รีวิวผิวหน้าครูบีม & สิ่งที่ครูได้เรียนรู้เพิ่มเติมในปี 2560 (จากการทดลองหลายอย่างกับตัวเอง)

บทความนี้อาจยาว ลายตา แต่ต้องอ่านให้จบแล้วค่อยเอาไปคิดต่อ

ปลายปี 2559 เป็นช่วงที่ครูตัดสินใจว่า “จะหาทางรักษาแผลและผิวผิดปกติด้านข้างทั้งสอง” ให้หายให้มากที่สุด ให้เท่ากับผิว “ด้านหน้า” เพื่อให้ผิว ได้เป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับคนที่เดินตามมาทุกคน ได้เกิดความเชื่อและพลังให้กับตัวพวกเขาเองว่า มันเป็นไปได้!

ซึ่งครูเลือกวิธีใช้ “เซรั่มลูมิเนส” ในการ “ซ่อมผิว” เพราะ ครูรู้ว่ามันทำให้ผิวครูเปลี่ยนทุกครั้งที่ใช้ แต่ในแต่ละครั้งที่ใช้ ก็ต้องทำใจยอมรับกับ “สิว” ที่อาจดันตัวขึ้นมา และผดเม็ดเล็ก ๆ ที่คล้ายจะเป็นสิวเสี้ยนและอุดตัน บริเวณผิวที่มีปัญหา ในขณะที่ผิวด้านล่างมันซ่อมแซมและดันเซลล์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งครูได้ใช้โอกาสนั้น ทดลองหลาย ๆ สูตร เพื่อช่วยให้ทุกคนที่รายได้น้อย ที่ใช้ลูมิเนสแบบเต็มสตีมไม่ได้ สามารถใช้เซรั่มกับตัวอื่น ๆ ที่งบประมาณน้อยลงมาได้

ซึ่งการที่ครูจะต้องทดลอง “สูตร” ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ประกอบกับการทำงานมาก แบกรับความเครียดมากในช่วงปี 2560 จากหลายทิศทางเกือบตลอดปี ทำให้สุขภาพภายในทรง ๆ ส่งผลให้สุขภาพผิวก็ไม่แข็งแรงเท่าใดนัก แต่ก็อาศัยว่า รู้หลักดูแลตัวเองแนวธรรมชาติ ก็สามารถรักษาพลังที่ดีเอาไว้ได้ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า มันก็ต้องแสดงออกทางผิว กว่าที่ครูจะปรับเข็มชีวิตให้ดีขึ้นได้ ก็เป็นช่วงสิ้นปี ที่เริ่มตัดสินใจจริงจังกับการออกกำลังกายนั่นเอง และเป็นช่วงจังหวะที่ได้อ่านหนังสือ “ล้างพิษตับ” คุณหมอบรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ทำให้ครูเข้าใจสาเหตุของสิวและผิวตัวเองเพิ่มขึ้นชัดเจนว่า ต้องเป็น “นิ่วในตับและถุงน้ำดี” ด้วยแน่นอน ซึ่งทำให้ครูกลับมาล้างตับรอบที่ 9 หรือ 10 นี่แหละค่ะ และส่งผลให้สุขภาพและผิวดีขึ้นอีกสเต็ปหนึ่งจริง ๆ

ดังนั้น ครูขอสรุปจากการทดลองและเรียนรู้ของครูเกี่ยวกับร่างกายและผิวในปี 2560 ดังนี้

สภาวการณ์ของชีวิตที่ส่งผลต่อผิวและสุขภาพ

  • ต้องรับผิดชอบต่อภาระหนี้สินจากธุรกิจเดิมเป็นตัวเลขที่สูง มีความเครียดกระทบต่อเนื่อง แต่อาศัยว่าฝึกฝนจิต นั่งสมาธิ ดูแลสุขภาพ อาหาร และปรับสมดุลอยู่เสมอ ๆ จึงสามารถอยู่มาได้ดีระดับหนึ่ง มีพละกำลังในการดำเนินชีวิตต่อ
  • 9 เดือนของปี 2560 ไม่ออกกำลังกายจริงจัง มีเล่นโยคะเองบ้าง แต่การไม่ออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันหรือสัปดาห์ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควรจะเป็น

