บีมเผย 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้ว “สิวหายขาด” ชัวร์!

วันนี้ บีมได้สรุป “พฤติกรรม” ที่บีมได้สั่งสมมาจากผลึกประสบการณ์และการเรียนรู้ 9 ปี (พ.ศ. 2552 – 2561) ที่ทำให้บีมสิวหายอย่างยั่งยืน และ เหมือนมีชีวิตที่ “เกิดใหม่” ในทุก ๆ ด้านจริง ๆ ค่ะ ใครทำได้ครบทุกข้อ รับรองว่า ผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ก็ต้องได้แน่นอน

collage-beam-before-after-9years-50-behaves
สต็อครวมรูป Before ช่วง 9 ปีที่ผ่านมา http://bit.ly/2MfynQ8
  1. ล้างหน้าและดูแลผิววันละ 2 ครั้ง (ต้องมีวินัย)
  2. ล้างหน้าให้สะอาด ตามวิธีที่แนะนำในคลิป “ฝึกล้างหน้าอย่างง่าย สิวลดลงได้กว่า 50% ใน 30 วัน
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิว จะเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิค ก็สุดแล้วแต่ ต้องปลอดสารพาราเบน
  4. ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดหน้าแทนผ้าขนหนู
  5. ใช้สำลีที่ไม่ขูดขีดผิวหน้า
  6. น้ำที่ใช้กับหน้าต้องสะอาด
  7. เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเบน SLS, SLES ตะกั่ว และสารก่อมะเร็งทุกชนิด (สบู่ แชมพู แป้ง ลิป ฯลฯ)
  8. เลิกกินยาพร่ำเพรื่อ ใช้ยาให้น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใช้เลย
  9. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม
  10. ตื่นก่อน 6 โมงแบบอัตโนมัติ ไม่ใช้นาฬิกาปลุก
  11. นั่งสมาธิหลังตื่นนอนอย่างน้อย 12 นาทีก่อนไปทำอย่างอื่น (ถ้าปวดเข้าห้องน้ำ ให้ไปก่อน ทำบนเตียงได้เลย)
  12. ขับถ่ายออกหมด (สุด) ก่อน 7 โมงเช้า
  13. ดื่มน้ำมะนาว 300 มล. หลังตื่นนอนให้หมดรวดเดียวแล้ววิ่งเหยาะ ๆ นวดท้อง ทำท่าอุทธิยานะพันธะช่วยขับของเสียตกค้างตอนเช้า
  14. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องอีก 700 มล. ให้หมดภายใน 1 ชม.หลังตื่นนอน
  15. ออกกำลังกายช่วง ตี 5 – 7 โมง (เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกาย)
  16. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ (ต่อเนื่องกันจนหัวใจเต้นเร็วและรู้สึกสดชื่น)
  17. อบตัว นวดตัว ทำ Dry Brushing สัปดาห์ละอย่างน้อย 1 ครั้ง
  18. ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ เน้นผักใบเขียว ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดี ผสมแก้วมังกร และน้ำมันเมล็ดชา หรือ น้ำมันงาม้อน หรือ น้ำมันมะกอก แบบสกัดเย็น 250-300 มล. เป็นมื้อแรกของวัน
  19. กินข้าวเช้าไม่เกิน 9 โมง ถ้าไม่ทันกินก่อน 9 โมงให้ยกไปกินช่วง 11.00 – 13.00 น. ไปเลย (ถ้ากินข้าวเที่ยงตอน 11.00 – 13.00 น. ก็ไม่ต้องกินมื้อกลางวันอีก เพราะ ถือว่ากินควบไปแล้ว)
  20. ดื่มแค่น้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง (คุณภาพของน้ำมีผลต่อสุขภาพมาก) งดเว้นเครื่องดื่มอื่นทั้งหมด ยกเว้นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน น้ำคั้นจากสมุนไพร และน้ำสกัด/ปั่น ผักผลไม้สด สามารถดื่มร่วมกันได้
  21. ไม่ดื่มน้ำเปล่าเย็นเลย!
  22. ไม่ดื่มน้ำก่อนกินอาหารทุกมื้ออย่างน้อย 20 นาที และหลังอาหาร 30 นาที หากต้องการดื่มเพราะกระหายจริง ๆ ให้ดื่มเพียงแก้วกาแฟเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ จิบให้หมดก่อนอาหารจะมาประมาณ 20 นาที
  23. จิบน้ำอุณหภูมิห้องให้ได้ตลอดวัน โดยค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ
  24. ดื่มน้ำให้ครบ 2.5 ลิตรต่อวัน (นับเฉพาะน้ำเปล่าไม่เย็น)
  25. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องก่อนนอน 1 แก้ว (250 มล. เพื่อช่วยให้น้ำดีและตับทำงานได้ดีช่วงเรานอน)
  26. ถ้าไปอบซาวน่าหรือออกกำลังกาย ให้ดื่มน้ำไม่เย็นก่อน 1 แก้ว และจิบดื่มไปเรื่อย ๆ ขณะทำกิจกรรมได้ เพราะต้องไปชดเชยน้ำที่สูญเสียไป
  27. ก่อนมื้อเที่ยง คนส่วนใหญ่จะมีภาวะกระหายน้ำและร้อนเกิน ให้ดื่มน้ำย่านาง/ชามะระ/ขมิ้นชัน (เป็นแคปซูลได้ แต่ถ้าเป็นน้ำจะดีที่สุด เพราะดูดซึมได้เร็ว) ก่อนมื้ออาหารประมาณ 20 นาที
  28. หากกินเนื้อสัตว์ ของมัน ของทอด (อย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ) ให้ดื่มชา Peppermint อุ่น ๆ ตามมื้อนั้นไปด้วย และถ้าเป็นไปได้ ควรกิน Honey Cider (เดี๋ยวนี้มีขายในห้างแล้วแบบสำเร็จรูป ราคาสูงหน่อยแต่สะดวกดีถ้าจะกินหลังมื้ออาหารนอกบ้านค่ะ) หรือมาทำกินเองโดยใช้ Apple Cider + น้ำผึ้ง อัตราส่วนอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันด้วยช้อนพลาสติกหรือไม้ (ห้ามใช้โลหะ) แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องลงไปก่อนสัก 1/2 แก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปอีก 1/2 แก้วที่เหลือ หรือ ปรับได้ตามเหมาะสม ให้มีความอุ่นพอประมาณ​ (อย่าเติมน้ำร้อนลงบนน้ำผึ้ง อาจทำให้เสียเอ็นไซม์ ให้เติมน้ำอุณหภูมิห้องก่อน) ถ้าร้อนไปไม่ดี เย็นไปไม่ดี ตัวนี้จะช่วยย่อยอาหารได้ อาหารไม่ตกค้าง สิวจะไม่ขึ้น
  29. มื้อไหนกินของหวานและเค็ม (มีโซเดียมสูง) ให้กินอาหารรสขม เช่น ชามะระอุ่น ๆ น้ำผักสีเขียว ๆ แบบคั้นสด หรือ ชงอบเชยกิน เข้าไปปรับสมดุล (มะระ อบเชย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รสขมทำให้ความมัน หวาน ลดลง ทำให้ลดโอกาสก่อสิวแนวกราม คางได้)
  30. ล้างลำไส้และอดอาหารล้างพิษสัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันหยุดทำงาน
  31. ดีท็อกซ์ตับปีละ 1-2 ครั้ง
  32. เลือกกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือนหลักและรอง (แพทย์แผนไทย) ตามโดชา(แพทย์แผนอายุรเวท) ตามกรุ๊ปเลือด(แพทย์แผนตะวันตก) ถนัดหลักไหน กินตามหลักนั้นให้คล่อง และผสมผสานกันได้ บีมพบว่ามันไปทางเดียวกันค่ะ การกินอาหารที่เหมาะกับตัวเอง จะทำให้สิวหายเร็วขึ้นมาก
  33. ไม่กินอาหารที่ผสมไขมันทรานส์ โดยเด็ดขาด (ที่ตอนนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้วค่ะ) นี่คือตัวการหลักของ “สิวเรื้อรัง” ที่ต้องล้างพิษออกให้หมดจึงจะหายได้ถาวร บีมรวบรวมรูปภาพข้อมูลส่วนผสมของอาหารที่มีไขมันทรานส์ ที่หลายคนเห็นแล้วจะต้องช็อค เพราะว่าได้กินมาแล้วเยอะพอสมควร http://bit.ly/2LEPfmP
  34. ไม่กินอาหาร 10 อย่างที่บีมสรุปเอาไว้ให้ให้ได้มากที่สุด ถ้าหักดิบ สิวจะหายเร็วมาก!
  35. อ่านและทำตามหนังสือ “อาหารเปลี่ยนสิว” ให้ได้และทำจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  36. เจริญสติ รู้เท่าทันอารมณ์และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเองแบบชัดเจนจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  37. ศึกษาข้อปฏิบัติของศาสนาและปฏิบัติตามอย่างเข้าใจและตั้งใจจริง ต้องเป็นคำสอนที่ “ตรง” กับความเป็นจริงของธรรมชาติ ปฏิบัติแล้วมีความสุขกาย สุขใจ เบาสบาย ไม่เบียดเบียนตัวเอง
  38. เมตตาตัวเอง กำจัดพิษตกค้างในจิตใจ อารมณ์ขุ่นมัวทั้งหมดให้ออกไป รักตัวเองได้อย่างแท้จริง แนะนำให้ดูคลิปนี้เพิ่มเติมนะคะ

    เทคนิค เลิกใจร้ายกับตัวเอง Be Your Own Best Friend Class 2

  39. หากิจกรรมทำประโยชน์เพื่อสังคม บำเพ็ญประโยชน์ เป็นประจำ และทุกโอกาสที่ทำได้
  40. เลิกบ่นกับทุกเรื่องในชีวิต แนะนำให้ดูคลิปนี้นะคะ

