306 บทความ “เปลี่ยนชีวิต” กับ 9 ปีของการทำงานด้านสิว

 

#สิวเปลี่ยนชีวิต
306 บทความ กับ บล็อกแรกในชีวิต
ที่ “เปลี่ยนชีวิต” ผู้หญิงหน้าสิวคนหนึ่ง
ไปอย่างสิ้นเชิง!

การตัดสินใจเขียนบทความลงบล็อก
#ปฏิวัติความคิดพิชิตสิว
http://bye-bye2acne.blogspot.com
ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตบีมไปอย่างสิ้นเชิง

รวมทั้งสิ้น 306 บทความที่แบ่งปันสู่สังคม…
306 บทความที่ “เปลี่ยนแปลงชีวิตคนเป็นสิว” ตลอดไป…

บีมเชื่อในพลังแห่งการ “แบ่งปัน” ค่ะ
ว่ามันคือส่วนสำคัญที่สุด
ที่ทำให้ชีวิตของบีม “เติบโต”
และมีรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ
ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

การเรียนรู้
การแบ่งปัน
การได้รับ

เป็นพลังหนุนเนื่อง
ให้ #บีมซีเคร็ต
ที่บีมตั้งใจมอบไว้เป็น
“หนทางสู่การหลุดพ้นจากวังวนสิว”
ให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไปค่ะ

บีมฝันตั้งแต่วันแรกที่ทำสำเร็จ
ว่าจะต้องทำให้คน “รู้จักวิถีนี้ให้มากๆ”

บีมฝันว่า…
ในวันหนึ่งจะต้องเป็น Community
ที่คนจะรักษาสิวด้วยวิถีธรรมชาติ
และไม่ต้องเป็นสิว ไม่ต้องกินยา
ไม่ต้องมีชีวิตสิว ๆ ที่ทนทุกข์อีกต่อไป

วันนี้ … เป็นจริงแล้วค่ะ
และมีผู้สำเร็จเพิ่มขึ้นทุกปี

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน
ในทุก ๆ รูปแบบ
ที่ทำให้ “บีมซีเคร็ต” มีวันนี้ค่ะ

และสุดท้ายแล้ว
มันก็คือ มรดก
สำหรับ “คนไทยทุกคน”…

ขอบคุณที่ช่วยกันสร้างมานะคะ
และบีมจะพัฒนามันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เท่าที่พละกำลังของตัวเองจะทำไหวค่ะ

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ทุกคนที่ได้รับประโยชน์อันใดจากแนวทางนี้ไปแล้ว
จะแบ่งปันให้กับผู้คนต่อไปค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
#บีมซีเคร็ต
https://acnefree101.blog/aboutbeam

ไขความลับ “สิวอักเสบ” ฉบับ #บีมซีเคร็ต

สิวอักเสบและรอยแดง ในทางแพทย์แผนตะวันออกหรือองค์รวม เกิดจากไฟในตัวที่มากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะร้อนเกิน

ภาวะร้อนเกินนี้ นอกจากจะทำให้เป็นสิวอักเสบแล้ว ยังแสดงออกเป็นภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ผิวหมองคล้ำหยาบกร้าน

ฝ้า กระ ชนิดที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย

ผิวขาดน้ำ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน (กลุ่มขาดน้ำ) สิวหน้าหู สิวในหู

ร้อนใน ตัวร้อน มือเท้าร้อน

ตาเหลือง

ท้องผูก มีกลิ่นปาก มีกลิ่นตัว

หงอกก่อนวัยอันควร

ปัสสาวะตี 1-3

เส้นเลือดขอด

ท้องอืด

หงุดหงิดง่าย

ปวดประจำเดือน เป็นลิ่มเลือด เลือดดำคล้ำ มีกลิ่นแรง

ซึ่งเป็นภาวะเสียสมดุลของร่างกายที่เกิดกับประชากรของโลกในยุคปัจจุบัน ที่อยู่ในยุคที่ เร่ง เร็ว เครียด แข่ง กันอยู่ตลอดเวลา คือ วิถีชีวิตแห่งความเร็ว แรง แข่งขันประกอบกับอาหารกลุ่มกินด่วน” fast food ทั้งหมด ที่มักจะผ่านกระบวนการ ความร้อนสูง เติมแต่ง (processed food) แปรรูปจากธรรมชาติไปมาก รวมไปถึง พิษที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ชั้นโอโซนที่บางลง โลกร้อนขึ้น ผู้คนที่จิตใจร้อนขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้คนป่วยด้วยโรคภาวะร้อนเกิน รวมทั้งสิวอักเสบและรอยแดงนี้ด้วยค่ะ