ข้อจำกัดในการดูแลผิว

  • สืบเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ครูจึงจัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่ไปที่ส่วนที่สำคัญของชีวิตก่อน สำหรับการดูแลตัวเอง จะเลือกใช้ในสิ่งที่จำเป็นและสำคัญก่อนเท่านั้น และไม่สามารถเดินทางไปทำเลเซอร์ที่กรุงเทพฯ ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ตามที่ได้รับคำแนะนำมาได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงทั้งการเดินทางและการรักษา จึงพยายามดูแลผิวเท่าที่ตัวเองมีทรัพยากรที่จะสามารถทำได้
  • จะต้องหาสูตรในการใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ที่มีรายได้น้อย ที่ไม่สามารถใช้ลูมิเนส กับ ชุดครีมรังนกได้ ซึ่งครูจะต้องทดลองหลาย ๆ สูตรการใช้ เพื่อให้พบสูตรที่ช่วยกลุ่มนี้ได้ ดังนั้น ผิวครูจึงไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องสำหรับสูตรที่จะทำให้ผิวตัวเองดีขึ้น
  • เมื่อต้องทดลอง ครูจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทีละตัว เพื่อเรียนรู้การทำงานของมันต่อผิว ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 7-14 วันในการเรียนรู้ ทำให้การบำบัดผิวของครูเอง ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น บางช่วงก็ยิ่งทำให้ผิวตรงแก้มที่ยังไม่เป็นปกตินัก แย่ลง เมื่อสูตรนั้น ๆ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวไม่เพียงพอ

ความท้าทายด้านสุขภาพ

  • ต้องพยายาม balance เรื่องงาน เงิน สุขภาพ ผิว ครอบครัว ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งด้วยภาวะที่เจอ ค่อนข้างกดดันสูงมาก ประกอบกับความรู้สึกว่า “ได้รับการคาดหวัง” ว่าผิวของเราจะต้องใสทุกมุมมอง เวลาที่จะต้องพบเจอกันตัวจริง ก็ “กดดัน” แต่ภายหลังก็ทำความเข้าใจกับมันได้เพิ่มขึ้น และไม่รู้สึกทุกข์เรื่องนี้อีก เพราะ ครูเข้าใจว่า ตัวเองกำลังเป็นและทำอะไร และจะทำอย่างไรให้หายได้ ซึ่งมันต้องใช้ทั้งเงิน และ เวลา ซึ่งถ้าไม่นับเรื่องความคิดและความคาดหวังจากคนที่ติดตามหรือดูอยู่ ครูก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
  • ตั้งสมมติฐานว่า ตัวเองมีภาวะ “นิ่วในตับและถุงน้ำดี” เพราะได้สร้างเหตุและเห็นผลตามหนังสือคุณหมอบรรจบเขียนเอาไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกครั้งที่ “ล้างพิษ”หรือกินกลุ่มอาหาร อาหารเสริม สมุนไพร ที่ล้างไขมัน จะต้องมีสิวขับออกมาเสมอ ๆ ตามแนวเส้นถุงน้ำดี และแนวกราม ที่เห็นชัดเจนทุกครั้ง ซึ่งเมื่อได้ล้างพิษตับด้วยชุดล้างตับคุณหมอลำดวนไปแล้ว ก็พบว่า อาการหลายอย่างหายไปจริง ๆ แต่การล้างพิษทุกรอบ จะต้องไม่มีการเดินทางไปไหน และค่อนข้างต้องมีเวลาดูแลตัวเองดี พักผ่อนดี ครูจึงมีข้อจำกัดในส่วนนี้ ที่ไม่สามารถทำต่อเนื่องกันได้ทุก 45 วันตามที่แพลนเอาไว้ แต่ก็พยายามจัดสรรชีวิตให้มีประมาณ 10 วันที่จะได้ล้างพิษตับด้วยชุดของคุณหมอจนกว่านิ่วจะหายไปทั้งหมด ถึงเวลานั้น สิวก็จะหายไปทั้งหมดเอง เพราะส่วนอื่นครูดูแลดีหมดแล้ว