    เลิกบ่นซะที! โฟกัสเรื่องดีๆ!แล้วชีวิตจะดีขึ้นมากมาย Class 1

  41. ถามคำถามว่า “จะทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้ด้วยดี” “จะทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยดี” แทนคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” “ทำไมต้องเกิดกับฉัน”
  42. เขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นวันละอย่างน้อย 1 อย่างในสมุดจดน่ารัก ๆ ก่อนนอน
  43. ทบทวนเหตุการณ์ในชีวิต อารมณ์ ความรู้สึก ทุกอย่างที่อยู่ในจิตก่อนนอน อะไรที่ทำแล้วไม่สบายใจ ให้อภัยตัวเองแล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำอีกในวันต่อไป
  44. นั่งสมาธิ และ สวดมนต์ / ภาวนา ก่อนนอน (ถ้าทำได้จะดีมาก ๆ)
  45. ฟังเพลง Chakra Healing Music ก่อนนอน จนหลับไปพร้อมกับเพลงได้เลย (จะปรับพลังงานตอนนอน ตื่นมามีพลัง ถ้าป่วยอยู่จะหายเร็วขึ้น)
  46. รู้จักหน้าที่ของตัวเอง และทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต แนะนำให้อ่านหนังสือของคุณบอย วิสูตร แล้วทำ “ฉันเปลี่ยนเพราะเขียนเป้า”
  47. บริหารเงินให้ดี ต้องมีความรู้ทางการเงิน มีสุขภาพทางการเงินที่ดี แนะนำให้เรียนรู้กับโค้ชหนุ่ม Money Coach
  48. ตั้งเป้าหมายให้เปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรัก ถนัด ทำได้ดี ทำให้มีรายได้และชีวิตที่ต้องการไปพร้อม ๆ กัน (ไม่ต้องตั้งว่าจะรวย ให้ตั้งว่าจะมีชีวิตอย่างที่ต้องการ ออกแบบ แล้วสานต่อให้เป็นจริง)
  49. รักษาสัจจะ รักษาคำพูด และดูแลความสัมพันธ์กับทุกสิ่งให้ดี ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต รู้ว่าต้องรักและดูแลใคร ให้คนใกล้ตัวมาก่อนเสมอ อยากให้อ่านสรุปงานวิจัยของ Harvard ที่ทำการศึกษามากว่า 80 ปี ว่า “อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนมีความสุข ชีวิตและสุขภาพที่ดี?” คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข่าวค่ะต้นฉบับค่ะ
  50. หาโอกาสอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด

 

คลิปที่อยากแนะนำค่ะ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ สิวหายขาด และ ชีวิตดีขึ้นทุกด้านจริง ๆ
และบีมเปลี่ยนตัวเองให้สุขมาก ทุกข์น้อย ได้จริงจากคลิปนี้ด้วยค่ะ
(ทุกคลิปของคุณหนูดีที่บีมให้ไว้ที่นี่ บีมดูแล้วเอาไปทำมาหมดแล้วค่ะ เวิร์คจริง)

นิสัยที่ทำให้ “ลุกได้” ทุกครั้งที่ล้ม Class 3

 

ฝากคลิปสุดท้าย สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่า “ฉันจะเปลี่ยนชะตาชีวิตและผิวของตัวเองได้จริงหรือ”?
ตั้งแต่บีมเจอคลิปนี้ บีมก็มั่นใจค่ะว่า “เราทุกคนสร้างชีวิตในแบบตัวเองออกแบบได้เสมอ” ลองดูเองและเอาไปทำค่ะ! สำคัญคือ ทำ ทัน ที!

 

 

บันทึกพลังงานบำบัดกับครูเก๋ ครั้งที่ 2

ช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน 2561

บีมตั้งใจเข้าไปพบครูเก๋ที่บ้านคีตาด้วยต้องการคำปรึกษาเรื่องต่าง ๆ

จริง ๆ แล้ว การไปพบครั้งนี้ บีมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีการบำบัดอะไร

เพราะลำพังการได้พูดคุยกับครูเก๋แต่ละครั้งก็เหมือนจะได้รับคำตอบในหลาย ๆ เรื่องไปในตัวอยู่แล้ว

ก็สุดแล้วแต่ทางครูเก๋จะมองเห็นว่า ท่านจะแนะนำอะไรบีมเท่านั้นเองค่ะ

เป็นไปตามคาดหมาย

เราเพียงแค่นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ

แต่สุดท้าย ก็ไม่รู้อย่างไร ไปถึง ณ​ จุดที่

ครูเก๋ได้นำเพนดูลั่ม (pendulum) และ กระดิ่งลม

มาแนะนำให้บีมรู้จัก

แล้วบีมก็ได้ประสบการณ์ใหม่และความรู้ใหม่

เรื่อง “พลังงานบำบัด”

ที่เมื่อจบกระบวนการแล้ว

บีม…นึกถึงคนที่เป็นสิวเรื้อรังทุกคนทันที

ในแง่มุมของ “พลังงานที่ขาดวิ่น”

ที่มันก็ยากจะเชื่อสำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับบีม สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

และปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่าง ณ ตอนนั้น

บีมคิดว่า … บีมพบคำตอบอันลึกซึ้ง

ของ “ธรรมชาติบำบัด” อันแท้จริง

มัน “เรียบง่าย” กว่าที่สมองมนุษย์คิดได้

และมัน “ทรงพลัง” มากกว่าที่สมองมนุษย์จะเข้าใจ

และมัน “ได้ผลจริง” ในมุมของการเติมเต็ม

บีมคงไม่สามารถเขียนบรรยายออกมาได้

เพราะมัน “ไม่มีคำบรรยาย” อะไรจะบอกเล่าแทนได้

แต่สิ่งที่ได้รับ ทำให้บีม “เข้าใจตัวเองมากขึ้น”

ว่า “พลังงานที่ขาดวิ่น” และ สิ่งที่พี่เก๋เคยพูดกับบีมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน

คือ บีมขาดความรักตัวเอง มันเป็นอย่างไร

ธรรมชาติ แสดงอะไรตรงไปตรงมาเสมอ…

นั่นแหละ จึงทำให้บีมเข้าใจว่า

แท้จริงแล้ว … คนที่มีปัญหาสิวเรื้อรังทุกคน

ก็คงจะมีปัญหาที่ไม่ต่างไปจากที่บีมมี…

แม้เหตุปัจจัยจะแตกต่างกัน

แต่บีมเชื่อว่า “สภาวะที่เป็น”

“รากเหง้า” ของการดำรงอยู่

คงจะ “ขาดวิ่น” ไม่แตกต่างกัน

เราอาจจะ…เคยมีประสบการณ์ฝังลึก

ที่อาจจะเกิดตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่

หรือตั้งแต่ตอนแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ

ซึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงที่จิตใต้สำนึกของทุกคน

จะไม่คัดกรองอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

และรับเอาสภาพแวดล้อมมาเป็นตัวตนทั้งหมด

บีมไม่รู้หรอกว่า

เคยมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตช่วงนั้นบ้าง

แต่…บีมมาเข้าใจทุกอย่างตอนที่ครูเก๋ได้ช่วยครั้งนี้

กับเพียงแค่ “กระดิ่งลม” ที่ครูเก๋ใช้

ว่า… “รากเหง้าของจิตวิญญาณขาดพลังความรักจริงๆ”

แม้บางคน

อาจจะได้เกิดมาในครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อม

แต่…ในบางช่วง บางจุดของชีวิต อาจมีการหักเห

มีการเจ็บช้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเป็นสิว

และเริ่มเป็นแบบเรื้อรังยาวนานและหาทางออกไม่พบ

เราก็จะรู้สึก “เกลียดตัวเอง” และ “เกลียดคนอื่น” ไปพร้อม ๆ กัน

เราสะสมมันไปอย่างไม่รู้ตัว

ยิ่งนาน ยิ่งโดนทัก ยิ่งโดนมอง ยิ่งโดนปฏิเสธ

“ยิ่งเกลียด เกลียด เกลียด ตัวเอง”

ด่าตัวเอง ว่าตัวเอง สารพัด

แล้วก็ทำทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเอง “น่าเกลียด” อยู่อย่างนั้น

เพราะเชื่อว่า “ฉันมันน่าเกลียด”

เป็น “พลังงานขาดวิ่น” ขาดความรักอย่างมหาศาล

ที่สะสมอัดอั้นอยู่ในจิตส่วนลึกที่รันเหมือนโปรแกรม

ให้ร่างกาย สารเคมีจากต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทอัตโนมัติ

ทำงานผิดปกติ หลั่งสารพิษ ตลอดเวลา

ไปตาม “พลังงานขาดวิ่นของจิต”

บีมเองก็พบความจริงด้วยตัวเองว่า

หลังจากที่บีมได้ฝึกฝนปฏิบัติและเข้าใจเรื่องจิตมากขึ้น

ทำให้บีมผิวใสขึ้น เป็นสิวยากขึ้น

แม้จะมีปัจจัยกระทบเดิมที่เคยทำให้เราเป็น เรากลับเป็นยากขึ้น

แต่…มันก็ยังคงมีอยู่นะ

ทั้งที่บีมก็ดูแลตัวเอง “ดีทุกด้าน”

ก็ไม่แปลกใจเลย…ว่าเพราะอะไร

เพราะ “รากของจิต” มัน “ขาดความรัก”

มันเป็นพลังงานที่ขาดวิ่น ไม่สมบูรณ์

แต่เราไม่รู้…ว่ามันเป็นแบบนั้น

อีกอย่างหนึ่งที่ครูเก๋พูด

แล้วบีมนำมาฉุกคิดต่อ

คือ ครูเก๋บอกว่า

ถ้า “รากมันดี” (หมายถึงพลังงานฐานรากดี)

จะกินอะไร มันก็จะไม่เป็นอะไรหรอก

ในจุดนี้ บีมยังต้องทดลองต่อไป

แต่…บีมเห็นว่า ควรจะได้นำมาบอกต่อ

เพื่อให้เป็นเป้าหมายของการรักษาสิวของทุกคน

โดย “มุ่งเน้น” ไปที่ “จิตและพลังงาน” โดยตรง

เพราะมีคนมากมาย

ดูแลตัวเองได้ดีทุกเรื่อง

แต่…สิวยังขึ้น ณ​ จุดเดิม ๆ

ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่หลายคน

หลายคน มีฐานะดี มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวก็ยังไม่หาย เพราะ จิตมัน “ขาดวิ่น”

ตรงกันข้าม … บางคน ไม่ได้มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวค่อย ๆ หายไป และบางคนก็หายสนิท

เพราะ จิตมันเย็น จิตมันเต็ม จิตมันมีแต่ความรักเอ่อล้น

บีมสงสัยมาตลอดในเรื่องที่ว่านี้

ว่าทำไมบางคน ดูแลตัวเองได้ดีมาก ๆ

ใช้ของอย่างดีที่สุด แพงที่สุด เยี่ยมที่สุด

ก็ไม่หาย…ซะที

คำตอบ…ก็เป็นเรื่อง

“รากเหง้าพลังงาน” จริง ๆ นั่นแหละ

เอาเป็นว่า เขียนมายาว บีมสรุปให้ 2 เรื่อง

ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ “คนมีปัญหาสิวเรื้อรัง”

ได้เอาไปขบคิดพิจารณากันต่อ เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเสียที

  1. การที่ยังเป็นสิวไม่หาย เพราะ ขาดพลังงานแห่งความรักที่แท้จริงของจักรวาล (รักที่ไม่มีที่สิ้นสุด รักที่ไร้ตัวตน ตัวกู ของกู)
  2. หากพลังงานของเราสมบูรณ์​ อิ่มไปด้วยรัก เอ่อล้นออกจากภายในจริง ๆ สิวก็จะหายขาด ไม่ว่าจะกินอะไร ก็จะไม่เป็นสิว พลังงานแห่งความรักนี้ จะสมานบาดแผลของจิตวิญญาณ ของจิตใจ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวแข็งแรง ต่อสู้เชื้อโรค ต่อสู้สิ่งแปลกปลอม และกำจัดออกได้ดี

