ทำไมการรักษาสิวที่รีวิวบนเน็ตส่วนใหญ่ จึงใช้ไม่ได้ผลกับคุณ ?

คุณอาจจะสงสัยว่า…
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ไปคลินิก พอไม่ไปแล้ว ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ใช้ผลิตภัณฑ์ตามที่รีวิวในอินเตอร์เน็ต ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” ใช้สมุนไพร หรือ ของสด พอก ทา ก็สิวหายได้
ทำไมบางคน “เป็นสิว” กินอาหารเสริม สมุนไพร บางตัว ก็สิวหายได้
แล้วทำไม วิธีการเหล่านั้น จึงไม่สามารถ “แก้ปัญหาสิว” ให้กับคุณได้บ้าง???
จุดแตกต่างระหว่างคุณกับคนกลุ่มนั้น มีดังนี้ค่ะ
“สิวของคุณ” มี “สาเหตุ” ที่ “ซับซ้อน” กว่า
“สิวของคุณ” มี “สาเหตุ” ที่ “ลึก” กว่า
“สิวของคุณ” เป็น “มานาน” กว่า
ตามที่บีมได้เขียนอธิบายไปแล้ว ในบทความ “เข้าใจเรื่องสิวแนวองค์รวม” http://bit.ly/2Hg3TfG
คุณจะเข้าใจได้ว่า “ก่อนจะเป็นสิว 1 เม็ด” มันเกิดมาจาก “พฤติกรรม” มากมายที่สะสมมาเรื่อย ๆ จนในที่สุด มันครบองค์ประกอบให้เกิดสิว มันก็ผุดขึ้นมาไม่หยุด เพราะ คุณได้สร้าง “บ่อ” อาหารเลี้ยงสิวขนาดใหญ่ไว้เสียแล้วในร่างกาย จะรื้อถอนบ่อนั้นได้เร็วแค่ไหน ก็อยู่ที่ “ขนาดของมัน” ยิ่งบ่อใหญ่ ไขมัน น้ำตาล พิษ ความโกรธแค้น พยาบาท คิดลบ สะสมไว้ในกายและจิตมากเพียงใด บ่อมันก็ใหญ่เท่านั้น!!!
ที่ใช้ 4 วิธีการข้างต้น แล้วหายได้ ก็เพราะ อาจจะเป็นสิวที่ “ผิวๆ” คือ ขึ้นแค่ที่ผิว แต่ภายในยังปกติดี หรือ เป็นไม่มาก การเติมสารอาหารบางตัวจากอาหารเสริมเข้าไปนิดหน่อย ล้างพิษสักเล็กน้อย ก็กำจัดต้นเหตุของสิวชุดนั้นออกไปได้แล้ว โดยที่ยังไม่ทันได้สะสมหรือทำให้เสียสมดุลมากมายนัก
เช่น บางคน ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เครียดหนัก สิวขึ้นมาก ๆๆๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่พออีก 1 เดือนถัดมา แก้ปัญหาได้ และ มีโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ทำสิ่งที่ชอบ สิวก็จะค่อย ๆ หายไป ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แม้จะเป็นเคมีหรือยา เขาก็จะใช้แค่ฆ่าเชื้อแค่เพียงไม่นาน พอเชื้อหมด สิวก็ยุบหายไป และไม่มีความเครียดสะสมต่อเนื่องมากระทุ้งซ้ำอีก เขาก็ไม่เป็นสิวอีก จนกว่าจะเครียดหนัก เสียสมดุลหนัก ๆ หรือเปลี่ยนอาชีพ แล้วทำให้ร่างกายต้องเดินผิดปกติไปจากธรรมชาติ โอกาสที่จะมีสิวขึ้นอีก ก็เป็นไปได้เช่นกัน
คุณพอจะเห็นภาพไหมคะ คือ คนที่ใช้ 4 วิธีข้างต้นแล้วหายได้แบบง่าย ๆ แม้จะเป็นยา เคมี ก็ตาม แต่เขาใช้มันกับผิวไม่นาน สิวที่เกิดขึ้น มันเป็น “ผล” เฉพาะ “เหตุการณ์ก่อนหน้า” แบบชั่วคราว ที่ร่างกายได้รับ “ความเครียด” และ ทำงานไม่ปกติ อาหารไม่ย่อย ฯลฯ แต่พอร่างกายและจิตใจเขาเป็นปกติแล้ว ธรรมชาติของร่างกายเขาจะจัดการได้เอง เพราะปกติเขาอาจจะนอนเร็วอยู่แล้ว ไม่กิน Junk Food อยู่แล้ว แค่จิตใจเครียดมากกว่าปกติ พอหายเครียด ก็ไม่มีสาเหตุภายในมากระทบอีก แค่กำจัดเชื้อสิวของรอบก่อนให้หมดไป ก็หายแล้ว
