จะรักษาสิวให้หาย ต้องเข้าใจเรื่อง “การแพทย์ 3 กระแส”

ถ้าคุณยังสับสนในเรื่องสุขภาพ ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลไหน ทำตามข้อมูลหมอ โค้ช คนไหนดี บทความนี้ อาจทำให้คุณ “ได้คำตอบที่ทะลุ” ที่สุดค่ะ

การแพทย์ในปัจจุบันนี้ แบ่งออกเป็น 3 กระแส ตาม “ความเชื่อและประสบการณ์” ของบุคลากรทางการแพทย์แต่ละคน

1. แพทย์กระแสหลัก
เป็นองค์ความรู้ที่ได้รับการสอนในสถาบันการศึกษาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กายภาพบำบัด ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษา “ร่างกาย” และ “รักษาโรค” ด้วยยา การผ่าตัด

เป็นองค์ความรู้ที่เกิดในยุค “ปฏิวัติวิทยาศาสตร์” ในยุโรปตะวันตก เป็นช่วงที่คนเห็นความมหัศจรรย์ของการใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์เอาชนะโรคภัยชนิดติดเชื้อต่าง ๆ (คนตายเพราะเชื้อโรคมาก) วิทยาศาสตร์ที่แก้ปัญหาและพัฒนาได้หลายสิ่งที่ยังใช้มาจนยุคนี้

แต่วิถีวิทยาศาสตร์แบบนี้ จะมีข้อจำกัดคือ ทุกสิ่งต้องสัมผัสได้ด้วย ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เท่านั้น โดยจะไม่ให้ความสำคัญกับ “จิต” หรือ “พลังงาน” ซึ่งในภายหลังมีนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า มีอะไรที่เล็กกว่าอะตอม ที่เรามองไม่เห็น เรียกว่า ควอนตัม

ซึ่งเมื่อได้รับการศึกษาต่อยอดพัฒนาต่อมา ก็พบว่า ควอนตัมนี้ เป็นศาสตร์ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มมองเห็นในสิ่งที่เคยพิสูจน์ไม่ได้ ไม่เข้าใจ เป็นเรื่องของจิต พลังงาน มิติ ซึ่งบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ จะไม่ได้เรียนรู้มาถึงจุดนี้ ก็จะมีเฉพาะกลุ่มที่สนใจสายนี้ ที่เรียนรู้เจาะลึกไป

ทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ยอมรับเฉพาะ “สิ่งที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เท่านั้น” ไม่ยอมรับอะไรที่มองไม่เห็น ตรวจสอบไม่ได้

ที่บีมรู้ตรงนี้ เพราะ เคยเรียนสายวิทย์ตอนมัธยมปลายมาก่อน มองเห็นตรงนี้ค่ะ พอตอนหลังมาศึกษาแนวธรรมชาติบำบัด และ วิทยาศาสตร์ทางจิต เราก็รู้ว่า นี่คือจุดอ่อนของวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เอาชนะโรคภัยไม่ได้แท้จริง เพราะ คนเรามีรากเหง้าคือ จิต แต่วิทยาศาสตร์ไม่ให้ความสำคัญตรงนี้ จึงรักษาได้แค่กาย แต่ไม่สามารถรักษาไปถึงรากเหง้าของมนุษย์ทั้งคนได้จริง ทั้งที่มนุษย์มีพลังเยียวยาตัวเองอยู่ในตัวอยู่แล้ว และดึงจากธรรมชาติมาใช้ได้อยู่แล้ว

2. แพทย์กระแสทางเลือก
แพทย์ทางเลือก หรือ alternative medicine จริง ๆ ตอนนี้ เป็น “ทางรอด” ไปเสียแล้ว ที่ถูกเรียกว่าทางเลือก เพราะ เป็นทางที่ทำให้คนที่ใช้ทางหลักแล้วไม่หาย สามารถหายได้ จึงถูกเรียกว่า “ทางเลือก”