นี่เป็นเพียงแค่ “ปฐมบท”

ของ “พลังงานบำบัดกับสิว” ที่บีมรู้สึกสนใจมาก

เพราะบีมคิดว่า … มันคือ คำตอบสุดท้าย

และเป็นเพียง “คำตอบเดียว” ที่จะทำให้ทุกคน

“สิวหายขาด” ได้ยั่งยืน…(ในเคสที่รากพังจริงๆ)

ด้วยรัก

บีมซีเคร็ต

รูปภาพจาก https://rgdn.info/en/energeticheskaya_konstrukciya_cheloveka

 

 

Success Story : สิวหายเพราะเชื่อมั่นและศรัทธา by อจ.บิ๊ว

เส้นทาง “ผิว” ของ “บิ๊ว”

ถ้าจะให้พูดถึงเส้นทางการเป็นสิวของบิ๊วนั้นมันยาวนานมากจนบิ๊วแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเอาจริงๆ ก็ใช้ชีวิตแบบปกติมาตลอด กิน เที่ยว เล่น แต่งตัวเหมือนคนปกติทั่วไป

ถามว่าถึงขั้นเอามาเป็นปมด้อยของตัวเองมั๊ย ก็ไม่ เพราะช่วงที่เป็นสิวตอนนั้นมันเด็กมาก ยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย แต่ที่จำได้ก็ไปหาหมอสิวตลอด ช่วงที่หาหมอสิวหน้ากับผ้าขนหนูก็จะมีกลิ่น BP ที่เป็นตัวทาก่อนล้างหน้ามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับตรงนี้ก็คิดว่า โอเคก็ไปแล้วมันหาย กินยาแก้อักเสบอาทิตย์นึงไม่รู้กี่เม็ด พอมันเริ่มหายก็ไม่กิน ไม่ไปหาหมอ พอมันเริ่มกลับมา ก็ค่อยไปหาอีก ทำแบบนี้มาตลอด

จนวันนึงมันก็มาถึงวันที่กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย ยาตัวที่เคยทาก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวยาที่แรงขึ้น ต้องทาบางๆ ไม่งั้นหน้าก็แห้งมาก ส่วนตัวกินก็เปลี่ยนเป็นตัวกินที่แรงกว่าเดิมมากถึงขั้นต้องมีการเซ็นต์รับทราบหรือยินยอมอะไรซักอย่างซึ่งตอนแรกก็ได้กินที่โดสปกติ แต่ปรากฏว่าสิวมันไม่ลงก็เลยได้กินในโดสที่ค่อนข้างสูง

แต่แม่เจ้า สิวมันลงไปอย่างรวดเร็วอย่างกับเสกได้ ก็กินแบบนั้นมาพักใหญ่ (จำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไหร่เพราะนานมาก) จนกระทั่งไม่มีสิวขึ้นมาเลย (ก็อาจจะมีบ้างแต่มันก็ไม่ขึ้นมาเต็มหน้า) แต่สิ่งที่ได้กลับมาช่วงนั้นคือ หนังศีรษะแห้ง แห้งมาก แห้งถึงขั้นหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ถึงขนาดที่ว่าสระผมยังไม่ทันได้เป่าให้แห้งก็มีติดอยู่บนเส้นผมแล้ว และอาการนี้ก็เป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลจากการกินยาตัวนั้น (จำชื่อยาไม่ได้แล้ว)

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สิวหายก็โอเค แล้วหลังจากนั้นพอไม่ค่อยมีสิวแล้ว เราก็หยุดไปหาหมอ (เหมือนเดิม) แต่มันก็ไม่มีขึ้นมาอีกเลย แต่สภาพผิวหน้าก็ไม่ได้ดีอะไรนะคะ หมองๆ มันๆ อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน การดื่มน้ำคือทำร้ายร่างกายตัวเองหนักๆ สุดๆ มาหลายปี

เริ่มตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มเที่ยว ดื่มแอลกอฮอล์ คือเที่ยวหนักเลย ยาวมาจนเรียนป.โทจบแล้ว ช่วงป.โทก็หนักทั้งทำงานทั้งเรียนเพราะทำงานวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็เรียน อาหารการกินไม่ได้ดูแล ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลัง แต่ก็ไม่รู้ทำไมว่าสิวมันถึงไม่ขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน ก็มีขึ้นบ้างแต่ไม่เยอะก็เลยไม่ได้สนใจอะไร

ยาวมาจนถึงช่วงปี 2553 ซึ่งช่วงนั้นเราเห็นว่าสิวมันเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว ก็เลยไปหาหมอแต่ทีนี้คือไม่กลับไปหาหมอที่เคยหาแล้วเพราะว่าไปแล้วเว้นช่วงนานมาก เราก็ขี้เกียจไปตอบคำถามเลยไปหาที่ใหม่ ไปหาที่นึงก็ได้ตัวยาเหมือนเดิมเลยแต่ก็ไม่หาย ขั้นตอนเหมือนเดิมทุกอย่าง พอทาตัวเบาแล้วไม่ลงก็ได้ตัวทาที่แรงมากกว่าเดิม พอกินตัวแก้อักเสบแล้วไม่ลงก็ได้กินยาที่แรงมากกว่าเดิม แต่ยาตัวนี้น่าจะเบากว่าตัวที่เคยกินนานมาแล้วแต่ก็มีให้เซ็นรับทราบและยินยอมเหมือนกัน (สังเกตจากโดสที่ได้กินตอนแรกเปรียบเทียบกับตัวแรงๆ ที่เคยกิน) ซึ่งการไปหาหมอครั้งนี้มันไม่หาย แล้วสิวมันก็ทยอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ก็คุยกันกับที่บ้านว่ามีหมอที่นึงดี เพื่อนไปหา ก็เลยเปลี่ยนที่ และที่นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ ไปครั้งแรกได้ยามาเหมือนเดิมทั้งตัวทาและตัวกิน แต่ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือหมอที่นั่นวิเคราะห์ผิวบิ๊วแล้วบอกว่าต้องทำสตรีม ซึ่งพอเราได้ยินแล้วเราก็ตกใจเพราะเราไม่เคยทำ เพราะจากที่เคยทำมาก็แค่ทรีตเมนต์กับกดสิวธรรมดา แต่หมอก็อธิบายว่าสิวมันไม่มีหัวก็ให้โดนไอน้ำเพื่อที่จะให้รูขุมขนเปิด เราก็เลยเบาใจเพราะเป็นหมอที่แนะนำให้ทำ ก็นัดเรามาทำอีกอาทิตย์นึงเลย

เราก็ไปทำปกติ ออกมาหน้านี่แดงเถือก ร้อนหน้าและคันมาก แต่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องปกติเดี๋ยวก็หาย แต่มันไม่เป็นแบบที่เค้าบอกเลย นอกจากหน้าจะไม่หายแดงแล้ว ยังมีสิวขึ้นเพิ่มมาอีกจากไหนก็ไม่รู้ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทุกวัน และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่าจะไม่ไปหาหมออีกแล้ว

ประกอบกับช่วงนั้นพี่บีมก็เริ่มขายสินค้าที่ปลอดสารและผลิตมาจากธรรมชาติ แล้วก็เอามาให้เราลองใช้ ซึ่งตอนนั้นเราก็เชื่อใจพี่สาวอยู่แล้ว ต้องบอกก่อนเลยว่าบิ๊วเป็นคนไม่ใช้อะไรกับหน้าไปเรื่อย เพราะเคยอยู่ครั้งสองครั้งที่เคยลองไปซื้อใช้พวกที่เป็นแบรนด์ที่ขายในตลาดที่โฆษณาในโทรทัศน์เพราะมีเพื่อนที่ใช้แล้วเค้าก็บอกว่าดี ได้ผล แต่พอเราซื้อไปให้เอง มันกลับไม่ได้ผล แถมมีสิวผดขึ้นอีก แต่นี่มันเป็นสิ่งที่พี่สาวแท้ๆ ของเราแนะนำให้ใช้ ยังไงเค้าก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราอยู่แล้ว

และด้วยความที่ตอนนั้นพี่สาวก็ใช้แนวทางธรรมชาติดูแลตัวเองมาพักใหญ่แล้วสิวมันก็หายไปจริงๆ เราก็เลยไม่ลังเลที่จะใช้เลย ก็ใช้ไปอยู่สองอาทิตย์ อาการมันดีขึ้น สิวลดลง สภาพผิวหน้าดีขึ้น และในตอนนั้นเองที่พี่สาวพูดกับบิ๊วว่า “บิ๊ว บิ๊วอยากหายจากสิวจริงๆ เลยมั๊ย ถ้าอยากหาย ทำตามที่พี่แนะนำ แล้วมันจะหาย” ก็ประมาณนี้นะคะ 555 แต่นางพูดประมาณนี้แหละ จากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองตามแนวที่พี่สาวเราศึกษาและก็ทำก่อนหน้าเรา

ล้างพิษครั้งแรกจนถึงการล้างพิษที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

จำได้ว่าการล้างพิษครั้งแรกของบิ๊วนั้นมันเป็นยาต้มเพื่อล้างพิษตับ (ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งพี่สาวบอกอยู่แล้วว่าถ้ากินตัวนี้สิ่งที่จะเกิดกับเราเลยก็คือสิวมันจะขึ้นนะ บิ๊วรับได้มั๊ย เพราะตอนนั้นสิวเราเริ่มลงไปแล้วกับผลิตภัณฑ์ที่พี่สาวให้ใช้ เราก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไร

คือพี่สาวกลัวว่าเราจะอายคนอื่นเพราะเราทำงานเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นคนที่ทำงานของมอ ของคณะ ของสาขาเกือบตลอดรวมถึงการสอนหนังสือและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย เราก็บอกว่าไม่อาย แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่จะแต่งหน้าด้วย (ปกติคนเป็นสิวส่วนใหญ่ชอบที่จะแต่งหน้าเพื่อปิดสิว) พี่สาวบอกว่าสิวมันจะออกมาจนหมดมันถึงจะหยุดออก เราก็บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา ก็เป็นตามที่พี่สาวบอกจริงๆ

แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติ ปกติจริงๆ เพราะอาหารการกินก็ไม่ได้ดูแล ที่ดูแลไม่ได้เพราะที่มอไม่ค่อยมีอะไรให้กินแล้วตอนนั้นก็กินแอลกอฮอล์ด้วย ไม่ได้ดูแลอะไรเลยเหมือนเดิม แต่ก็กินยาต้มตลอด แล้วก็ใช้สินค้าประคองผิวหน้าไป
แต่ด้วยความที่ว่ายาต้มมันพกพาไปไหนลำบาก คือต้องกินหม้อเดิมจนหมดทุกวัน ต้มลำบากก็เลยหยุดกินไป

