถึงความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นที่หนักเบาไม่เท่ากัน บางครั้งก็รู้สึกบีบคั้นจนน้ำตาไหล แต่มันก็จะหายไปเอง บีมเห็นความเกิดดับ คล้าย ๆ กับรูปแบบของคลื่นที่มันมีขึ้นลงค่ะ แต่มันมาแบบต่อเนื่อง หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ละคนคงจะสัมผัสประสบการณ์แตกต่างกันค่ะ แต่ของบีมเป็นแบบนี้
  • ระหว่างนั้น ครูเก๋ ก็ได้เข้ามาสัมผัสเท้า คอ บ่า หัว และใช้คลื่นเสียงของคริสตัลโบลว์ทิเบต กระดิ่ง คือรู้ว่าครูเก๋วางอะไรไว้บ้าง แต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นใช้อะไร และไม่ได้สนใจ บีมปล่อยวางความคิด ปล่อยว่าง ๆ และตามดูเท่านั้น
  • มันจะมีบางช่วงที่คลื่นเสียงต่าง ๆ แผ่ซ่านปกคลุม เหมือนเราอยู่ในสภาวะไร้ร่าง เบา สบาย และมีจุดพีค ๆ ของบีมจุดหนึ่งคือ บีมรู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือนในน้ำในโมเลกุลของร่างกายที่สูงสุดและนานสุด คือ เป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน แต่ก็แค่ตามดู และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีจริง ๆ ค่ะ มันเบา ๆ สบาย ๆ มันไม่ต้องทำสมาธิหรือคิดอะไรเลย มันแค่อยู่เฉย ๆ เลย คลื่นมันจะส่งผลต่อเราเอง
  • ประสบการณ์นี้ จะแตกต่างมากกับการที่เคยศึกษา ทดลอง และเข้าคอร์สเกี่ยวกับ “จิต” ที่ผ่านมาทั้งหมด เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ใครสนใจคงต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ คือ ไม่ใช่ให้มาลองของ เพราะมาแบบนั้นจะไม่ได้อะไรค่ะ บีมเองมาด้วยความศรัทธาในตัวครูเก๋ ว่าครูเก๋จะช่วยบีมได้ในจุดที่บีมช่วยตัวเองไม่ได้แล้วจริง ๆ ค่ะ ดังนั้น ตรงนี้ต้องทำให้ถูก คือ มาจากศรัทธาก่อน คือ เชื่อมั่นในตัวผู้บำบัด เชื่อมั่นในวิถีของเขา จึงค่อยมาค่ะ
  • จากประสบการณ์เมื่อวานนี้ ทำให้บีมได้เข้าใจปัญหาที่บีมติดมาตลอดชีวิตมากขึ้นค่ะ มันทำให้บีมปล่อยวางปัญหา และรู้สึกเบาลงจริงๆ ให้อภัยในความผิดพลาดที่ไม่เคยให้อภัยได้เยอะมาก ๆ รู้สึกตัวเองได้รับความรัก มันไม่ใช่ระดับของการคิด ไม่ใช่ระดับจิต (mind) แต่เป็นธรรมชาติของเราเอง ที่เรารับรู้ได้ว่า เราได้รับความรักจริง ๆ ซึ่งพอเรารับรู้ตรงนี้ได้ หัวใจมันจะแผ่ออก มันไม่ขอรับเข้ามาอีก เหมือนมันเต็มแล้ว โอเคแล้ว พร้อมให้มากขึ้นแล้ว อะไรประมาณนี้
  • หลังจากที่จบแล้ว … บีมรู้สึกเบาสบายตัวขึ้นมาก ๆ ไม่ใช่เพราะ มโน แต่เพราะมันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ บีมรู้สึกว่า ปัญหาที่บีมติดมานานมันได้รับการปลดปล่อยออกไปประมาณหนึ่ง แต่บีมเข้าใจดีค่ะว่า ไม่ใช่มาครั้งเดียว มันจะจบ มันสะสมมานาน มันต้องใช้เวลาและมาทำอีกหลายครั้ง และสำหรับตัวบีม ปัญหาที่บีมมี ครูเก๋บอกว่า ทำเท่านี้ มันยังช่วยปลดล็อคไม่ได้ทั้งหมด บีมจะต้องฝึนฝนตัวเอง ให้โอกาสตัวเองได้เปิดใจมองเห็น “ความทุกข์” ของผู้คนค่ะ ซึ่งครูเก๋เคยมีปัญหาเดียวกันนี้ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีนี้ล่ะค่ะ คือ Heal Others = Heal Yourself (ฟังดู abstract หน่อยนะคะ ไม่เข้าใจ ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่บางคนจะเข้าใจ ก็เขียนเอาไว้ให้ไปตกผลึกกันเอง)
  • นอกจากนี้ พี่ที่มารับการบำบัดด้วยกันเมื่อวาน ก็มีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกันกับบีมจริง ๆ ด้วยค่ะ ซึ่งการได้รับฟังความทุกข์ของเขา มันจะช่วยสลายพลังความทุกข์ของเราไปด้วยในขณะเดียวกัน มันเหมือนเจอเพื่อนร่วมชะตากรรมอะไรแบบนั้น คือ จุดปัญหาของชีวิตอาจจะคนละประเด็น แต่โดยรวมแล้วประมาณ 90% มีอะไรที่เหมือนกันมากจริง ๆ ค่ะ มันก็เป็นอะไรที่แปลก ที่ครูเก๋ พี่ท่านนี้ และบีม ได้ผ่านพบมีประสบการณ์ชีวิตที่คล้าย ๆ กัน แม้จะคนละเส้นทาง แต่จุดเชื่อมโยงกันเยอะมาก ๆ ค่ะ