สิ่งที่ครูได้เรียนรู้ทั้งหมดในปี 2560

  • นิ่วในตับและถุงน้ำดี เป็นสาเหตุหลักของ “สิวเรื้อรัง” ถ้ากำจัดมันออกได้หมด โอกาสหายขาดย่อมมี
  • การกินตัวล้างพิษ แล้วมีสิวขับพิษออกมา เพราะ เวลาล้างพิษ พิษจากตับจะพยายามออกมาจากตับ แต่เพราะถูกนิ่วขวางเส้นทางระบายเอาไว้ เมื่อออกไม่ได้ ก็ดันมาขึ้นที่ผิวหนังแทน (ช่องทางระบายไขมันตามปกติคือ ถุงน้ำดี ถูกอุดกั้น จึงต้องมาระบายที่ผิวหนังแทน)
  • การที่ล้างลำไส้สะอาดแล้วยังมีกลิ่นตัว แสดงว่า ยังมีของเสีย ไขมันเสีย พิษตกค้าง คั่งค้างในตับอยู่ ซึ่งทุกครั้งที่เหงื่อออก หรือล้างพิษ ก็จะมีกลิ่นตัวออกมาด้วย แต่ถ้าไม่มีนิ่วแล้ว กลิ่นจะหายไปทั้งหมด
  • คนที่เป็นสิว เพราะ คาดว่ามีนิ่วในตับและถุงน้ำดี ถ้ายิ่งกินของย่อยยาก ๆ เช่น เนื้อสัตว์ (ยกเว้นปลา) เส้นพาสต้าหรือข้าวที่มีกลูเตน (กาวในพืช) กินของมัน (ซึ่งร่างกายหลั่งน้ำย่อยไขมันไม่ได้ดี เพราะ นิ่วอุดกั้น) ก็จะยิ่งทำให้เป็นสิวหนักขึ้น ถ้ายังฝืนกินต่อไป ต้องปรับมากินอาหารย่อยง่ายและไม่ผ่านการแปรรูปทั้งหมด จึงจะทำให้สิวเบาบางลงได้ แต่จะไม่หายจนกว่าจะได้ล้างนิ่วออกไปทั้งหมด
  • นอกจากนิ่วที่เป็นสาเหตุของสิวแล้ว เรายังต้องปรับสมดุลพลังงาน โดยเริ่มต้นที่ “จิตใจ” และ “ความคิด” โดยจะส่งผลต่ออารมณ์ในภาพรวม ซึ่งอารมณ์ กับ จิตใต้สำนึก เป็นซอฟท์แวร์ที่ควบคุมต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมน ระบบย่อยอาหาร ยีนส์ ฯลฯ ซึ่งมีทางเดียวในการควบคุมให้ระบบเหล่านี้ทำงานเป็นปกติ คือ การดูแลรักษาจิตให้เป็นปกติ มีสติต่อสิ่งกระทบ ก็จะช่วยให้ระดับพลังงานคงที่ ไม่เหวี่ยง ให้เราสามารถคุมทิศทางของการกระทำของเราไปยังผลลัพธ์ที่ต้องการได้จริง
  • การเพิ่มกล้ามเนื้อ ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ Whey Protein แม้แต่น้อย เพียงแค่การกินอาหารให้ครบหมู่ หลากหลาย เน้นโปรตีนจากพืช กินอาหารที่เราย่อยได้ กินตามจังหวะและความต้องการของร่างกาย ประกอบกับการเล่นเวทและออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ก็จะมีกล้ามเนื้อขึ้นมาได้เช่นกัน และสิวก็ไม่ขึ้นด้วย นมวัวยิ่งไม่จำเป็นเลย และยิ่งทำให้สิวขึ้น ซึ่งครูพบว่า แนวทางที่สร้างกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ ทำมาเพื่อคนไม่มีปัญหาสิว ถ้าเราเป็นสิว ยังไม่หาย ก็ต้องปรับสูตรอะไรกันบ้าง ไม่ใช่เอามาทำ 100% เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังสามารถมีไขมันสะสมเพิ่มได้ด้วยจากการย่อยไม่หมด! (มันเกิดจริงกับครูมาแล้ว) สำหรับผู้สนใจ ดูคลิปตกผลึกเรื่องนี้ได้ที่นี่ค่ะ > เผย 5 เคล็ดลับ เพิ่มกล้ามไม่เพิ่มสิว สรุปผลึกครูบีมปี 2560