หลังจากช่วงนั้นมาก็จะวนๆเวียนๆ เป็นแบบนี้คือ ล้างพิษลำไส้บ้าง ล้างพิษตับบ้างแต่ก็ไม่เคยดูแลตัวเองในทุกๆเรื่องหลังจากการล้างพิษเลย (นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้สิวไม่หายขาดเพราะเราไม่ได้ทำตามสิ่งที่พี่สาวแนะนำเต็มร้อย)

ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงช่วงกลางปี 2557 ที่สิวมันประทุขึ้นมามาก จนหน้านี่ร้อนไปหมด มีอาการปวดหัวตัวร้อน หายใจออกก็ร้อน เนื้อตัวก็ร้อนมากทั้งๆ ที่อากาศหนาว ก็เลยตัดสินใจไปล้างพิษ 3 คืน 4 วัน ซึ่งคราวนี้หลังจากออกค่ายล้างพิษมาเราก็พยายามดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่บ้าง แต่ไม่ดูแลเรื่องอื่นด้วย ช่วงนั้นสภาพจิตใจก็ไม่ดี (เรื่องอื่นนะคะไม่ใช่เรื่องสิว)

ก็อย่างที่บอกค่ะ ถึงจะเป็นสิวหนักแต่บิ๊วใช้ชีวิตปกติจริงๆ แล้วก็ไม่แต่งหน้าด้วย แต่งตัว ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นปกติเลย คือเสื้อยืด ชุดกระโปรง มีอะไรก็ใส่หมดค่ะ ก็แต่งตัวปกติ ออกไปไหนมาไหนปกติ แต่คนที่เห็นหน้าเราเค้าจะแบบว่าทำหน้าเหมือนสงสารบ้างเหมือนเวทนาบ้างแต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็หายแหละ มีคนเอานู่นนี่มาแนะนำเยอะมาก แต่เราก็อยู่ในแนวทางของพี่เรามาตลอด ใช้ของที่พี่เราขาย ใช้ของที่พี่เราแนะนำให้มาตลอด จนวันนึงสิวมันก็หายไปค่ะ แต่หน้าก็ยังเป็นหลุมๆ อยู่เพราะชอบแกะสิวมากกกกก 555 ไม่แกะก็แคะอยู่นั่นแหละค่ะ มือมันอยู่ไม่สุก

ก็ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณปลายปี 2557 ค่ะสิวมันก็หายไปพักนึงจนเราแน่ใจแล้วว่าสงสัยคราวนี้จะหายจริงๆ แล้วล่ะ แต่มันก็เหมือนว่ายังมีขึ้นมาอยู่บ้าง แต่เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ

พอเดือนเมษา 2558 ก่อนกลับบ้าน (ตอนนั้นไปเลี้ยงหลานอยู่เมืองกรุง) เราก็อยากจะล้างพิษตับ ก็กินตัวที่พี่สาวแนะนำปกติค่ะ คือต้องบอกก่อนว่าที่บิ๊วไม่กลัวการล้างพิษเพราะเรารู้ว่ากินแล้วสิวมันจะขึ้นแล้วตัวบิ๊วเองก็ไม่เคยมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการล้างพิษนะคะ แล้วอีกอย่างเราก็อุ่นใจที่มีพี่สาวคอยแนะนำแล้วก็ให้ความรู้สิ่งที่นางศึกษามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้ถามนางตลอดนะคะ อะไรที่สังเกตตัวเองได้ เราก็สังเกตเอง อะไรที่เรารู้แล้วว่าควรทำหรือไม่ควรทำเราก็จะรู้เอง อะไรที่ควรกินหรือไม่ควรกินมันก็จะรู้หมดค่ะ อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำ 555

เอาล่ะค่ะ กลับมาตอนนี้กันซึ่งถือเป็นจุดพีคสุดท้ายละเพราะหลังจากที่กินตัวล้างพิษตัวนั้น สิวมันก็ทยอยขึ้นค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวลอะไรเพราะเคยรับมือมาหลายครั้งแล้วเป็นครึ่งปีก็เคยมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเหมือนเดิม ผลคือมันยังมีออกมาอยู่ค่ะ โอ้แม่เจ้า จากที่เคยเบาใจว่ามันหายไปแล้ว มันก็กลับมาค่ะ แล้วตอนนั้นเองที่พี่บีมได้ไปเจอผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สิวหายไปจนถึงทุกวันนี้ บิ๊วใช้แล้วก็กินไปประมาณสองเดือนก็หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ผิวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ จนเราเหมือนได้ร่างกายใหม่ ได้ผิวใหม่ ซึ่งเราคิดว่าที่มันหายไปเพราะตัวที่เรากินมันเข้าไปปรับระบบใหม่เราทั้งหมด ล้างพิษเก่าออกจนหมดจดประกอบกับการล้างพิษที่เราเคยทำมาตลอดอยู่แล้ว

เพราะจากสิ่งที่เราได้ยินและเห็นพี่สาวพูดถึงตลอดก็คือสิวมันก็เป็นโรคอย่างนึง ถ้าข้างในยังไม่ดี ยังไงมันก็จะแสดงออกมาให้เห็นข้างนอกอยู่ดีถ้ามันยังเป็นพิษอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีที่มันจะแสดงออกมาให้รู้ เพราะก็มีคนหลายๆ คนที่ไม่แสดงมาทางสิวแต่ออกมาเป็นอาการอย่างอื่น หรือบางคนอาจจะไม่แสดงเลยจนรู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคระยะร้ายแรงแล้ว มันเลยทำให้เราเริ่มมาตระหนักว่า โอเค นี่คือร่างกายใหม่ของเรา ผิวใหม่ของเรา ถ้าเรายังกลับไปทำตัวเหมือนเดิม ยังไงมันก็จะกลับมาเป็นอีกอยู่ดี มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดใหม่ๆ

ปรับเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิต
บิ๊วเริ่มออกกำลัง เริ่มดูแลอาหารการกิน การดื่มน้ำ การนอนหลับพักผ่อน ต้องใช้คำว่า “ทำเท่าที่ทำได้” นะคะเพราะงานค่อนข้างหนักมาก แต่ด้วยความที่ว่าเราเริ่มมาดูแลตัวเอง มันก็เลยไม่หนักมากเท่าที่ควรจะเป็น

จริงๆ เรื่องออกกำลังตอนแรกๆ นี่ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ บิ๊วเริ่มจากการดื่มน้ำแล้วก็เรื่องอาหารการกินก่อน แล้วพอเราเริ่มจัดเวลาได้ (ไม่อยากใช้คำว่าไม่มีเวลาค่ะ เพราะพอเริ่มโตมาทำให้เราเรียนรู้ว่า ”ไม่มีเวลานี่ไม่มี มีแต่ไม่จัดสรรเวลา”)

เราก็เริ่มออกกำลังค่ะ ซึ่งไม่ใช่การออกกำลังหนักอะไรเลย ก็ทำท่าทางนู่นนี่อยู่ในห้องอาทิตย์ละ 3 – 4 วันๆ ละ 30 นาที ก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ พอเริ่มมาดูแลตัวเองเราเลยรู้ว่าร่างกายเราดีขึ้น ผิวเราดีขึ้น ระบบร่างกายเราดีขึ้น (เพราะเริ่มดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตรให้ได้ต่อวัน)

จริงๆ บิ๊วเป็นคนไม่ขาวค่ะ แต่ผิวมันผ่อง มันใส ใครๆ ก็ทัก อิอิ อันนี้จริงๆ ค่ะ ไม่ได้พูดเล่น แล้วพอร่างกายเริ่มดี น้ำหนักเริ่มได้ เราก็ไปบริจาคเลือดค่ะ พอร่างกายเริ่มดี จิตใจที่ดีอยู่แล้วมันก็ดีกว่าเดิม (ถ้าไม่เอาใจไปอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีหรือไม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี) ที่วงเล็บไว้นั่นกำลังจะบอกว่ามันก็มีบ้างที่เราเลือกที่จะอยู่หรือเลือกที่จะคิดในเรื่องที่มันไม่ส่งผลดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ก็ค่อยๆ ฝึกมาเรื่อยๆ ค่ะ

เอาจริงๆ เรื่องจิตใจนี่ต้องขอบคุณที่บ้านเลยค่ะ ทุกวันนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะทางครอบครัวด้วย เราก็ประคองกันมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอะไรมากมายระหว่างทาง เราก็ดูแลกันมาเรื่อยๆ จนพอสถานการณ์มันเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่เราก็ยังฝึกให้จิตมันดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พลังบวกที่บ้านเยอะมากค่ะ รับรู้ได้เลยจริงๆ แล้วนี่แหละค่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้สุขภาพจิตเราดี พอสุขภาพจิตดี กายก็ดีอะไรๆ ก็ดีไปหมดค่ะ “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” จริงๆ

เอาเป็นว่าบิ๊วขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกๆ คนที่เชื่อมั่นในแนวทางนี้นะคะ สำคัญคือรู้จักร่างกายตัวเอง รู้ใจตัวเอง ศึกษาแนวทางให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และนำไปปฏิบัติตามอย่างมีวินัย แต่ต้องทำด้วยใจที่สบายนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^

อจ.บิ๊ว
น้องสาวแท้ ๆ ของบีม
เจ้าของเพจ Build’s Good Health Story
(ในเพจมีรูปและคลิป Before มากมายเลยค่ะ ตามไปดูกันได้เลย)

มีหลายคนสอบถามหลังอ่านโพสต์นี้จบ ว่าสองเดือนนั้นที่บิ๊วรู้สึกว่า “สิวหายขาด” ไปจากชีวิตจริง ๆ บิ๊วใช้อะไร บีมจึงทำคลิปสัมภาษณ์บิ๊วมาให้ดูข้อมูลด้วยตัวเองนะคะ https://youtu.be/CizIb4DGxKI

 

Success Story : วินัย + ล้างตับ ทำให้ผิวดีขึ้น by คุณจี

สวัสดีค่ะชื่อจีนะค่ะ

จีแนะนำตัวก่อนว่าทำไมถึงมารู้จักคุณบีม…

เพราะด้วยทานยารักษาสิวมาตั้งแต่อายุเข้าสู่วัยรุ่นเข้าออกคลีนิครักษาสิวมานาน และก็ทานยาที่รักษาสิวเป็นที่รู้จักกัน จนคิดว่า 30 กว่าล่ะ สิวก็ไม่หายสักทีและก็ไม่อยากกรักษาสิวแบบใช้ยา และทานยา ผลจากการรักษาโดยทานยา และยาที่ทาบางตัวมีผลมาก ทำให้เราผิวแห้งและเป็นคนแพ้ง่ายมาก

จึงได้มารู้จักคุณบีม เพราะคุณบีม มีวิธีทางที่เราอยากหายจากสิวโดยไม่ใช้ยาหมอ ไม่อยากกินยาแล้ว สิ่งแรกที่คุณบีมทำคือ ถามข้อมูลเราและวิเคราะห์ถึงสาเหตุ แล้วจีก็เข้าสู่โหมดดีท็อกซ์