มันน่าจะเริ่มเมื่อสัก 10 กว่าปีก่อน ตอนที่บีมกำลังเริ่มเรียนชั้นมหาวิทยาลัย ชีวจิตกำลังดังมาก และแพทย์กระแสนี้ เหมือนพึ่งจะเริ่มเข้าเมืองไทย แต่ในกระแสโลก มันมีมาสักระยะแล้ว หลังจากที่ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็ง ไม่สามารถถูกรักษาให้หายและต้องทรมานและตายไปจากการรักษาด้วยการแพทย์กระแสหลัก และมีคนบางส่วนที่รู้จากหมอว่า จะอยู่ได้อีกไม่นาน ซึ่งเมื่อเขาได้กลับมาดูแลตัวเอง ยอม surrender กับธรรมชาติ ทำตามเสียงธรรมชาติที่ดังจากจิตและกายตัวเอง และน้อมรับความตาย เตรียมตัวตายอย่างสงบและกล้าหาญ ก็พบว่าคนกลุ่มนี้ “รอด” และ “กลับมาแข็งแรง” รอดยาว… ทำเอาคุณหมอก็แปลกใจในความมหัศจรรย์นี้

ซึ่งเราพบว่า มีคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็มีบางส่วนที่มีข่าวว่า ใช้แนวทางนี้แล้วเสียชีวิต ซึ่งจริง ๆ แล้ว หากมองด้วยใจเป็นกลาง ไม่ว่าจะรักษาแผนใด หากถึงเวลาที่จะต้องไป เขาก็จะต้องไป ไม่มีใครยื้อกรรมของตัวเองได้

สำคัญที่ว่า หมอผู้นั้นได้รักษาคนไข้ด้วยจิตบริสุทธิ์ โดยละเอียดรอบคอบ ใช้ทุกสรรพวิชาอย่างดีที่สุดแล้วหรือยังในการช่วยเหลือชีวิตนั้น หากได้กระทำเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ควรโทษหมอ โทษพยาบาล โทษใคร คนถึงเวลาจะไป ก็ต้องไป…ต้องทำใจยอมรับความเป็นจริง

โดยสรุปแล้วก็คือ การแพทย์ทางเลือก จะเชื่อว่า มนุษย์คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติสร้างมนุษย์มา และธรรมชาติย่อมรู้วิธีเยียวยามนุษย์ได้ มนุษย์จึงต้องไม่ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัว และศึกษา สังเกต ธรรมชาติอยู่เสมอ เพื่อปรับตัวเองให้มีชีวิตที่มีความสุข เพราะ ธรรมชาติคือ ความสุข ความสงบ ความสอดคล้อง ซึ่งมีมากกว่ามิติร่างกาย

มนุษย์จะต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์แบบองค์รวม ทุกปัญหาในชีวิตก็จะคลี่คลาย ชีวิตจะสุขง่าย ทุกข์ยาก แม้มีทุกข์ ก็ปรับให้เป็นการเรียนรู้ได้ นั่นคือ วิถีแห่งธรรมชาติของแพทย์กระแสนี้ เน้นที่ “ราก” ไม่ใช่ “ร่าง” อย่างเดียว
ขณะนี้มีคุณหมอทั้งระดับโลกและระดับประเทศจำนวนเพิ่มขึ้น ที่เรียนจบแบบกระแสหลัก แต่พบว่า ตัวเองป่วยเหมือนคนไข้ แต่รู้ว่าวิถีการรักษาแบบที่รักษาคนไข้ มันไม่ได้ผล ไม่อยากมีจุดจบเหมือนคนไข้ คุณหมอกลุ่มนี้ ก็แสวงหาแนวทางที่ไม่เคยใช้มาก่อน คือ ธรรมชาติบำบัด จนรักษาตัวเองหาย และจึงเกิดความเชื่อมั่น ศรัทธาในธรรมชาติ ก็เปลี่ยนวิธีการรักษามาเป็นแบบธรรมชาติบำบัดในภายหลัง แพทย์กลุ่มนี้ได้แก่ แพทย์แผนจีน (ตอนนี้ชาติตะวันตกเรียนแพทย์แผนจีนและอายุรเวทกันมากขึ้น) อายุรเวท แพทย์แผนไทย เป็นต้น