  • การที่จะรักษารอยแผลสิวเก่า เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและความอดทน ต้องหมั่นสังเกตว่าอะไรที่ทำให้ผิวดีขึ้นหรือแย่ลงเสมอ ๆ ถามว่า หายได้ไหม มันก็ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ แต่การซ่อมของที่พังไปแล้ว อย่างไรก็ต้องใช้เวลา ยิ่งเสียลึก เวลาผลัดสร้างเซลล์ใหม่ ก็ต้องทำใจ ว่ามันก็จะมีภาวะไม่พึงประสงค์ได้ แต่ถ้าพอใจแล้ว ไม่อยากซ่อมอะไรแล้ว ก็แค่บำรุงเท่านั้นค่ะ ถามว่า แผลยังอยู่ไหม ก็อาจจะยังอยู่ แต่ถ้าไม่ไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ มันก็จะไม่แห้ง ไม่ผด ถ้า happy แล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก อยู่ที่เราเลือกเลยค่ะ หรือ ก็เลือกปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ ไม่ใช่ไปไหนก็ได้ ให้ใครทำก็ได้ “ต้องเลือก” อย่างดีที่สุดเลย เพราะ ถ้าทำไม่ดี โอกาสผิวพังมีแน่นอน…
  • สำหรับครูแล้ว ครูรู้จักวิธีปรับสมดุลผิว ครูจึงไม่เคยเครียดเวลาผิวอยู่ระหว่างการซ่อมแซม แต่ครูเป็นห่วงหลาย ๆ คน ที่ถ้าไม่เรียนรู้ให้เข้าใจ ไม่สังเกตตัวเอง ไม่บันทึก แล้วทำไปเลย พอมีปัญหา ก็จะรู้สึกนอยด์ จิตตก เป็นวงจรไปแบบนี้ ซึ่งถ้าหากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ครูแนะนำว่า คุณเลือกพบหมอที่คุณไว้ใจให้คุณหมอดูแลจะดีกว่าค่ะ เพราะแนวทางของครู จะเหมาะกับการดูแลตัวเองแบบพื้นฐานเพื่อให้คุณดูแลเรื่องสิวด้วยตัวเองได้ทุกเรื่อง และเหมาะกับคนที่สังเกตตัวเองเป็นมากกว่าค่ะ
  • การใช้ตัวที่เกี่ยวกับผลัดเซลล์ รักษารอย สร้างเซลล์ใหม่ทั้งหลาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง บำรุง ให้มาก ทั้งน้ำและน้ำมันในผิวอย่าให้ขาด ไม่อย่างนั้น จะระคายเคืองผิว เป็นผด เป็นอุดตันเพิ่มได้ จากอาการผิวผลัดเซลล์
  • อย่าใช้เซรั่มลูมิเนสเพียว ๆ ถ้าไม่มีตัวบำรุงที่เข้มข้นพอ เพราะ มันกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ได้เร็วมาก ครูเคยทดลองเอามารักษาแผลจากมีดบาดที่นิ้ว แล้วพบว่า ช่วงที่มันสร้างเนื้อ ผิวที่นิ้วที่ทาเซรั่มนั้นแห้งด้านมาก แต่พอแผลหาย ก็พบว่า หายไปเลย ไม่ทิ้งรอยอะไรไว้แม้แต่นิดเดียว และต้องทาบำรุงอยู่นานเกือบเดือนกว่าจะเข้าสู่โหมดผิวปกติ ผิวหน้าที่บอบบางกว่านั้น ก็ย่อมต้องใช้เวลาเช่นกัน จะเอาเร็ว ๆ ดั่งใจ เป็นไปไม่ได้
  • ตอนที่เราใช้เซรั่มลูมิเนส ที่มีอุดตันขึ้นมา มันจะค้างอยู่แบบนั้น ถ้าไม่เอาออก ซึ่งครูไม่ได้ไปกดสิวเลย และเข้าใจว่า ผิวคงจะเรียบเนียนไปกว่านั้นไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่หมดหวัง พอดีว่า Priscilla Scrub ออกมาแล้ว พอใช้ขัด ๆ เซลล์ตายที่อุดตันอยู่ตรงโซนผิวที่มีปัญหา มันก็เรียบเนียนขึ้นมาก ๆ และยิ่งได้ใช้ Scrubber ขูดเอาผิวตายและไขมันอุดตันที่หัวเปิดและฝังมานานเอาออกไปได้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ครูรู้สึกได้ว่า มีความหวังจริง ๆ เพราะ ผิวตรงแก้มเรียบเนียนขึ้นอีกเยอะมาก ซึ่งถ้าจะให้กดออกทีละเม็ด ๆ หน้าคงจะบวมฉึ่งมาก ๆ และมีโอกาสอักเสบ แต่นี่…ครูเอาออกได้ง่ายมาก และไม่เสี่ยงต่อผิวอักเสบเลย แค่หน้าแดง ๆ เพราะเลือดลมมันหมุนเวียนมาตรงที่เราใช้เครื่อง หลังจากนั้น 1-2 วัน บำรุงตามปกติ มันก็ดีขึ้น และรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อใช้ไป 4 ครั้ง