ช่วงที่ดีท็อกซ์ สิ่งที่อุดตัน มันประทุออกมาแบบเยอะมาก ๆ ทั้งหน้าและตัว ซึ่งตอนนั้นสภาพจิตใจยอมรับว่าแย่มาก เพราะมันคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน แต่เวลาเราลูบหน้า เราจะรู้ว่ามันไม่เรียบ

เราเริ่มล้างลำไส้ สิ่งที่ซ่อนข้างในมันประทุออกมา ทำให้เรารุ้สึกได้จริงๆว่า เรากินยาหมอแค่กดไว้ และทำไมไม่หายสักที และก็มาทานตัวล้างตับบ้านครูทราย แต่ด้วยตอนนั้นเราก็ทำไม่ต่อเนื่อง ประกอบเราเป็นคนดื่ม(แอลกอฮอล์) แต่สุดท้ายก็รู้ว่าร่างกายแย่ลง จนกลับมาปรึกษาคุณบีมอีกรอบ คุณบีมเลยให้ล้างตับของคุณหมอลำดวน ออกกำลังกาย เน้นทานผัก พยายามเลี่ยงของกินต้องห้ามที่คุณบีมบอก เราก็พยายามทำให้ครบ ซึ่งเรามีการวางแผนว่าถ้าล้างตับเสร็จน่าจะมีเอฟเฟคแบบที่เคยเจอ แต่หลังจากนี้เราจะควบคู่ไปกับการกดสิวออก ที่คลีนิค

ซึ่งยอมรับว่าหลังจากล้างตับกับคุณหมอลำดวล เราดีขึ้นมาก เรานอนหลับสนิทขึ้น ทั้งที่แต่ก่อนเรามีปัญหาเรื่องนี้ และรู้สึกโล่งภายในมันโล่งดีมาก อยากให้ทุกคนได้ลองล้างตับ

ดีใจที่ได้รู้จักคุณบีม และรู้ว่าคุณบีมมีความตั้งใจมาก และอดทนมาก เพราะคนที่เป็นสิว มีความเครียดสูงมากนะคะ และคุณบีมต้องแก้ไขตรงนี้ให้ ซึ่งทุกคนจะต้องใช้เวลาจริงๆ และเรียนรู้ว่า ตัวเราจะต้องการอย่างไร เพื่อให้เหมาะกับตัวเอง

คนที่จะเข้าใจคนที่เป็นสิวก็คือคนที่เป็นสิวด้วยกันนี่แหละค่ะ

อยากบอกคุณบีมว่า “ขอบคุณมากค่ะ”

– คุณจี –
รุ่นพี่ Beam’s Secret Solutions

cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0001cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0006cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0005cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0004cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0003cec3f86a91aff8c25d28350dadeafdd30_11497666_180819_0002

 

ไขความลับ “สิวอักเสบ” ฉบับ #บีมซีเคร็ต

สิวอักเสบและรอยแดง ในทางแพทย์แผนตะวันออกหรือองค์รวม เกิดจากไฟในตัวที่มากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะร้อนเกิน

ภาวะร้อนเกินนี้ นอกจากจะทำให้เป็นสิวอักเสบแล้ว ยังแสดงออกเป็นภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ผิวหมองคล้ำหยาบกร้าน

ฝ้า กระ ชนิดที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย

ผิวขาดน้ำ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน (กลุ่มขาดน้ำ) สิวหน้าหู สิวในหู

ร้อนใน ตัวร้อน มือเท้าร้อน

ตาเหลือง

ท้องผูก มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว

หงอกก่อนวัยอันควร

ปัสสาวะตี 1-3

เส้นเลือดขอด

ท้องอืด

หงุดหงิดง่าย

ปวดประจำเดือน เป็นลิ่มเลือด เลือดดำคล้ำ มีกลิ่นแรง

ซึ่งเป็นภาวะเสียสมดุลของร่างกายที่เกิดกับประชากรของโลกในยุคปัจจุบัน ที่อยู่ในยุคที่ เร่ง เร็ว เครียด แข่ง กันอยู่ตลอดเวลา คือ วิถีชีวิตแห่งความเร็ว แรง แข่งขันประกอบกับอาหารกลุ่มกินด่วน” fast food ทั้งหมด ที่มักจะผ่านกระบวนการ ความร้อนสูง เติมแต่ง (processed food) แปรรูปจากธรรมชาติไปมาก รวมไปถึง พิษที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ชั้นโอโซนที่บางลง โลกร้อนขึ้น ผู้คนที่จิตใจร้อนขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้คนป่วยด้วยโรคภาวะร้อนเกิน รวมทั้งสิวอักเสบและรอยแดงนี้ด้วยค่ะ

ในวันนี้ บีมได้แบ่งปัน 3 หัวข้อใหญ่ใน Live นี้คือ

1. รากเหง้าของสิวอักเสบและรอยแดง

2. วิธีทำให้ยุบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา

3. ป้องกันสิวอักเสบไม่ให้ขึ้นตลอดชีวิตและป้องกันสิวก่อนประจำเดือน

รากเหง้าของสิวอักเสบ

(สาเหตุของความร้อนที่สะสม/เพิ่มขึ้น) คือ

1. ดื่มน้ำสะอาด อุณหภูมิปกติน้อยกว่าวันละ 2.5 ลิตร

2. เครียด และ หายใจสั้น (ออกซิเจนในตัวน้อย)

3. นอนหลัง 4 ทุ่ม

4. กินอาหารฤทธิ์ร้อนมากไป

5. กินอาหารเสริมและสมุนไพรบางตัวที่มีส่วนผสมเพิ่มความร้อน และการเผาผลาญ เช่น พริกไทยดำ ตังกุย โสม ในยาตำรับรสร้อน ที่ไม่ปรับให้ฤทธิ์เป็นกลาง

6. กินอาหารรสจัด  เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม จัด

7. กินน้ำตาลมาก อาหารที่มี GI สูง เป็นประจำ

8. กินไขมันทรานส์ อาหารทอดด้วยความร้อนสูงมากและนาน

9. ดื่มชา กาแฟ ที่มีคาเฟอีน

10. แทบไม่กินผักเลย หรือไม่กินเลย หนักเนื้อ นม ไข่ ขนม

11. มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ แสงแดด ที่ทำให้มีอนุมูลอิสระในตัวสูง (สนิมในกาย) เกิดการอักเสบชนิดเรื้อรัง ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรัง

12. กินเนื้อสัตว์ยกเว้น ปลาและอาหารทะเล สำหรับบางคน แพ้ไข่ ก็อาจมีสิวขึ้น

13. กินนมวัว และโยเกิร์ตจากนมวัว

14. ช่องถอนพิษร้อนจากการ Detox

15. กินยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ สะสมมาเป็นเวลานาน

16. จิตร้อน สะสมอารมณ์กลุ่มโทษะ คือ อิจฉา ริษยา โกรธ อาฆาต ไม่ให้อภัย ไม่ปล่อยวางในอดีตที่ก่ออารมณ์เหล่านี้ (ส่งผลต่อต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรง ทำให้เป็นคนเครียดตลอดเวลา อนุมูลอิสระและความร้อนจึงมาก ตับถูกกระทำตลอดเวลา ส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกาย และทำให้ร้อนเกิน)

17. ท้องผูกเรื้อรัง (ซึ่งมักเป็นผลจากข้อ 1.-16. ที่สะสมกันมานาน) บางคนไม่มีภาวะนี้ แต่ก็มี 1.-16. ก็ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรังได้

ทำให้ยุบโดยเร็วด้วยหลักปรับสมดุล

ยิ่งร้อนเท่าไหร่ ยิ่งต้องเอาเย็นใส่เท่านั้น

แต่ห้ามดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ร้อน

1. อดอาหารล้างพิษ 1 วัน โดยจะกินผลไม้อย่างเดียวที่ฉ่ำน้ำ ไม่หวาน เช่น แก้วมังกร ชมพู แตงกวาออร์แกนิค น้ำเปล่า ก็ได้ และสามารถเพิ่ม เก๊กฮวยออร์แกนิคแบบแช่น้ำอุณหภูมิปกติดื่มได้เลยก็ได้ (เก๊กฮวย แก้การอักเสบ ถอนพิษร้อนได้ดีมาก และหาง่าย แต่ต้องหาแบบสะอาดจริงๆ) ย่านาง ใบบัวบก คั้นสด มาดื่ม หรือเป็นน้ำสกัดก็ได้ สำหรับคนไม่สะดวกคั้นเอง ทำไปตลอดวันตั้งแต่ 6.00 – 22.00 . และควรเข้านอนไม่เกิน 22.00 . ห้ามทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ให้เป็นวัน slow life ไปเลย

2. กินของสด ไม่ผ่านกระบวน ฤทธิ์ออก เย็น เบา จืด อาจมีขมได้ ถ้ากินแล้วรู้สึกดี

3. ทำโยคะหรือหายใจลึกยาวแต่เป่าออกทางปากให้มากจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย

4. นอนเร็ว

5. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2.5 ลิตร

6. งดยา เครื่องสำอาง ที่เป็นเคมีระคายเคืองผิว เช่น กลุ่มที่มีพาราเบนเป็นส่วนผสม whiteing ผลัดเซลล์ขัดผิว

7. หลีกเลี่ยง ความร้อน แสงแดด โยคะร้อน อบซาวน่า สตีม ทุกประเภท

8. อยู่ในที่สบายๆหลีกหนีสิ่งกระตุ้นต่างๆ

9. ฟังเพลงเบา ๆ มีสายน้ำไหล Tibet Bowl คือ อะไรที่ฟังแล้วเย็น ได้หมด

ป้องกันไม่ให้สิวนี้ขึ้นมาอีกตลอดไป

(รวมทั้งสิวก่อนประจำเดือน)

หัวใจคือ ต้องรักษาสมดุล ร้อนเย็น ให้ได้

ถ้าอยู่ตรงกลางได้ ก็จะไม่มีสิวอักเสบได้ตลอดไป

สำคัญมาก คือ

1. จิตที่ต้องละ โทษะ ให้หมด ให้ขาด ต้องฝึกฝนให้อภัยทานให้ได้ เพราะจิตและอารมณ์ภายในสั่งการต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนโดยตรง เมื่อปลดล็อคจุดนี้ได้ ความร้อนภายในตับ และระบบภายในจะลดลง ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดดีขึ้น เมื่อสองระบบนี้ดี ผิวพรรณจะดีขึ้น ผ่องขึ้น

2. การขัดเกลาจิตให้ผ่องใส (purifying your mind)

3. อาหารต้องสมดุล ต้องรู้จักรสอาหาร ร้อน เย็น และกินให้สมดุล ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป และปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ ฤดูกาล สถานที่ ที่เปลี่ยนแปลง

4. อย่าให้ขาดน้ำ น้ำต้องเต็มตลอด วันละอย่างน้อย 2.5 ลิตร นับเฉพาะน้ำเปล่าสะอาด อุณหภูมิห้องอย่างเดียว