หรือบางคน แค่แพ้ครีม ไม่ได้มีสาเหตุจากภายใน แค่หยุดครีมที่แพ้ หยุดครีมมีสเตียรอยด์ แล้วใช้ตัวฆ่าเชื้อสิวที่ขายทั่วไป (แต่ผสมเคมีและยา) ซึ่งเหมือนกันนค่ะ ถ้าไม่รบกวนผิว มันจะหายได้เองอยู่แล้ว เพราะ ร่างกายเรามีพลังเยียวยาตามธรรมชาติ ถ้าเขามีพลังนี้อยู่มาก เขาก็แค่หยุดครีม ใช้น้ำเปล่าล้าง ไม่แต่งหน้า ไม่โดนแดด หรือปกป้องผิวจากแดด ความร้อน ทายาฆ่าสิวอีกหน่อย กินอาหารเสริมอีกนิด มันก็หายได้แล้ว…
พอจะเข้าใจแล้วนะคะ ว่าเขาเป็นแค่ “ผิวๆ” ซึ่งพลังงานในการเยียวยาและกำจัดพิษของตัวเขาเอง ยังมีสูง ทำให้ผิวโดยรวมไม่ร้อน ไม่อักเสบง่าย ไม่อ่อนแอ ถ้าเขาดูแลผิวให้ปราการผิวแข็งแรงกลับคืนมา และเชื้อสิวหมดไป ก็จบปัญหาสิวค่ะ
ดังนั้น ในการแก้ปัญหาสิวชนิดเรื้อรังที่ใช้วิธีที่เขาใช้กันทั่วไปไม่หาย มันต้องใช้ “วิธี” ที่ต่างไป จึงจะได้ผล ซึ่งก็คือวิธีคิด วิธีมอง วิธีทำ ตามที่บีมนำเสนอเลยค่ะ ซึ่งขอยกตัวอย่าง ก่อนจบบทความนี้ เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น ถึงวิธีการแก้ปัญหาสิวชนิดนี้
แก้ปัญหาสิวเรื้อรัง ก็เหมือน “ฟื้นฟูสภาพบ้านร้าง”
ในการแก้ปัญหาสิวชนิดเรื้อรัง ก็เหมือนการไปพบเจอ บ้านร้าง ๆ ที่ไร้คนสนใจ แต่อยู่ในตัวเมืองใหญ่ ๆ สิ่งรบกวนเยอะ ๆ แห่งหนึ่ง
เมื่อคุณไปพบ สิ่งที่คุณต้องทำ คือ ค่อย ๆ จัดการไปทีละส่วน เริ่มจาก เอาสิ่งที่เน่าเหม็นออกไปเสียให้หมดก่อน เก็บทำความสะอาดทุกซอกมุม และต้องเก็บกวาดทำความสะอาดเล็ก ๆ น้อย ๆ กันไปทุกวัน แน่นอนว่า ฝุ่น ควัน สิ่งกระทบ ที่ทำให้บ้านสกปรก มันมาทุกวัน แต่คุณมีความสามารถ มีพละกำลังที่จะเอามันออกไปได้ ยิ่งดูแลบ้านได้ดีเท่าไหร่ ระยะเวลาในการทำความสะอาดครั้งต่อไป เพื่อให้บ้านสะอาดอยู่ได้ ก็ลดลงเท่านั้น
ร่างกายที่เป็นสิว ก็เหมือน “บ้านร้าง” หลังนั้น เราอยู่กับเขาตลอดแต่ไม่รู้วิธีดูแล ปล่อยทิ้งเขาให้เน่าเสีย จนกระทั่งเขาต้องระบายออกมาให้เห็น เตือนก็แล้ว (ด้วยการป่วยลักษณะต่าง ๆ เช่น ท้องผูก ไอเรื้อรัง ภูมิแพ้ สิว ผิวแพ้ง่าย)
สิว คือ สัญญาณ ที่ร่างกายส่งมา “เตือน” ว่า “หยุดได้แล้ว” “ไม่ไหวแล้ว”
ซึ่งคุณก็ต้อง “หยุด” ทุกอย่างก่อน เพราะ คุณยังไม่รู้เลยว่า เป็นสิว “เพราะอะไร”
แล้วทำความสะอาดเขาก่อนเป็นลำดับแรก และทำความสะอาดทุกวัน ไม่กินอาหารปลอด ไม่ดื่มน้ำ ไม่ทำอะไรที่ร่างกายไม่ชอบ (เราชอบ แต่ร่างกายไม่ชอบ ทำมาทั้งชีวิตแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนให้ได้ค่ะ เอาที่ร่างกายชอบ แม้เราไม่ชอบ ต่อไปเมื่อผิวดี สุขภาพดี หุ่นดี เราจะชอบไปเอง)
แล้วค่อยๆ ซ่อมแซม ฟื้นฟู บำรุง ด้วยของดี ๆ ด้วยพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่ส่งเสริมให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ซึ่งบีมมีวิธีการเริ่มต้นให้แล้วอย่างง่าย ๆ ทำเองได้เลยที่นี่ค่ะ >>> http://acnefree101.blog