3. แพทย์ผสมผสาน
ชื่อบอกแล้วว่าผสมผสาน คือ เอา 1. + 2. คือ การที่รับการวินิจฉัยโดยแพทย์กระแสหลัก ยังกินยาอยู่ แต่นำเอาการดูแลด้วยธรรมชาติมาใช้มากขึ้น จนกระทั่งสามารถลดยาและเลิกยาได้ กรณีแบบนี้ จะเกิดกับผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ยังไม่อยากเลิกยา หรือจำเป็นต้องใช้ยาอยู่ แต่ไม่อยากใช้ยาไปตลอดชีวิต ก็ค่อย ๆ ปรับไปจนกระทั่งไม่ต้องใช้ยาอีกต่อไปนั่นเอง

จากกระแสสุขภาพ 3 ระบบความเชื่อนี้ ก็ทำให้เกิดข้อมูลมากมายเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตบ้าง ในนิตยสารบ้าง หนังสือบ้าง เขียนโดยแพทย์ เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ ที่ข้อมูลไปทางเดียวกันบ้าง ขัดกันบ้าง ขัดมาก ขัดน้อย จนทำให้เราในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มา รู้สึก “สับสน” จะเอาทางไหนดี ไปหาหมอท่านหนึ่งก็พูดอย่าง อีกท่านก็พูดอย่าง

สิ่งที่บีมจะบอกก็คือ “พึ่งตัวเอง” ค่ะ

การพึ่งตัวเอง ไม่ใช่การ “ปฏิเสธ” หมอ หรือ วิทยาการใหม่ ๆ เลย แต่หมายถึง “การรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้” ก่อน รู้ว่าร่างกายและจิตใจเรามีธรรมชาติเป็นอย่างไร สังเกตตัวเอง ฝึกฝนการตอบสนองตัวเองในสิ่งที่กายและจิตนี้ต้องการ เพราะเขาจะบอกเราเสมอว่าเขาต้องการอะไร แค่พูดเป็นคำให้เราไม่ได้ แต่เราจะรู้สึกได้

ถ้าเราสบาย นั่นแหละ คือเราดูแลเขาได้ดี ถ้าเราไม่สบาย แสดงว่า มีบางอย่างผิดปกติ เป็นหน้าที่เราต้องสำรวจหา แล้วแก้ไขเสียค่ะ ให้มันตรงจุด ในทุกระดับ กาย จิต จิตวิญญาณ ต้องให้ครบองค์มนุษย์

และส่วนใหญ่ก็แค่ดูแลด้วยเบสิค นอนให้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการ กินให้ถูก วางใจให้ถูก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสิ่งต่าง ๆ เชื่อมต่อกับธรรมชาติให้มาก มันก็มีแค่นี้

แต่เราดันไปคิดเองว่า จะรู้จักร่างกายตัวเองต้องเรียนหมอ มันไม่ใช่ เรานี่แหละ รู้จักตัวเองดีที่สุด ขอแค่ละเอียดอ่อนในการสังเกตตัวเอง และศึกษาความรู้จากหมอศาสตร์ที่เราสนใจเพิ่มเติม ลองปรับใช้เอามาดูแลตัวเองให้อยู่จุดที่สบาย มันก็จบแล้ว แค่นี้เอง ง่าย ๆ มันจะยากก็แค่ เราคิดว่ามันยากและไม่ใส่ใจตัวเองแค่นั้นเองค่ะ

พอเรารู้จักตัวเองดีแล้ว เราก็ดูว่า เรายังขาดตรงไหน ทำอะไร รักษาอะไรด้วยตัวเองไม่ได้บ้าง เราก็ไปพบแพทย์ที่เราเชื่อถือ ศรัทธาในผลงาน ตรงกับจริตของเรา เพื่อให้ช่วยเราในจุดที่เราทำเองไม่ได้จริง ๆ แบบนี้ คุณหมอก็จะทำงานง่าย ไม่ต้องมาสอนเบสิคสุขภาพให้คนไข้อีก อะไรที่คุณติดขัดก็จะหายง่ายขึ้น เรื่องวิธีคิดการดูแลตัวเอง คุณต้องปรับเอาเอง ไม่ใช่ให้หมอปรับให้ ไม่ใช่งานเขาค่ะ ให้เขาได้ช่วยคุณอย่างตรงจุดไปเลยดีกว่า