5. ออกกำลังกายตามความรู้สึก เช่น เรารู้สึกร้อน ให้ออกแบบช้า เบา ให้มันเย็นลง เช่น โยคะเบา ๆ ช้า ๆ ว่ายน้ำ ถ้ารู้สึกเฉื่อย ๆ หนัก ๆ ก็ให้ออกแบบเร็ว เป็นต้น อย่าขาดการออกกำลังกาย จะช่วยระบายพลังความร้อนและเครียดที่อัดแน่นภายในได้ดี

6. เขียนระบายในไดอารี่หรือพูดให้ใครสักคนฟัง ถ้าไม่มีให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถ้าจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ต้องระบายออกนอก ต้องมีคนฟัง จะรู้สึกเบาลง และต้องเลือกคนที่จะฟังด้วย ไม่ใช่ทำให้เราร้อนขึ้นไปอีก พอระบายแล้ว ก็ฉีกเผาทิ้งได้เลย ถือว่า จบไป การเขียนระบายจะบำบัดได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ง่ายแต่ได้ผลจริง และไม่ต้องให้ใครรู้ด้วย อาจเหมาะกับคนที่ไม่ชอบให้ใครมารู้เรื่องของตัวเอง เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ

7. แผ่เมตตาเสมอ รักคนอย่างเต็มหัวใจ รักไม่เลือก ไม่แบ่ง ซึ่งแค่เอาอวิชชาหรือความเห็นผิดออก ค่อย ๆ ฝึกไป ก็จะอยู่ในสภาวะนี้ได้แน่นอน (เป็นสภาวะดั้งเดิมของแต่ละคนอยู่แล้วค่ะ)

8. งดการใช้สารที่อาจก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันที่อาจแฝงมาในเครื่องสำอางครีมบำรุงผิวยาสีฟันครีมอาบน้ำสบู่ฯลฯต้องตรวจสอบส่วนผสมของสิ่งที่ใช้ด้วยเพราะมันอาจเข้าไปเพิ่มพิษให้ตับได้

ลิงค์ที่แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม

ภาวะร้อนเย็น และการปรับสมดุลร้อนเย็น โดยหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ http://morkeaw.net

อด 24 ชม. วิทยาศาสตร์การล้างพิษบำบัดสารพัดโรค โดยนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล http://bit.ly/2AO0XqV

– Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด http://bit.ly/2OnEXVU

สิวซีเคร็ตซีรี่ย์ : ไขความลับสิวอักเสบ (สิวปิตตะ) กับบีมสิวซีเคร็ต ตอน 1 https://youtu.be/XlJmYEBfoEE

ตัวอย่างเพลงที่ทำให้พลังเย็นลงได้ https://www.youtube.com/results?search_query=water+music

ของกินเพิ่มสิวอักเสบและรอยแดง 10 อย่าง (ที่ควรงดในทันที) http://bit.ly/2OUiQan

– 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้วสิวหายขาดชัวร์! http://bit.ly/2Arwxuu

เกี่ยวกับบีม

https://acnefree101.blog/aboutbeam

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำแบบนี้

http://bit.ly/2uxD3cR

ไดอารี่รักษาสิวของบีม พ.. 2552 – 2561

http://bye-bye2acne.blogspot.com

ช่องทางการติดตาม

FaceBook : https://www.facebook.com/HolisticAcademyTH/

Line@ : http://line.me/ti/p/@holistic.academy

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ http://www.beamsecret.com

พิชิตสิวเรื้อรัง สร้างชีวิตใหม่ ได้ด้วยตัวเอง

Success Story : น้องน้ำฝน อาหารเปลี่ยนสิวได้จริง!

วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ มาอัพเดทเพื่อน ๆ กันค่ะ

มีน้องแฟนเพจ เขียนมาเล่าเรื่องราวที่เป็นผลลัพธ์จากการที่ได้ทดลองทำหลาย ๆ อย่างที่บีมสอนไว้ทุกช่องทาง (ย้ำว่าทุกช่องทาง น้องเขาอ่านละเอียดจริง ๆ และเอาไปลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ มาทุก Live ไม่ขาดการเรียนรู้เลยค่ะ) เป็นผลลัพธ์ของคนที่ “พึ่งตัวเอง”​ จริง ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ จึงขออนุญาตน้องนำเรื่องราวความสำเร็จนี้มาลงให้เพื่อน ๆ ที่กำลังติดตามและปฏิบัติอยู่ อ่านแล้วรู้สึกมีพลังใจเพิ่มขึ้นค่ะ จะได้มีแรงไปปฏิบัติกันต่อให้สำเร็จ ตามมาเลยค่ะ

collage-before-after-namphon

สวัสดีค่า หนูชื่อน้ำฝน อายุ 22 ปี อยากจะมาเรียนประสบการณ์การบำบัดสิวตัวเองค่ะ

ช่วงเดือนต้นมิ.ย.เดินทางไปตปท.เพื่อเรียนแลกเปลี่ยนเป็นเวลาเกือบ2เดือนค่ะ โดยพกอาหารสำเร็จรูป เช่น โจ๊ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องไป โดยช่วงที่ไปถึงสัปดาห์แรก ทานแต่อาหารพวกนี้เพื่อที่จะประหยัดเงินด้วย ก็ยังคิดอยู่ว่าเออมาสิงคโปร์ยังไม่ได้กินผักเลย แล้วสิ่งที่แปลกใจก็คือ อุจจาระเหม็นเน่ามาก ก็ยังคิดว่าห้องน้ำเขาไม่ดีรึเปล่า(ยังไม่รู้ตัว) แล้วที่มหาลัยก็มีชาไข่มุกอร่อย

ต่อมาพอของที่เอามาเองหมด ก็ไปซื้อมาเพิ่ม เป็นจำพวกปลากระป๋อง อาหารเวิร์ฟ บวกกับช่วงนั้นจะเป็นประจำเดือน ทำให้มีความอยากอาหารมาก กินไก่ทอดทุกวันเป็นเวลา1สัปดาห์เต็มๆ ไปเที่ยวก็เห็นว่าตัวเองพุงป่องมาก

แล้วเช้าของสัปดาห์ต่อมา ก็ต้องตกใจหน้าตัวเองเพราะสิวเม็ดเล็กๆ เต็มหน้าไปหมด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เป็นแต่หาครีมรักษาสิวมาใช้ก็ดีขึ้น แต่อยู่ๆก็มาเป็นอีกทั้งๆที่ใช้ครีมรักษาสิวตัวนั้นอยู่!!! ถามคนขายเขาก็หาว่าแพ้ครีมอะไรมารึเปล่า ทั้งๆที่ความจริงเกิดจากพฤติกรรมเราชัดๆ) วันนั้นตัดสินใจไม่ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวอีก(เพราะที่นี่ไม่มีแบรนด์ที่เราใช้ด้วย แถมราคาแพงอีก) ต้องใช้วิธีธรรมชาติจะได้ไม่เปลืองตังค์ ก็เสิร์ชหา “วิธีรักษาสิววิธีธรรมชาติ)“

แล้วก็ไปเจอคลิปครูบีมในyoutube เกี่ยวกับสิวอุดตัน ที่ว่า เกิดจากผิวขาดน้ำ กินไขมันเลว เลยตัดสินใจทำตาม แล้วเพิ่งนึกออกว่าผิวเราขาดน้ำได้ยังไง ก็คือ กินอาหารสำเร็จรูปซึ่งโซเดียมสูง ดื่มน้ำน้อย ขับถ่ายไม่ปกติ ล้างหน้ากว่าจะทาครีมผิวก็แห้งผาด

หนูเริ่มทำตามคำแนะนำครูบีมจากคลิปที่ฟังในวันที่ 3 ก.ค. ดื่มน้ำวันละ 2,500ml กินผักให้ได้ทุกมื้อ ไม่กินอาหารหวาน มัน ทอดเลย ออกกำลังกายทุกวัน ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดหน้าสิวเล็กๆหลุดติดตลอดค่ะ แล้วใช้มาส์กแบบลอกที่อ่อนโยน คอยดูดพวกสิวเล็กๆออก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

พอวันที่ 13 ก.ค.หนูเริ่มทำตารางบันทึกสุขภาพ ทำให้เรายิ่งมีวินัย หนูดื่มน้ำ Celery ปั่นแทน ถ้าชาไข่มุก (มีวันนึงอยากกินมาก เลยซื้อแบบไม่ใส่น้ำตาล ปรากฎว่าตาค้างนอนไม่หลับ เข็ดเลยค่ะ) แล้วไปเจอคลิปครูเก๋ หมอเกดธาตุเจ้าเรือน ก็เริ่มเล่นโยคะเพิ่มตอนเช้า พอกลับมาที่ไทย 31 ก.ค ทุกคนทักว่าผิวใสออร่ามาก สิวไม่สนใจมันแล้วเพราะมันน้อยลงเรื่อยๆ มีสิวขับพิษขึ้นประปรายแต่มันหายไปเองอย่างไรร่องรอย

แล้วไปอ่านเจออีกว่าเป็นสิวน่ะดีแล้ว ทำให้เรารู้ตัวกลับมาดูแลร่างกาย

ที่ครูบีมบอกว่า อาหารจะกลายเป็นผิว ทำให้การกินผักหรืออาหารที่มีประโยชน์เป็นเรื่องที่มีความสุขไม่ได้รู้สึกฝืนใจแต่อย่างใด ยิ่งทำยิ่งเชื่อเพราะเห็นผลจริงๆ

ต้องขอบคุณครูบีมที่แบ่งปันประสบการณ์ตัวเอง ทำให้คนเป็นสิว สิวหาย กลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วหนูก็ชักนำคนในครอบครัวให้ดูแลสุขภาพกันค่ะ เนื่องจากโชคดีที่บ้านหนูรู้จักหมอเขียว คุณแม่เคยไปเข้าคอร์สด้วยค่ะ เลยเข้าใจวิถีธรรมชาติ

❤️❤️❤️❤️❤️

สาเหตุและวิธีแก้ “สิวแนวกราม”

สิวแนวกราม ในที่นี้ เราจะเน้นไปที่สิวที่มีสาเหตุมาจากภายในนะคะ ไม่รวมสิวสเตียรอยด์ที่เกิดจากการทายาหรือครีม ที่มีสเตียรอยด์ หรือสิวที่เกิดจากการแพ้ครีมค่ะ

โดยจะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ไว้ที่แต่ละภาพ

ให้ทดลองปฏิบัติกันอย่างง่าย ๆ ดูก่อนค่ะ  แต่ปกติใช้วิธีการเท่านี้ ก็จะสามารถแก้ไขได้แล้ว สำหรับสิวทุกประเภทที่ขึ้นบริเวณนี้เลย