สิว คือ กลุ่มของโรคที่เกิดจากพฤติกรรม (NCDs)

จากที่บีมได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “สิว” ใน google มาสักระยะหนึ่งแล้ว พบว่า ฐานข้อมูลของประเทศไทยเรื่อง “สิว” ยังไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้ว่า “สิว” คือ กลุ่มของโรคที่เกิดจากพฤติกรรม ที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Non-Communicable disease หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

และในความเป็นจริง ก็เป็นเช่นนั้น…

จากประสบการณ์ของบีมเอง ทั้งในส่วนที่ดูแลตัวเอง และดูแลคนมีปัญหาสิว คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาสิวชนิดเรื้อรัง จะมีปัญหาในเรื่องของการ “ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ที่ก่อให้เกิดสิวได้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า เพราะอะไร แต่ก็ไม่สามารถ “เปลี่ยนแปลงตัวเองได้”

จากการสังเกตและรวบรวมสถิติทั้งหมด 8 ปี บีมพบว่า 3 พฤติกรรมหลักที่คน “เปลี่ยนได้ยาก” มีดังนี้

อันดับ 1 ยังกินอาหารแบบเดิม

กินอาหารปลอม ไม่ใช่อาหารจริง ซึ่งอาหาร มันจะกลายมาเป็น “ผิว” และถ้าอาหารไม่ย่อย ก็จะกลายเป็น “พิษตกค้าง” ถ้ากินแย่ ๆ ผิวก็แย่ ไม่มีทางจะแข็งแรงและดีขึ้นได้ ต่อจะให้ใช้ skincare ที่เคลมว่าทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ก็จะได้เฉพาะส่วนของกำแพงผิวที่จะอิ่มน้ำและป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อได้ดีขึ้น แต่ก็จะยังมีสิวขึ้นอยู่ดีจากที่ระบบภายในแย่และสกปรก