บีมยังคงรู้สึกผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องนะคะ มันเบา ๆ จากข้างใน เมื่อวาน Live ในกลุ่มปิดช่วง 6 โมงเย็น บีมยังบอกลูกค้าว่า บีมรู้สึกผ่อนคลาย น้ำเสียงเลยอาจจะซอฟท์ ๆ เบา ๆ หน่อยค่ะ คือ ทุกอย่างมันผ่อนคลาย เราไม่กดดัน ไม่เร่งรัดตัวเองเหมือนก่อนไป (เป็นแบบไม่รู้ตัว)

และที่เห็นชัดเลย คือ บีมง่วงนอนแบบ ง่วงมาก ๆ ประมาณ 3 ทุ่ม คือ ปกติ บีมก็จะง่วงและอยากพักเวลาประมาณนี้อยู่แล้ว แต่ความรู้สึกวันนี้มันต่างกันค่ะ มันคล้าย ๆ กับอารมณ์วันที่ไปนวดคลายเส้น แล้วเราจะอยากนอนแบบ “เส้นคลาย” ไม่ใช่เพราะ เหนื่อยจนพลังหมด (แต่เส้นตึงอยู่) คือ ก่อนหน้าจะไปนี้ แม้บีมจะได้ออกกำลังกายไปบ้าง ที่มันช่วยระบายพลังงานลบ ๆ ออกไปบ้าง แต่มันก็ยังรู้สึก กดดันตัวเองอยู่ลึก ๆ อยู่ตอนก่อนนอน มัน tense น่ะค่ะ บีมรู้ตัวเองดี มันตึง มันเครียด ไม่เกี่ยวกับงานและความสัมพันธ์นะคะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่มีภารกิจบางอย่างที่จำเป็นต้องทำในเวลาที่จำกัดมาก จึงทำให้เกิดภาวะแบบนี้กับตัวเองค่ะ

และอีกสิ่งหนึ่งที่บีมสังเกตเห็นก็คือ บีมรู้สึกว่า ตื่นมาแล้วผิวบีมดีขึ้น ทั้งที่บีมก็ไม่ได้กินอาหารเสริมอะไรเป็นพิเศษค่ะ เมื่อวานนี้ ก็กินอาหารดี ๆ เป็นปกติแบบทุกวัน และกินยาระดมพลก่อนนอน (ทดลองให้แฟนเพจ) แต่มีเพิ่มคือ ชามะระออร์แกนิค ที่ส่วนตัวเคยปั่นสดกินนานมาแล้ว และไม่ได้กินอีกเพราะมันขมมาก แต่พบว่ามันช่วยให้สิวยุบได้ดีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิวอักเสบ และสิวแนวกรามคาง) พอมีชาทำออกมา ก็เลยลองซื้อมากินค่ะ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผิวดีขึ้น สิวขับพิษจากระดมพลหายเร็วค่ะ

แต่ครูเก๋บอกว่า ร่างกายของเรา ซ่อมตัวเองได้ทั้งหมดค่ะ … พลังที่แท้จริงของมนุษย์ สามารถซ่อมแซมตัวเองได้หมดทุกส่วน ถ้าเข้าถึง เข้าใจ นำไปใช้ได้ถูกต้อง มนุษย์ก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างสมบูรณ์ได้เลยค่ะ มนุษย์ทุกคนมีพลังนี้ค่ะ แต่น้อยคนจะเข้าถึง แต่การมาตรงนี้ ก็ทำให้บีมได้เริ่มสัมผัสถึงอะไรที่ครูเก๋บอกเล่าค่ะ แม้มันจะพึ่งเริ่มต้น และเรื่องสิวและผิว อาจจะต้องรอดูต่อไป แต่บีมก็สนใจวิถีการบำบัดของครูเก๋มาก ๆ ค่ะ ตั้งใจว่าจะเรียนรู้ ฝึกฝน และปฏิบัติไป เพราะ เชื่อมั่นว่า ถ้าเข้าใจตรงนี้ได้ บีมจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการช่วยผู้คนที่มีปัญหาสิวชนิดเรื้อรังได้ต่อไปค่ะ

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีและมีพลังชีวิตเต็มเปี่ยมนะคะ

#บีมซีเคร็ต

 

 

Published by

Beam's Secret

นักเขียน ครู & โค้ชสิวโฮลิสติค และผู้ประกอบการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s