36640222_2298876443486400_6734890130403753984_o

พิษสะสมนี้ ไม่ได้มีแค่อุจจาระตกค้างเท่านั้น แม้บางคนจะขับถ่ายดี แต่การกินสารกันเสีย สารปรุงแต่งต่างๆ ในอาหารแปรรูป โลหะหนัก คลอรีนที่ผสมในน้ำประปา เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ และไปสะสมอยู่ที่ลำไส้และเกาะกับอุจจาระตกค้างในผนังลำไส้ นาน ๆ ไป หากไม่ได้ล้างออก เพราะกินผักผลไม้สดน้อย ไม่กินน้ำปั่นผักผลไม้เลย กินแต่ของ 10 อย่างที่บีมลิสต์ไว้ บวกกับอาหารผ่านกระบวนการเป็นประจำ จะทำให้มีพิษตกค้างร่วมกับอุจจาระค่ะ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกาะอยู่กับผนังลำไส้ จะสามารถถูกเซลล์ผนังลำไส้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและน้ำเหลืองได้ และไหลวนกลับเข้าสู่เลือดและน้ำเหลือง และเพิ่มภาระให้ตับ ไต จะต้องกรองของเสียออกจากเลือดเพิ่มขึ้น และพิษบางอย่าง เมื่อตกค้างนานไป และตับเสื่อมสภาพในการขจัดพิษ เพราะ นอนดึก กินดึก ไม่ถนอมตับ กินของมัน ของหวานมาก ๆ กินแอลกอฮอล์ เครียดจัด มักโมโห อดอาหารบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ จะทำให้ตับเสื่อม และกระบวนการดีท็อกซ์ที่ตับทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ซึ่งพิษจะกลายพันธุ์กลายเป็นพิษที่รุนแรงกว่าเดิมได้ แล้วยิ่งทำให้ร่างกายอักเสบ เกิดสิวบวมแดง สิวหัวหนอง เพิ่มขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ที่แนวกราม แต่สามารถกระจายได้ทั่วทั้งหน้า หลัง และอก ค่ะ อยู่ที่ว่าพิษไปกองสะสมตรงบริเวณไหนบ้าง มันก็จะขึ้นบริเวณที่สะท้อนอวัยวะและเส้นลมปราณนั้น ๆ

วิธีการแก้ปัญหา


ให้ล้างลำไส้ให้สะอาด จะด้วยสูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือสมุนไพรก็ได้ ตามแต่จะเลือกนะคะ เอาที่เรากินแล้วเห็นผลดีกับเราที่สุดและเราสบายใจที่จะกินค่ะ

สูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว คลิกดูวิธีทำที่
https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/himalayan-salt-detox-formula.html

และน้ำมันมะพร้าวก็เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้ลำไส้ระบายได้ดีขึ้น โดยทานน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะและดื่มน้ำเปล่าตามไปมาก ๆ หลังตื่นนอน ถ้าเป็นไปได้ควรดื่มให้ถึง 1 ลิตร (น้ำอุณหภูมิห้อง) และน้ำมันมะพร้าวยังช่วยฆ่าเชื้อโรคหลากหลายรูปแบบได้ด้วยค่ะ ถ้าใครที่ไม่มีปัญหาในการทานน้ำมันมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี

แต่การกินน้ำมันมะพร้าวจะทำให้คนที่เคยกินของหวาน มัน ทอด นอนดึก มานาน จนทำให้มีไขมันพอกตับ หรือไขมันเลวสะสมในร่างกาย และมีแนวโน้มเป็นสิว มีสิวขึ้นได้ในระยะแรก ๆ ซึ่งบอกระยะเวลาไม่ได้ในแต่ละคนค่ะ ถ้าไขมันเลวหมดจากตับและร่างกายเมื่อไหร่ สิวอุดตันและอักเสบก็จะหายไปเองค่ะ โดยที่เราต้องไม่รับของใหม่เพิ่มระหว่างบำบัดด้วยน้ำมันมะพร้าวเลย จะเห็นผลเร็วกว่า ไม่ต้องก้าวหน้าและถอยหลังไป ๆ มา ๆ ค่ะ เป็นวิธีที่ประหยัด แต่ต้องอดทนและปล่อยวางสูง ถ้านอยด์กับสิวขับพิษได้ง่าย ไม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ ให้เลือกวิธีด้านบนแทน คือ เกลือหิมาลัยมะนาว อาหารเสริม หรือสมุนไพร เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างช่วงเวลาล้างพิษช่วงหนึ่งค่ะ แนะนำให้ดูคลิปที่ได้สอนเกี่ยวกับการล้างพิษพื้นฐานเพิ่มเติมดังนี้


Live #บีมพบแฟนเพจ 4 ก.ค. 61 “อยากรักษาสิว อยากล้างพิษ อยากหายขาด แต่กลัวสิวขับพิษ
Live #บีมพบแฟนเพจ 18 ก.ค. 61 : 3 วิธีล้างพิษอย่างง่ายฉบับผู้เริ่มต้น

36580397_2298876336819744_3320340479534432256_o

โพรไบโอติคส์ (probiotics) คือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ถือเป็นทหารของลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันระบบใหญ่ที่สุดของร่างกาย (Dr.Axe กล่าวว่า ระบบภูมิคุ้มกัน 80% อยู่ที่ลำไส้ และแพทย์ทางเลือกหลาย ๆ ท่าน ก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพลำไส้ก่อนอย่างอื่น เพราะถ้าที่นี่ดี สุขภาพจะดีเอง)

แบคทีเรียที่มีประโยชน์นี้ โดยปกติแล้วจะเป็นแบคทีเรียที่จะสามารถมีจำนวนลดลงได้ เมื่อสภาพของลำไส้สกปรก คนนั้นมีความเครียดสูง กินยาปฏิชีวนะ (ที่ฆ่าทั้งเชื้อที่ดีและไม่ดี ยารักษาสิวก็จะมียากลุ่มนี้อยู่ด้วย) กินยาคุมกำเนิด ไม่กินผักผลไม้สดจำนวนมาก ๆ และถ้าเมื่อใดที่แบคทีเรียที่ดีนี้ลดลง จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีขยายอาณาจักร ซึ่งมีผลทำให้เกิดพิษและแก๊สพิษเป็นบริเวณกว้างในลำไส้ (เหมือนถังขยะที่หมักเน่าเหม็นไม่ได้ล้าง มีหนอนมากมาย ประมาณนั้นนะคะ) ด้วยลำไส้เช่นนี้ จะทำให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นแรง อุจจาระมีกลิ่นแรง มีกลิ่นตัว กลิ่นปากแรง และทำให้เป็นสิวและฝ้า หน้าหมองคล้ำ เป็นต้น

ระบบย่อยอาหาร ระบบดูดซึมเสียหาย ระบบขับถ่ายทำงานไม่ปกติ บ้างก็ท้องเสีย บ้างก็ท้องผูก เป็นประจำ เป็นภูมิแพ้ ป่วยบ่อย ๆ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ผิวหนังแพ้ง่าย ประเภทน้ำเหลืองเสีย มักจะมีสาเหตุมาจากตรงนี้ทั้งหมดค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัย แพทย์ นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์ สนับสนุนเรื่องคุณประโยชน์ของโพรไบโอติคส์ต่อสุขภาพมาเป็นกระแสหลักอีกกระแส และเมืองไทย มีหนังสือ Microbiota อวัยวะที่ถูกลืม โดยคุณหมอผิง ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนนะคะ ว่าการเป็นสิวเรื้อรัง อาจจะมาจากโพรไบโอติคน้อย หรือไม่มีเลยค่ะ ลองหาอ่านกันดูได้เลยค่ะ ^^

วิธีการแก้ปัญหา
ให้เติมโพรไบโอติคโดยการกินแหล่งอาหารที่มีโพรไบโอติคส์ เช่น โยเกิร์ต (ที่ไม่ทำจากนมวัว) นมหมักคีเฟอร์ ข้าวหมาก เป็นต้น (เลือกที่ไม่แพ้ ถ้าแพ้ กินแล้วจะคันสิว ไม่สบายหน้า ไม่สบายตัวใน 4-12 ชั่วโมงหลังกิน โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่กินอย่างอื่นที่น่าสงสัยว่าจะเพิ่มพิษให้ตัวเองเพิ่มหลังจากนั้น

โดยให้ดูที่ลิสต์ของกิน 10 อย่างไว้ก่อน เช็คได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/04/foods-cause-acne.html) และดื่มน้ำปั่นผักผลไม้พร้อมกันหรือในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในช่วงก่อน 9 โมง

หรืออีกสูตรที่มีกัลยาณมิตรได้ทดลองทำแล้วเห็นผลดีและแนะนำมา คือ กินโยเกิร์ตราดกล้วยดิบปั่น (สูตรคุณหมอสันติ มานะดี) ทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 ครั้ง (บีมแนะนำเป็นช่วงเช้าก่อนอาหารมื้อแรก หรือหลังตื่นนอนไม่เกิน 7 โมง)

36543852_2298876986819679_4596428417691287552_o

น้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรค เป็นอาหารของเชื้อไม่ดี เป็นอาหารของยีสต์ที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้สิวหายช้า เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน อักเสบซ้ำซ้อนบริเวณเดิม ๆ

นอกจากนี้ การกินน้ำตาลยังทำให้เกิดสิวฮอร์โมน คือ ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่ง น้ำตาลในเลือดที่ขึ้นและลงไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เกิดการผลิตฮอร์โมนผู้ชายชื่อ แอนโดรเจน ที่สูงขึ้นมาก เป็นผลทำให้มีน้ำมันถูกผลิตมากเกินไป ไขมันมาเติมเป็นอาหารเชื้อโรคในรูขุมขน และจากแค่เพียงระดับน้ำตาลที่แกว่ง ก็ส่งผลต่อเนื่องให้เซลล์ผิวผลิตมากขึ้นกว่าปกติ ก่อการอุดตันจากระดับภายในรูขุมขน ผสมกับน้ำมันที่ถูกส่งมาที่รูขุมขนมากขึ้น ก็เป็นผลให้สิวอักเสบและอุดตันมากขึ้นค่ะ

เข้าใจกลไกของการแกว่งของระดับน้ำตาลต่อการเกิดสิว หน้ามัน และอุดตันได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2009/08/1.html

วิธีการแก้ปัญหา


งดน้ำตาลได้ 100% จะหายเร็วมาก เพราะเชื้อโรคและยีสต์จะไม่ได้อาหาร มันจะตายเร็ว ถ้ามันตายหมด สิวเราจะหายค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้เลยจริง ๆ

งดมากหายเร็วมาก งดน้อยหายช้า

นั่นเท่ากับว่า ไม่งด = ไม่หาย ค่ะ

อยู่ที่ตัวเราปรับพฤติกรรมการกินและฝึกใจของเราเองค่ะ

36533233_2298877260152985_1437489450476109824_o

อาหารคัพพะ เป็นชื่อเรียกอาหารของแนวอายุรเวท ที่มีลักษณะที่หนัก เป็นครีม ข้น หวาน เค็ม ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ จะส่งผลต่อผิวบริเวณคัพพะของใบหน้าคือ กรามนั่นเอง