ส่วนเรื่องการศึกษาข้อมูล เสพย์ข้อมูล บีมจะแนะนำว่า ให้คุณรู้จักตัวเองก่อนดีกว่าค่ะ ก่อนไปเสพย์ ถ้าคุณมีแก่น รู้จักตัวเอง คุณจะรู้ว่า อะไรที่มันใช่ อะไรที่ไม่ใช่ ด้วยสามัญสำนึกง่าย ๆ ของเราเอง แล้วรู้จักเลือกข้อมูลที่มีแหล่งข้อมูลที่ดี ผู้ที่ให้ความรู้นั้นมีประสบการณ์จริงในสายงานนั้น ๆ เรื่องนั้น ๆ จริง มีผลงานประจักษ์จริง ๆ ค่ะ ไม่ใช่ใครไม่รู้เขียน เพราะ ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างทำข้อมูล คือ ไปอ่านมา แล้วมารวบรวมให้อ่าน ให้คนเสพย์ มันเป็นธุรกิจข้อมูลข่าวสาร คุณต้องเข้าใจ เท่าทันค่ะ ไม่ได้บอกว่าไม่ดี ไม่ถูก แต่คุณต้องรู้จักตัวเองก่อน มีความรู้เรื่องการดูแลตัวเองที่ได้ผลแล้วระดับหนึ่งก่อน คุณก็จะรู้ว่า จะเลือกรับอะไรมาเพิ่ม หรือตัดอะไรออกนะคะ

เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องของ “ความเชื่อ” อีกรูปแบบหนึ่ง
ที่เหมือน “ศาสนา” และ “การเมือง”

เชื่อของใคร ของมัน อย่าเอามาเป็นประเด็นเถียงกัน

ยกเว้นแต่ว่า ประเด็นนั้นมันเป็นอันตรายต่อผู้คนจริง ๆ ก็ควรต้องทำให้คนรับรู้และไม่สนับสนุนแนวคิดและวิถีนั้น ๆ ค่ะ

แม้แต่สิ่งที่บีมเขียนและเผยแพร่ มันก็เป็นความเชื่อและประสบการณ์ของบีม คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ถ้าคุณได้ศึกษาเบื้องต้น เห็นว่าตรงจริต น่าสนใจ คุณก็รับมันเข้าไปใช้ดู ถ้ามันตอบโจทย์ ซึ่งคุณจะรู้ด้วยตัวเอง คุณก็ศึกษา ลงมือทำ และรับมันไปใช้มากขึ้น โดยแยกองค์ความรู้ออกจากตัวบีมในฐานะผู้เรียนรู้โลกอีกคนหนึ่งค่ะ ที่ผ่านมาก่อน เดินมาก่อน บีมถือว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าสำนักหรือกูรู แต่แค่เรียนรู้มากว่า ประสบมามากกว่า เห็นว่าทางนี้ดี อยากให้ลองดู เท่านั้นเอง ซึ่งองค์ความรู้สามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ เพราะ มีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้ ดังนั้น บีมเองก็ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา คุณ.เองก็เช่นกันค่ะ อย่าเชื่อเพราะบีมคือผู้สอน (ครู) ตามหลักกาลามสูตรเลย ต้องเชื่อเพราะคุณ “เห็น” มันเอง

และสุขภาพมันเป็นเรื่องของการ “เลือก” ตาม “ประสบการ์และการตีความ” ของใครของมัน และต้อง “รับผิดชอบ” ผลของการเลือกด้วยตัวเอง เท่านั้นเองค่ะ

เพราะกายและจิตนี้ คุณได้รับมันมา ต้องรู้จักและดูแลเองให้เป็น จึงจะอยู่ได้อย่างมีความสุข มีพลังสร้างสรรค์ชีวิตมากมาย

ขอให้คุณ “พบทางสว่าง” ของสุขภาพคุณเองในเร็ววัน

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี เริ่มที่ http://acnefree101.blog

Published by

Beam's Secret

นักเขียน ครู & โค้ชสิวโฮลิสติค และผู้ประกอบการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s