อันดับ 2 ยังนอนแบบเดิม ไม่สามารถปรับเวลานอน มานอนประมาณ 3-4 ทุ่มได้

ซึ่งเวลาทองในการ “ซ่อมร่าง” และ “แปลงร่าง” ของมนุษย์ อยู่ที่ 4 ทุ่ม – ตี 2 ข้อนี้ แพทย์ทุกแขนงเห็นพ้องต้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแพทย์ชะลอวัย จะเน้นเป็นพิเศษ ว่าให้นอนให้ได้ช่วงนี้ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิต Growth Hormone มาซ่อมร่างได้ช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆ ได้อย่างเต็มที่ เป็นฮอร์โมนซ่อมแซม ทำให้อ่อนเยาว์ ถ้าเปรียบเหมือนรถยนต์ ก็ได้รับการเช็คสภาพและซ่อมแซมฟื้นฟูกันในช่วงนี้ ซึ่งถ้าทำงานเป็นกะอยู่ และ ยังนอนหลัง 4 ทุ่ม ก็ไม่ได้รับอาวุธของธรรมชาติ ที่คืนความแข็งแรงให้กับเรา และยังทำให้ ถุงน้ำดี และ ตับร้อน ไฟพุ่งพล่าน เกิดเป็นภาวะร้อนเกินสะสมในตับและถุงน้ำดีอีก ซึ่งแพทย์แผนจีนอธิบายว่า ถ้าสองอวัยวะนี้ร้อน จะทำให้ระบบย่อยไม่ดี มีน้ำเหลืองเสีย ไขมันพิษตกค้าง ไม่ถูกระบายออก อารมณ์หงุดหงิดง่าย ผิวขาดน้ำ ประจำเดือนไม่ปกติ และทำให้ “เป็นสิว” ก็สอดคล้องกันทั้งหมด ยกมาเป็นซีรี่ย์ “ความเสื่อม”

อันดับ 3 ยังไม่ออกกำลังกาย

แม้จะรู้ว่า ออกแล้วดี แต่ไม่เห็นว่าสำคัญมากพอ หรือ ชีวิตวุ่นวายมากเกินไป จนจัดเวลาดูแลตัวเองไม่ได้
การออกกำลังกาย เหมือนเป็นการ “เร่งเครื่อง” ให้ร่างกาย “เปลี่ยนแปลง” ข้อนี้ บีมเห็นชัดตอนเล่นเวทและออกกำลังกายจริงจังอยู่ 3 เดือนช่วงก่อน มันเป็นเหมือนอะไรที่ทำให้เรา “แปลงร่างได้” เพราะ มันเพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มการหมุนเวียนเลือด เคยเห็นโฆษณาน้ำมันรถรุ่นก่อน ๆ ไหมคะ ที่พอใส่น้ำมันนี้ แล้วลูกสูบทำงานเต็มสตีมมาก ๆ ก็แบบนั้นล่ะค่ะ ตอนออกกำลังกาย ถ้าเราไม่ออกหนักจนเกินไป (ทำแบบพอดีๆ) เขาก็จะช่วยให้เซลล์ทั้งร่าง “เปลี่ยนแปลง” ของเสียถูกขับออกได้ดี อาหารใหม่ ออกซิเจน ไปได้ทั่วถึง แม้กระทั่งหลอดเลือดฝอยที่ปลายผิวหนัง ส่งผลให้การซ่อมแซม ฟื้นฟูร่างทำได้ดีขึ้น แถมเชื้อสิวก็เกลียดออกซิเจนมาก ถ้าอัดออกซิเจนเข้าไปในผิวผ่านเส้นเลือดได้เยอะ ๆ​ (ผ่านเส้นเลือด และ เส้นลมปราณ ซึ่งเส้นลมปราณส่งสารอาหารและออกซิเจนได้เร็วกว่าเลือดหลายเท่าตัว) และส่งทหารเม็ดเลือดขาวจากน้ำเหลืองมาเยอะ ๆ สารอาหารดี ๆ มากับเลือด มีหรือ ผิวจะไม่แข็งแรงขึ้น?

ปกติแล้ว ถ้าสามารถปรับ 3 ข้อนี้ได้ ก็จะหายขาดได้จริง ๆ ค่ะ และไม่กลับมาเป็นอีก

และมีคำถามอีกว่า แล้วต้องทำไปนานเท่าไหร่???

บีมถามกลับว่า “แล้วอยากกลับมาเป็นสิวอีกไหม”???