อาหารคัพพะ เมื่อกินมากไป อาจทำให้เกิดอาการคั่งหรือบวมน้ำ เกิดอาการหนักตัว ตัวบวม เลือดลมเดินไม่สะดวก เป็นซีสต์ เป็นต้น

อาหารกลุ่มนี้ ได้แก่ กล้วย ทุเรียน นมวัว น้ำมันมะพร้าว ชีส เนย น้ำตาล ของรสหวาน ๆ มันสัตว์ หรือมีเกลือโซเดียมสูง ๆ เป็นต้น

วิธีแก้ปัญหา 
งดกินอาหารกลุ่มนี้ไปก่อน แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรงดค่ะ เพราะร่างกายกำลังเสียสมดุล มีน้ำ มีมัน มีคัพพะมากไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหน้ามัน และมีสิวบวมน้ำขึ้นได้เช่นกัน เอาไว้สิวหายแล้ว ค่อยกลับมากินใหม่ได้ โดยไม่กินมากไปจนมีสิวขึ้นอีก36532354_2298877083486336_3544069118439194624_o

อาหารบางอย่าง เป็นของที่มีประโยชน์ แต่เราอาจจะแพ้ เช่น ไข่แดง ไข่ขาว เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล ข้าวสาลี (คนแพ้มาก) ถั่วต่าง ๆ นมต่าง ๆ ซึ่งการกินของที่เราแพ้ จะทำให้เกิดสิวแนวกรามขึ้นได้ โดยมักจะเป็นอักเสบ แบบไม่มีหัวอยู่ภายใน และมักจะมีอาการคัน ๆ สามารถหายได้เองเมื่อหยุดกินอาหารนั้น ๆ แล้ว และไม่มีการเติมเข้าไปใหม่ และมันไม่หลงเหลือตกค้างอยู่ในลำไส้หรือกระแสเลือดแล้ว

วิธีแก้ปัญหา
– ให้ทำเทสต์การแพ้อาหาร ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งค่อนข้างสูง หรือ
– ทดสอบการแพ้ด้วยตัวเอง โดยต้องคลีนร่างกายให้สะอาดหมดจดก่อน จนสิวหายไปมากที่สุด (คือเรารู้สึกได้ว่า เราสิวหายเพราะร่างกายคลีนแล้วจริง ๆ โดยให้อดอาหารล้างพิษตามสูตรนี้ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/fast-for-health.html และล้างลำไส้จนสิวยุบ หาย แล้วลองกินของต้องสงสัย วันละแค่ 1 อย่าง เช่น นมวัว ไข่แดง ไข่ขาว ถั่วเหลือง (ที่คนแพ้บ่อย ๆ) แล้วสังเกตว่า ภายใน 4-12 ชั่วโมง มีอาการหรือไม่ โดยอาหารอื่น ๆ ที่กินต้องคลีนเท่านั้นนะคะ แต่มีเพิ่มตัวเทสต์เข้าไปเพียง 1 ตัว แบบนี้เราก็จะทราบได้ค่ะ ว่าแพ้หรือไม่ ด้วยตัวเอง อาจจะใช้เวลา แต่ก็ทำให้เราเทสต์เองได้เลย โดยที่ไม่ต้องรอเก็บเงินไปทำเทสต์ค่ะ เราสามารถทดลองได้ทุกวันจนกว่าเราจะมั่นใจในผลการทดลอง (บีมยังไม่เคยเทสต์ ก็ใช้วิธีนี้ค่ะ เลยบอกได้ว่ามันเวิร์คเหมือนกัน แต่ถ้าใครแพ้เยอะจริง ๆ ก็พิจารณาการทำเทสต์ก็น่าสนใจค่ะ เพราะจะได้ตัดตัวที่แพ้ออกเลย การรักษาสิวจะเห็นผลเร็วขึ้นมาก สิวแนวนี้จะหายเร็วขึ้นมาก ถ้าไม่กินของที่แพ้)
36526999_2298876573486387_3544851347947913216_o

ผนังลำไส้อักเสบและรั่ว เป็นเหตุการณ์สืบต่อมาจาก 2 ข้อแรก กล่าวคือ ลองนึกสภาพถึงอุจจาระ ไขมันเหนียว ๆ (ไขมันทรานส์) คราบหนืดของนมวัวเหนียว ๆ ที่เกาะผนังลำไส้ ที่เกาะแบบนั้นเป็นเวลานาน ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะเหมือนกับการที่เราเอาน้ำเน่ามาป้ายผิวหน้าบริเวณเดิมซ้ำ ๆ กันทุกวัน ย่อมทำให้ผิวบริเวณนั้น อักเสบ และ มีปัญหา

ผนังลำไส้เป็นเยื่อ ย่อมมีความอ่อนไหวต่อพิษที่ผ่านมา ยิ่งถ้าพิษมันเกาะผนังลำไส้ด้วยแล้ว ก็จะทำให้ลำไส้มีปัญหาอักเสบและเกิดรูรั่วเล็ก ๆ (ไม่ใช่รูโบ๋ใหญ่นะคะ) ภาษาอังกฤษ เรียกว่า leaky gut syndrome ซึ่งในทางแพทย์ทางเลือกจะถือว่าโรคนี้มีอยู่จริง และส่งผลจริงต่อสุขภาพ ในขณะที่แพทย์กระแสหลักอาจจะยังไม่ยอมรับค่ะ แม้จะเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ก็ชัดเจนว่า เมื่อลำไส้มีสุขภาพที่ดีแล้ว สิวจะหายไปได้จริง ๆ และผิวจะแข็งแรงขึ้นจริง นั่นคือสิ่งที่ทุกคนจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรออ่านงานวิจัยเพิ่มเติมอีกค่ะ สามารถทดลองทำเองได้เลย

วิธีการแก้ปัญหา
นอกจากจะทานโพรไบโอติคส์และน้ำปั่นผักผลไม้แล้ว ซึ่งเป็นวิธีหลักในการแก้ปัญหานี้ เพราะต้องให้โพรฯ เข้าไปจัดการ เขาเป็นทหารที่จะช่วยเรื่องนี้โดยตรง ถ้าเราไม่มีเขาเพียงพอ เราจะไม่มีวันหายจากสิวเด็ดขาด ต่อให้กินอาหารเสริมที่ดีแค่ไหนก็ตาม เราจะไม่มีวันหายอย่างยั่งยืนค่ะ เราจะต้องกินอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบเพิ่มเช่น ขมิ้นชัน โอเมก้า 3 จากน้ำมันงาม้อน เมล็ดเจีย เมล็ดแฟล็ก เป็นต้น จะเป็นรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริมที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพดี หรือของสดได้ยิ่งดีค่ะ โดยให้กินเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในตอนเช้าหลังตื่นนอน ก็จะช่วยลดการอักเสบในผนังลำไส้ลงได้ค่ะ36512504_2298877166819661_1285878152899330048_o

ไขมันทรานส์ เป็นไขมันตัวร้ายที่สุด ที่ไม่ว่าแพทย์กระแสใดก็ยกให้เป็นผู้ร้ายคร่าชีวิตมนุษย์อันดับ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว ไขมันทรานส์เป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิวแนวกรามเช่นกัน ซึ่งพบได้ในของทอดด้วยน้ำมันผ่านกระบวนการ (processed oil) เบเกอรี่ส่วนใหญ่ ครีมเทียม มาการีน กลุ่มนี้ใช่ทั้งหมด ที่มักจะพบได้ในขนมเด็ก ของกรุบกรอบ ขนมถุง

ไขมันนี้เป็นพิษต่อร่างกาย 100% เข้าไปเป็นภาระของตับอย่างสูง ร่างกายย่อยไม่ได้ กำจัดออกได้ยาก ตกค้าง ติดที่ผนังลำไส้ มีแพทย์ทางเลือกหลายท่านกล่าวว่า ไขมันชนิดนี้ เมื่อเข้าไปแล้ว จะไปเกาะและเคลือบผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารและน้ำไม่ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนกินมาก แต่ยังผอม หรือบางคนดื่มน้ำมาก ก็ปัสสาวะมาก และรู้สึกร่างกายยังร้อนตลอดเวลา

มีผลการทดลองที่ชัดเจนว่า เมื่อได้ล้างไขมันชนิดนี้หรือไขมันเลวออกจากระบบร่างกายทั้งหมดแล้ว จะทำให้สิวหายได้จริง และระบบหมุนเวียนของร่างกายดีขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สุขภาพและผิวทั้งหมดยกระดับขึ้นได้รวดเร็ว (เมื่อล้างออกหมด)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับไขมันทรานส์ได้ที่เว็บของ สสส.
https://goo.gl/YtcZH4

ดูคลิปที่อธิบายเรื่องไขมันทรานส์และพิษของมันให้เข้าใจง่ายด้วยการ์ตูน
https://youtu.be/thB4V2_hcDI

ตอนนี้เป็นของพิษกฎหมายแล้วค่ะ มีกฎหมายห้ามจำหน่ายแล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2LEPfmP

วิธีแก้ปัญหา
งดกินไขมันทรานส์ 100% และล้างไขมันทรานส์เก่าออก ด้วยการล้างทุกระบบ ตับ เลือด น้ำเหลือง ลำไส้ ซึ่งสามารถกินได้ทั้งรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริม หรือทำการล้างพิษตับอย่างถูกวิธี และออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที จะทำให้สามารถผลักไขมันทรานส์ออกจากระบบร่างกายได้เร็วขึ้นค่ะ เมื่อไขมันทรานส์ออกหมด สิวทุกประเภทจะหายไปเองค่ะ พร้อมกับปัญหาหน้ามันมากก็จะหมดไปเช่นกัน36505177_2298876713486373_6361657987777429504_o

พยาธิเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปและคิดว่าตัวเองไม่มี (เพราะบีมก็เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน) แต่ อ.สุทธิวัสส์ คําภา นักธรรมชาติบำบัดเชี่ยวชาญการใช้เพนดูลั่มอ่านโรค ได้กล่าวว่า พยาธิเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพของคนไทยอีกสาเหตุหนึ่ง ที่คนไทยมองข้าม แต่พยาธิในบ้านเรามีมาก เพราะเป็นเมืองร้อน จึงควรต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอทุกเดือนหรือเมื่อรู้สึกว่ามีอาการเพลีย เหนื่อยง่าย โดยบีมแนะนำให้ถ่ายพยาธิร่วมกับการดีท็อกซ์ลำไส้ไปด้วย จะทำให้พยาธิที่ตายแล้วสามารถออกมาพร้อมกับอุจจาระได้หมด (เป็นคำแนะนำของเภสัชกรที่ร้านขายยา เขาจะให้ยาถ่ายพยาธิมาพร้อมกับยาระบาย แต่บีมใช้วิธีของตัวเองในการดีท็อกซ์โดยไม่กินยาระบาย เลือกที่เราสบายใจเลยนะคะ วิธีไหนก็ได้ ขอให้มีการดีท็อกซ์ร่วมกับการถ่ายพยาธิก็โอเคค่ะ)