พาร์ทโชว์รูป

ครูคิดอยู่นานว่า…

จะเผยแพร่ภาพที่เคยถ่ายเก็บไว้ดีไหม?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวด้านข้างของใบหน้า

แต่คิดพิจารณาเป็นอย่างดีแล้ว

ครูคิดว่า มันจะเป็นประโยชน์และอุทาหรณ์เตือนใจคนใหม่ ๆ ได้ดี

ว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ…

ก็ขอพลีหน้า พลีชีพ ไปให้สุด ๆ ค่ะ

ให้ดูชัด ๆ และครูจะได้ไม่ต้องอธิบายเวลาเจอกัน

ว่าผิวด้านข้างครูเป็นอะไร

เพราะครูเจอมาแล้ว คนที่เจอครั้งแรก

แล้วจะมองผิวก่อนเลย บางทีเขาอยากถาม แต่ไม่กล้า

ครูก็เปิดเผยให้ทราบด้วยตัวครูเองตรงนี้เลยนะคะ

มาดูรูปประกอบคำอธิบายกันค่ะ

(ครูไม่ได้เรียงลำดับวันที่ เพราะรูปเยอะมากและเกิดปัญหาเรื่องวันที่ของภาพระหว่างถ่ายโอนข้อมูล แต่จะให้เห็นสภาพผิวในภาพรวมเพื่อทำความเข้าใจได้ดีขึ้น)

collage-beam-face-2016-2017-f-text
ผิวด้านหน้า เป็นผิวที่ไม่เคยโดนเลเซอร์แม้แต่นิดเดียว บริเวณที่บอบบางคือ ปีกข้างจมูกเท่านั้นค่ะ เมื่อก่อนจะเป็นรอบปากด้วย แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นแล้ว ผิวด้านหน้าถือว่า success ไปนานแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว จะมีก็แค่ช่วงเสียสมดุลชีวิตบ้าง เดินทางบ้าง เท่านั้นเองค่ะ
collage-beam-face-2016-2017-right-text
ผิวด้านขวา เป็นโซนเสียหายหนักมานานแล้ว มาก่อน โดนมาสารพัด ที่หนักสุดและครูเข้าใจว่าทำให้ผิวแย่ลงมากมี 3 เหตุการคือ 1)การที่ผิวแพ้และไปถูกขัดผิวจากคลินิกเพิ่มจนเนื้อเละและอักเสบหนักเมื่ออายุ 19 ปี 2) การใช้ยา BP ที่ผิดวิธีตามสูตรของเว็บเมืองนอกเว็บหนึ่ง 3)การทำเลเซอร์ Fraxel แบบไม่ถูกวิธีจากคลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เป็นที่มาของโครงสร้างผิวเสียหายหนักในส่วนนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งผิวด้านหน้าจะไม่เจออะไรเท่านี้ จึงฟื้นฟูเป็นปกติได้เร็วกว่ามาก ส่วนแนวเหนือกราม กราม ใต้กราม จะเป็นเรื่องความเครียด และ อาหาร ที่ครูได้ทำการทดลองมาหลาย ๆ แบบ แล้วพบว่า ถ้ากินอาหารที่ย่อยไม่ได้ เช่น เนื้อสัตว์ กลูเตน และไขมันทรานส์ จะเป็นแนวนี้หนักเบาตามปริมาณเท่าที่เรากินเข้าไป
collage-beam-face-2016-2017-left-text
ด้านซ้าย เป็นเรื่องราวเดียวกับด้านขวาค่ะ แต่ปกติแล้ว ซ้ายจะเป็นมากกว่า เพราะ ผิวเสียมากกว่าในระดับลึก และย้ำอีกครั้งว่า ทุกครั้งที่มีสิว เป็นเพราะ ทดลองเรื่องอาหาร มีการล้างพิษระดับลึก และ การใช้ตัวสร้างเซลล์ใหม่ เท่านั้นค่ะ โดยครูรู้ที่มาที่ไปเป็นอย่างดี และแก้ปัญหาได้ผ่านทุกรอบค่ะ