ถ้าไม่อยาก ก็ปรับเปลี่ยนตัวเอง Drive ตัวเองให้มีพฤติกรรมใหม่ที่ดีนี้ไปเลย ไม่ต้องมาร่องน้ำเดิมให้สิวขึ้นอีก น่าจะดีกว่านะคะ…

มันจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า

สุดท้ายก็อยู่ที่คุณเลือกค่ะ

จะ “เปลี่ยน” เพื่อ “ชีวิตที่ดีกว่า”

หรือจะ “อยู่ที่เดิม” แล้วมีชีวิตแบบเดิม ๆ ที่คุณไม่ชอบ แม้กระทั่ง​ “ตัวคุณเอง”

ชีวิตที่ดี ต้องเริ่มจาก “การหลงรักตัวเอง” ในทุก ๆ ด้าน

บีมขออวยพรให้คุณ ได้พบ “จุดเปลี่ยน” ของตัวเอง โดยเร็วที่สุดค่ะ

 

บีมซีเคร็ต

7 เมษายน 2561

เวลา 05.35

ปฏิวัติ “วิธีคิด” พิชิต “สิวเรื้อรัง” (แบบองค์รวม)

“สิวเรื้อรัง”

“สิวซ้ำซาก”

“ผิวแพ้ง่าย”

“ผิวระคายเคือง”

“ผิวอ่อนแอ”

เป็น “ปัญหาใหญ่” ของคนยุคนี้

และมันกำลัง “ลุกลาม” เหมือน “โรคระบาด”

ที่แพร่มาจาก “วัฒนธรรมแดกด่วน” ของประเทศพี่ใหญ่ คือ อเมริกา

เข้าสู่ประเทศในแถบเอเชีย และไม่พ้นบ้านเรา…

ลุกลามจาก “เมืองใหญ่” สู่ “ต่างจังหวัด” ขึ้นเรื่อย ๆ

ตามวัฒนธรรมการกินอยู่ที่ผิดธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ

บีมอยู่พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ มาตั้งแต่เล็กจนถึงชั้น ม.6

และกลับมาอยู่เชียงรายอีกครั้งตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2561)

แต่ก่อน สาวพะเยา – เชียงราย จะหน้าใสแบบธรรมชาติมาก ๆ

แต่เดี๋ยวนี้ วัฒนธรรมแต่งหน้าสไตล์ญี่ปุ่น เกาหลี แป้งโบ๊ะหนา

ภาพยนตร์ สื่อเฟสบุ๊ค เฟสขายครีม เว็บขายครีม สื่อทีวี ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ

เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเด็กวัยรุ่นและคนทำงานที่นี่…

หลายคนไปเรียน กทม. และเชียงใหม่ กลับมาเชียงราย

ก็เอาวัฒนธรรมเหล่านี้ มาสู่ที่นี่ด้วย

และยังมีร้านอาหารกลุ่ม “แดกด่วน” ไขมัน น้ำตาลสูง

ที่เห็นคนเข้าไม่หยุดหย่อน เสมือนเป็นเทรนด์ว่า

ถ้าไม่เข้า ก็จัดว่า “เชยมาก”

…นั่นไม่ผิด แต่ ทำให้คนเชียงราย

ที่เคยหน้าใส สิวขึ้นเพิ่มเป็นสัดส่วนเยอะมาก ๆ

จากเมื่อก่อน เดินผ่าน 10 คน จะเจอ 1 คน

เดี๋ยว เดินผ่าน 10 คน จะเจอคนที่มีปัญหา 5 ข้อด้านบน

รวมกันทุกข้อ ไม่ก็ข้อใดข้อหนึ่งอยู่มากกว่า 5 คนแน่นอน

เขียนร่ายซะยาว…

เพียงเพื่อให้เข้าใจว่า

“สิวเรื้อรัง” คือ โรคระบาดทางวัฒนธรรมในการกินอยู่

ที่ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ไม่ได้ต้องการ

แต่คนยุคนี้ ด้วยความไม่รู้ กลับ “ยัด ยัด ยัด”

อะไรต่อมิอะไรไม่รู้ เข้าไปให้เขา

แล้วไง…พอขึ้นมาเป็น “สิว” ก็ยังไม่รู้

ว่านั่นคือ สัญญาณเตือนภัย ว่าต้อง “หยุด” ได้แล้ว!!!

พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ

ว่า “สิวเรื้อรัง” มันมีที่มาแบบนี้

ซึ่งมีภาวะนี้กันลามไปทั่วโลกแล้ว

สาวจีนที่ว่าผิวดี

ถ้าไปเลียนแบบการกิน “แดกด่วน”

ก็คง “หนีไม่พ้น” ชะตากรรมเดียวกับสาวชาติอื่น

คนไม่เป็นสิว ก็ปล่อยไป ไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ

เพราะ ร่างกายคนไม่เป็นสิว ใช่ว่าวันหนึ่งจะเป็นไม่ได้

ถ้า “ยัดไม่หยุด” ขนาดนั้น

ต่อให้ไม่เป็นสิว ก็ต้อง มีพุง มีกลิ่นตัว มีเซลลูไลท์

ยกเว้น มียีนส์ดีจริง ๆ ที่ทำบุญมาไว้ดี

ที่ยังกันสิวในชาตินี้ได้ แต่ถ้ายังกินและฝืนธรรมชาติไปแบบนี้

มันจะต้องมีสักชาติที่เป็นสิวแน่นอน…

ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องของเรา…ไม่ต้องสนใจ ให้เขาจัดการตัวเอง

เรา “สนใจ​” เรื่อง “ของเรา” ก็พอ…

ผู้ที่มีปัญหาสิวประเภทนี้

จึงสมควรที่จะหยุดดู “รีวิว” และ “เลิก” ใช้ของ “ตามรีวิว” เสียที

เพราะสิ่งที่เขารีวิวส่วนใหญ่ มันไม่ได้เหมาะกับผิวของคุณ

ซึ่งมีปัจจัยจากตับ ลำไส้ เลือด น้ำเหลือง เพิ่มเติม

คุณจะเป็นกลุ่มที่ “ใช้อะไรก็ไม่หาย” …

ต่อให้อาหารเสริม ครีม ยา เทพขนาดไหน

พอไม่ใช้แล้ว ก็กลับมาเป็นอยู่ดี

และอาจหนักกว่าเดิม

เพราะตอนสิวหายจากการใช้และกินพวกนี้

คุณก็บุกหนัก ยัด ยัด ยัด หนัก ๆๆๆๆ

ก็สั่งสม “เหตุ” แท้จริงของสิวเพิ่มไป

สุดท้าย ก็โทษว่า “ใช้อะไร สิวก็ไม่เห็นจะหายเลย”!!!

อ้าว…

ก็สาเหตุคือ “วิธีคิด” “วิธีเข้าใจ” “วิธีมอง” ปัญหาสิวของคุณ ต่างหาก…

พอคุณ “เข้าใจมันไม่ถูก” วิธีทำ “มันก็ไม่ถูก”

แล้ว “สิวจะหายได้อย่างไร”???

แก้ปัญหา 5 ข้อข้างต้น

เร่ิมต้นที่ “หยุด”

แล้ว “ทบทวน” มุมมองของตัวเองต่อ “ปัญหาสิว” ใหม่

ว่า “มันตรงหรือยัง” กับ “ธรรมชาติของมัน”

แล้วเริ่มแก้ที่ “วิธีคิด” + “วิธีทำ”

ทำซ้ำต่อเนื่อง อย่างมีเป้าหมาย

ว่าจะสิวหาย “เพื่ออะไร”???

บอกเลย ว่ารื้อถอนพฤติกรรมและกิเลส

ที่ทำให้เป็นสิวมาขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ไม่เกินวิสัยมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้!

ถ้าคุณยังดูถูก และ ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้

ลองดูคลิปนี้…

คุณคิดว่า…

ความสำเร็จที่เห็น “ได้มาง่าย” รึเปล่า?

รักษาสิวให้หายขาด

ก็ “ท้าทาย” ไม่แตกต่างจากการเล่น Extreme ที่คุณเห็นสักเท่าไหร่

คนที่หายขาด กับ ไม่หายขาด

ไม่ได้ต่างกันที่ใครฉลาดหรือรู้มากน้อยกว่ากัน

แต่สำคัญที่ Passion และ เหตุผลที่จะต้อง “หายขาด”

If there is a will, there will be a way!

ถ้ามีใจจะไปถึง มันจะมีทางปรากฏ!

เหตุผลของคุณคืออะไร?