ด้านล่างนี้ เป็นภาพล่าสุด ที่ถ่ายเมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม 2561 ซึ่งครูรู้สึกไม่สบายผิวอยู่บ้าง หลังจากที่ใช้ Young Ae เพื่อลดรอยสิวไป 2 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่ตัวครีมไม่ดี มันดีมากค่ะ ลูกค้าหลายคนที่ผิวแตกต่างจากครู ก็ใช้เห็นผลดีในหลายทาง แต่ผิวครูส่วนที่ยังคงมีปัญหา มันจะปะทุขึ้นและเป็นผด ๆ อย่างที่บอกไว้แล้ว ครูจึงเลือกหยุดใช้ก่อน และหลังจากปรึกษาคุณหมอผิวหนังท่าหนึ่งในคืนวันเดียวกัน ครูก็ตัดสินใจที่จะหยุดการผลัดเซลล์ทุกประเภทไปก่อน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการทำเลเซอร์กับคุณหมอท่านนี้ค่ะ (ท่านเป็นญาติรุ่นพี่ของครูเอง ที่ครูทราบดีว่าพี่เขาเป็นคนเก่ง ทั้งเรียนเก่งมาก และ ดูแลเคสผิวมาเยอะมาก แต่ที่ครูยังไม่เคยปรึกษาท่าน เพราะ อยากลองทำด้วยตัวเองก่อนค่ะ)

ปีนี้หลัก ๆ แล้ว ในส่วนที่ดูแลตัวเอง ครูจะใช้มาส์กโคลนเพื่อซับเอาไขมันในรูขุมขนออก ใช้ Priscilla Scrub และ Scrubber ร่วมกับกลุ่มตัวบำรุงเท่านั้นในการดูแลผิว โดยยังไม่ทาตัวผลัดเซลล์ผิว เช่น เซรั่มลูมิเนสและ Young Ae เพิ่มเติมค่ะ และจะนัดวันที่เข้าไปรับการทำเลเซอร์จากคุณหมอท่านนี้ที่เชียงใหม่ตามวันและเวลานัด โดยที่ยังใช้ครีมของตัวเองค่ะ

คลิปด้านล่างนี้ ครูอัดหลังจากที่ใช้ยองเอเพื่อรักษารอยไป 2 วัน และรู้สึกว่าผิวค่อนข้างแห้งและขาดน้ำ ที่ทุกคนเห็นแดง ๆ คือ จะเป็นผลจากการที่ผิวผลัดเซลล์และระคายเคืองนิดหน่อยนะคะ มันไม่ใช่อาการแพ้ แต่เพราะมันแห้งค่ะ ทางแก้ก็คือ แค่หยุดใช้และเพิ่มการบำรุงที่ล้ำลึกหน่อย ก็กลับสู่สภาพเดิมได้แล้ว ตามรูปที่อยู่ใต้คลิปเลย อัพเดทล่าสุดแล้วค่ะ

collage-beam-face-110318

IMG_1786IMG_1790IMG_1791

โดยสรุป…

ผิวตรงแก้ม ลงมาถึงกราม และหน้าคอ มีปัญหาโครงสร้างผิวเสียหายสะสมมานาน ทุกครั้งที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ จะมีความแห้ง สิวอุดตัน สิวอักเสบ ขึ้นได้ โดยไม่เกี่ยวกับอาหาร

ผิวตรงหน้าหู กราม เป็นปัญหาของนิ่วในตับและถุงน้ำดี ที่ยังหลงเหลือ เวลาที่กินอะไรที่ย่อยยาก กินล้างพิษระดับลึก ล้างไขมัน พักผ่อนน้อย เครียด กดดัน ก็จะมีสิวขึ้นบริเวณนี้เสมอ

แต่ทุกอย่างดีขึ้นเร็ว เมื่อมาเจอกับ ไฟโบรติค สมุนไพรปราชญาสูตรสิว ยาน้ำสมุนไพรปรับธาตุ ที่ช่วยให้ภายในเข้าสู่สมดุลเร็วขึ้นมาก โดยไม่มีสิวขับพิษขึ้นมากหรือนานไป ไม่เกิน 5 วันก็ยุบแล้ว (สำหรับครู) และผิวดีขึ้นมาก ๆ หลังได้ใช้ Skin Scrubber กับ Priscilla Scrub ร่วมกับ Routine ที่ทำอยู่แล้ว

วิธีแก้ที่ครูจะใช้ คือ

  1. โครงสร้างผิวเสีย > เน้นดูแลผิวอิ่มน้ำ + ทำเลเซอร์กับคุณหมอ ในปี 2561
  2. ล้างนิ่วในตับและถุงน้ำดีด้วยชุดล้างตับคุณหมอลำดวนอีกประมาณ 2 ครั้งในปีนี้ (ห่างกันครั้งละ 2-3 เดือน เท่าที่สถานการณ์ชีวิตจะอำนวยได้)
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำและเล่นโยคะเพิ่ม
  4. ดูแลทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ทานไฟโบรติค สมุนไพรปราชญาสูตรสิว ยาน้ำสมุนไพรปรับธาตุหมอภัทร จนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติ

และ…หลังจากที่ครูได้พยายามด้วยตัวเองมาถึงที่สุดแล้ว ครูคิดว่า ครูเข้าใจว่า ถ้าเพียงแค่ครูใช้กระบวนการนี้ไปเรื่อย ๆ คือ ใช้เซรั่มลูมิเนสกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ไปเรื่อย ๆ พร้อมกับดูแลผิวและสุขภาพให้ถูกต้อง ครูเชื่อว่า มันจะช่วยแก้ปัญหาให้ครูได้แน่นอน

แต่ปีนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้กับพวกเราทุกคน และ เพื่อให้ครูไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น คือ หน้าใสทั้งหน้าเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่เดินตามมา ครูจึงตัดสินใจ เลือกปรึกษาแพทย์ที่เก่งด้านผิวหนังที่ครูเชื่อใจ เชื่อฝีมือ ท่านหนึ่งค่ะ สำหรับปีนี้ ครูน่าจะได้ทำเลเซอร์ Fraxel อีกครั้งกับคุณหมอท่านนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ก็ยังใช้ของในร้าน BS Solutions เหมือนเดิมค่ะ ยกเว้นแต่ว่า คุณหมอจะแนะนำตัวไหนเป็นพิเศษให้ ก็จะดูเพิ่มเติมค่ะ

ซึ่งตอนนี้ คุณหมอแนะนำให้ครูเตรียมผิวเพื่อการทำเลเซอร์ โดยเน้นบำรุงเติมน้ำ เติมน้ำมันอย่างเดียว โดยไม่ต้องผลัดเซลล์และไม่ต้องทาตัวรักษารอยเพิ่มเติมค่ะ ซึ่งครูกำลังอยู่ในขั้นตอนนั้น

เหมือนเดิมค่ะ เมื่อได้ผลที่สังเกตเห็นได้ชัด ก็จะมาบอกเล่าไว้ที่บล็อกนี้นะคะ และแชร์ไปที่เพจและ Line ให้ทราบกัน

Fanpage : Beam’s Secret สิวหายได้ ไม่ต้องใช้ยา
Line: @holistic.academy

ไว้พบกันในรีวิวแบบนี้อีกทีอาจจะอีก 6 เดือนหรือ 12 เดือนนะคะ ดูผลลัพธ์ของผิวเป็นหลักค่ะ