ให้มัน “ใหญ่พอ” ที่จะเอาชนะ “ความเคยชิน” กับ “ผลลัพธ์” เดิม ๆ ของคุณได้

คนที่ลงมือทำมาก เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมาก คำถามและการบ่นจะน้อย

คนที่ลงมือทำน้อย เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองน้อย คำถามและการบ่นจะมาก

คนสำเร็จ จะมีเพียง 20%

คนไม่สำเร็จ จะมี 80%

และคุณนั้น “คือคนเลือก”!!!

หน้าใส ผิวดี หุ่นดี

ไม่ใช่ “ความบังเอิญ”

แต่คือ “การเลือกที่จะเป็น” แล้ว “ลงมือทำ” จนเห็นผลลัพธ์

ด้วยรัก

#บีมซีเคร็ต2017

เข้าใจเรื่อง “สิว” แนวองค์รวม (holistic)

หลาย ๆ คน คงจะได้ยินคำว่า “องค์รวม” หรือ holistic (โฮลิสติค) เพิ่มขึ้น

ซึ่งในบทความนี้ บีมจะขยายความให้เข้าใจว่า “องค์รวม” คืออะไร

แล้วมันเกี่ยวกับ “สิว” อย่างไร?

ซึ่งนี่คือ “หัวใจหลัก” ของแนวทางที่บีมนำเสนอให้กับทุกคน

holistic มาจาก wholistic

whole แปลว่า ทั้งหมด ทั้งมวล โดยรวม อย่างแยกไม่ออก

นั่นหมายถึงว่า ปัญหา “สิว” ตามวิธีการมองแบบของบีมนั้น

คือการมองว่า “สิว” ไม่ใช่ “เม็ดสิว” โดด ๆ ที่ไม่มีที่มาที่ไป…

แต่มันมี “เหตุ” มาก่อน

“สิว” คือ “ผล”

holistic หรือ องค์รวม

คือ การเปลี่ยน “มุมมอง” สิว

กลับจาก “หนึ่งจุด”

เป็นการมองแบบ “วงกลม” ล้อม “หนึ่งจุด”

โดยก่อนที่จะมาเป็นสิว 1 จุด

เราสะสม “เหตุ” มากมาย

ทั้งจากภายนอก และ ภายใน

ทำซ้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

จนเส้นวงกลมนั้น หนาแน่น ๆ ๆ ๆ ๆ

ในที่สุด มันก็เข้มข้น จนเห็นเป็น “จุดสิว” ขึ้นมา

นั่นแหละ เรียกว่า การมองสิวแบบ Holistic

ดังนั้น การแก้ปัญหา

เราก็ต้องใช้ “วิธีมอง” แบบนี้

คือ ไม่ใช่โฟกัสที่ “เม็ดสิว”

แต่ให้ “รื้อถอน” เหตุของมัน

เหตุสะสม ก่อนจะมาเป็น “สิว”

ออกให้สิ้นซาก

เมื่อวงกลมหนาแน่นนั้นถูกลบไป

สิวก็ “หายไป” ได้อย่างถาวร…

สิวองค์รวม

ถ้าเข้าใจหลักการของมัน

ก็จะแก้ง่ายมาก

แค่ “รื้อถอน” พฤติกรรมก่อสิวที่เคยทำมาซ้ำ ๆ ออกให้หมด

ที่คนธรรมดาสามัญ ที่ไม่ได้เรียนจบหมอ ก็สามารถแก้ปัญหาเองได้

และท้ายที่สุดแล้ว เรานี่แหละ ที่รู้จัก “ตัวเอง” ดีที่สุด

แค่ “หยุด” วิ่งแสวงหา

แค่​ “หยุด” ตั้งคำถามว่า “ทำไมจึงเกิดกับเรา”

แค่ “หยุด” โทษสิ่งอื่น กรรม ชะตา ฟ้า ดิน

แล้ว “หันหน้า” เข้าหามัน

“ยอมรับ” สถานะปัจจุบันของเราอย่างเข้าใจ

ว่า “ผล” นี้เกิดจาก “เหตุ”

ส่วน “เหตุ” ที่ก่อสิว มีอะไรบ้างนั้น

ไว้ติดตามในบทความต่อไป…