Disclaimer & ข้อควรทราบ

ข้อมูลทั้งหมดที่เขียนในโพสต์นี้และบล็อกนี้ เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวของครูบีม ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเชิงการแพทย์ และไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ได้ ประสบการณ์ในการรักษาสิวด้วยแนวธรรมชาติ จะเกิดผลลัพธ์ในแต่ละช่วงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อยู่ที่พิษสะสม ปัญหาสุขภาพเดิม พิษสะสม และวิถีชีวิตของแต่ละท่านที่จะเอื้อให้มีสุขภาพดีได้มากน้อยเพียงใดค่ะ ท่านจึงควรใช้วิจารณญาณและพิจารณาก่อนนำไปปฏิบัตด้วยตัวเอง โดยแนะนำให้ทำตามขั้นตอนที่ครูบีมแนะนำไว้ ซึ่งจะทำให้เกิดความปลอดภัยกับสุขภาพและผิวได้มากกว่าทำโดยพละการ

ข้อมูลทั้งหมดที่เขียน เป็นเรื่องจริง 100% และสำหรับปัญหาต่าง ๆ ที่เขียนแจ้งไว้ ไม่ได้ต้องการความสงสาร เห็นใจ แต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกชีวิตที่ประมาทค่ะ ซึ่งครูเองได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิต่อไปแล้ว ซึ่งแค่ยังอยู่ในขั้นตอนที่กำลังดำเนินไป และดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องที่จริง ๆ แล้วเขาก็จะไม่เล่ากันในที่สาธารณะถ้ายังไม่ถึงจุดที่แก้สำเร็จ แต่ที่ครูต้องเขียนลงไปด้วย เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ “บริบท” ของปัญหาผิวของครูที่สอดคล้องกับรูปภาพ เพื่อความเข้าใจ “เหตุ” และ “ผล” ที่ถูกต้อง มีที่มาที่ไปชัดเจน ไม่ได้เกิดขึ้นแบบลอย ๆ แบบไร้เหตุรองรับ ครูจึงถือว่า เป็นวิทยาทานให้แก่คนทั่วไปที่มีปัญหาผิวจากสุขภาพ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องน่าอับอายแต่อย่างใดค่ะ

และตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ครูบอกในทุกคลิปเสมอว่า ครูมีปัญหาส่วนด้านข้างของใบหน้าที่กำลังแก้ไข ไม่เคยบิดเบือนความจริงว่าหน้าใสทั้งหน้า ครูบอกความจริงเสมอ แต่เพราะข้อมูลอาจจะมีมาก ผู้อ่าน ผู้ชม อาจจะตามดูไม่ได้ทั้งหมด จึงขอแจ้งไว้ที่นี้ว่า ครูบอกทุกคลิปเสมอว่ามีปัญหาในจุดที่เห็นในรูป ไม่เคยบิดเบือนความจริง และรอเวลาที่เหมาะสมจึงจะลงรูปรีวิว เพราะ การจะลงรีวิวนั้น จะต้องมี solutions ที่ชัดเจนให้ผู้ชมรับทราบไว้ด้วย จึงจะเป็นรีวิวที่สมบูรณ์ ซึ่งครูพึ่งจะได้คำตอบที่ชัดเจนไม่นานมานี้ จึงตัดสินใจทำรีวิวนี้ขึ้นมาเป็นวิทยาทานสำหรับทุกคนที่สนใจค่ะ

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ได้มีการชวนเชื่อให้ผู้อ่านใช้แต่อย่างใด ซึ่งทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ครูตัดสินใจใช้เองทั้งหมด โดยไม่ได้หวังผลรีวิวทางการค้าแต่อย่างใด แต่เน้นที่การแก้ปัญหาของตัวเองเท่านั้น สำหรับท่านที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ในร้าน BS Solutions อย่างถูกวิธี ก็มี Line ที่ปรึกษาช่วยแนะนำให้ หรือเข้าศึกษาเองได้ที่ www.beamsecret.com ค่ะ

Flow Chart สิว-01 (1)

Published by

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s