ในวันนี้ บีมได้แบ่งปัน 3 หัวข้อใหญ่ใน Live นี้คือ

1. รากเหง้าของสิวอักเสบและรอยแดง

2. วิธีทำให้ยุบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา

3. ป้องกันสิวอักเสบไม่ให้ขึ้นตลอดชีวิตและป้องกันสิวก่อนประจำเดือน

รากเหง้าของสิวอักเสบ

(สาเหตุของความร้อนที่สะสม/เพิ่มขึ้น) คือ

1. ดื่มน้ำสะอาด อุณหภูมิปกติน้อยกว่าวันละ 2.5 ลิตร

2. เครียด และ หายใจสั้น (ออกซิเจนในตัวน้อย)

3. นอนหลัง 4 ทุ่ม

4. กินอาหารฤทธิ์ร้อนมากไป

5. กินอาหารเสริมและสมุนไพรบางตัวที่มีส่วนผสมเพิ่มความร้อน และการเผาผลาญ เช่น พริกไทยดำ ตังกุย โสม ในยาตำรับรสร้อน ที่ไม่ปรับให้ฤทธิ์เป็นกลาง

6. กินอาหารรสจัด  เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ขม จัด

7. กินน้ำตาลมาก อาหารที่มี GI สูง เป็นประจำ

8. กินไขมันทรานส์ อาหารทอดด้วยความร้อนสูงมากและนาน

9. ดื่มชา กาแฟ ที่มีคาเฟอีน

10. แทบไม่กินผักเลย หรือไม่กินเลย หนักเนื้อ นม ไข่ ขนม

11. มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ แสงแดด ที่ทำให้มีอนุมูลอิสระในตัวสูง (สนิมในกาย) เกิดการอักเสบชนิดเรื้อรัง ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรัง

12. กินเนื้อสัตว์ยกเว้น ปลาและอาหารทะเล สำหรับบางคน แพ้ไข่ ก็อาจมีสิวขึ้น

13. กินนมวัว และโยเกิร์ตจากนมวัว

14. ช่องถอนพิษร้อนจากการ Detox

15. กินยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ สะสมมาเป็นเวลานาน

16. จิตร้อน สะสมอารมณ์กลุ่มโทษะ คือ อิจฉา ริษยา โกรธ อาฆาต ไม่ให้อภัย ไม่ปล่อยวางในอดีตที่ก่ออารมณ์เหล่านี้ (ส่งผลต่อต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนโดยตรง ทำให้เป็นคนเครียดตลอดเวลา อนุมูลอิสระและความร้อนจึงมาก ตับถูกกระทำตลอดเวลา ส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดทั่วร่างกาย และทำให้ร้อนเกิน)

17. ท้องผูกเรื้อรัง (ซึ่งมักเป็นผลจากข้อ 1.-16. ที่สะสมกันมานาน) บางคนไม่มีภาวะนี้ แต่ก็มี 1.-16. ก็ทำให้เป็นสิวอักเสบและรอยแดงเรื้อรังได้

ทำให้ยุบโดยเร็วด้วยหลักปรับสมดุล

ยิ่งร้อนเท่าไหร่ ยิ่งต้องเอาเย็นใส่เท่านั้น

แต่ห้ามดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ร้อน

1. อดอาหารล้างพิษ 1 วัน โดยจะกินผลไม้อย่างเดียวที่ฉ่ำน้ำ ไม่หวาน เช่น แก้วมังกร ชมพู แตงกวาออร์แกนิค น้ำเปล่า ก็ได้ และสามารถเพิ่ม เก๊กฮวยออร์แกนิคแบบแช่น้ำอุณหภูมิปกติดื่มได้เลยก็ได้ (เก๊กฮวย แก้การอักเสบ ถอนพิษร้อนได้ดีมาก และหาง่าย แต่ต้องหาแบบสะอาดจริงๆ) ย่านาง ใบบัวบก คั้นสด มาดื่ม หรือเป็นน้ำสกัดก็ได้ สำหรับคนไม่สะดวกคั้นเอง ทำไปตลอดวันตั้งแต่ 6.00 – 22.00 . และควรเข้านอนไม่เกิน 22.00 . ห้ามทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก ให้เป็นวัน slow life ไปเลย

2. กินของสด ไม่ผ่านกระบวน ฤทธิ์ออก เย็น เบา จืด อาจมีขมได้ ถ้ากินแล้วรู้สึกดี

3. ทำโยคะหรือหายใจลึกยาวแต่เป่าออกทางปากให้มากจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย

4. นอนเร็ว

5. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2.5 ลิตร

6. งดยา เครื่องสำอาง ที่เป็นเคมีระคายเคืองผิว เช่น กลุ่มที่มีพาราเบนเป็นส่วนผสม whiteing ผลัดเซลล์ขัดผิว

7. หลีกเลี่ยง ความร้อน แสงแดด โยคะร้อน อบซาวน่า สตีม ทุกประเภท

8. อยู่ในที่สบายๆหลีกหนีสิ่งกระตุ้นต่างๆ

9. ฟังเพลงเบา ๆ มีสายน้ำไหล Tibet Bowl คือ อะไรที่ฟังแล้วเย็น ได้หมด

ป้องกันไม่ให้สิวนี้ขึ้นมาอีกตลอดไป

(รวมทั้งสิวก่อนประจำเดือน)

หัวใจคือ ต้องรักษาสมดุล ร้อนเย็น ให้ได้

ถ้าอยู่ตรงกลางได้ ก็จะไม่มีสิวอักเสบได้ตลอดไป

สำคัญมาก คือ

1. จิตที่ต้องละ โทษะ ให้หมด ให้ขาด ต้องฝึกฝนให้อภัยทานให้ได้ เพราะจิตและอารมณ์ภายในสั่งการต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนโดยตรง เมื่อปลดล็อคจุดนี้ได้ ความร้อนภายในตับ และระบบภายในจะลดลง ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เลือดดีขึ้น เมื่อสองระบบนี้ดี ผิวพรรณจะดีขึ้น ผ่องขึ้น

2. การขัดเกลาจิตให้ผ่องใส (purifying your mind)

3. อาหารต้องสมดุล ต้องรู้จักรสอาหาร ร้อน เย็น และกินให้สมดุล ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป และปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ ฤดูกาล สถานที่ ที่เปลี่ยนแปลง

4. อย่าให้ขาดน้ำ น้ำต้องเต็มตลอด วันละอย่างน้อย 2.5 ลิตร นับเฉพาะน้ำเปล่าสะอาด อุณหภูมิห้องอย่างเดียว

5. ออกกำลังกายตามความรู้สึก เช่น เรารู้สึกร้อน ให้ออกแบบช้า เบา ให้มันเย็นลง เช่น โยคะเบา ๆ ช้า ๆ ว่ายน้ำ ถ้ารู้สึกเฉื่อย ๆ หนัก ๆ ก็ให้ออกแบบเร็ว เป็นต้น อย่าขาดการออกกำลังกาย จะช่วยระบายพลังความร้อนและเครียดที่อัดแน่นภายในได้ดี

6. เขียนระบายในไดอารี่หรือพูดให้ใครสักคนฟัง ถ้าไม่มีให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถ้าจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ต้องระบายออกนอก ต้องมีคนฟัง จะรู้สึกเบาลง และต้องเลือกคนที่จะฟังด้วย ไม่ใช่ทำให้เราร้อนขึ้นไปอีก พอระบายแล้ว ก็ฉีกเผาทิ้งได้เลย ถือว่า จบไป การเขียนระบายจะบำบัดได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ง่ายแต่ได้ผลจริง และไม่ต้องให้ใครรู้ด้วย อาจเหมาะกับคนที่ไม่ชอบให้ใครมารู้เรื่องของตัวเอง เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองนะคะ

7. แผ่เมตตาเสมอ รักคนอย่างเต็มหัวใจ รักไม่เลือก ไม่แบ่ง ซึ่งแค่เอาอวิชชาหรือความเห็นผิดออก ค่อย ๆ ฝึกไป ก็จะอยู่ในสภาวะนี้ได้แน่นอน (เป็นสภาวะดั้งเดิมของแต่ละคนอยู่แล้วค่ะ)

8. งดการใช้สารที่อาจก่อมะเร็งในชีวิตประจำวันที่อาจแฝงมาในเครื่องสำอางครีมบำรุงผิวยาสีฟันครีมอาบน้ำสบู่ฯลฯต้องตรวจสอบส่วนผสมของสิ่งที่ใช้ด้วยเพราะมันอาจเข้าไปเพิ่มพิษให้ตับได้

ลิงค์ที่แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติม

ภาวะร้อนเย็น และการปรับสมดุลร้อนเย็น โดยหมอเขียว ใจเพชร มีทรัพย์ http://morkeaw.net

อด 24 ชม. วิทยาศาสตร์การล้างพิษบำบัดสารพัดโรค โดยนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล http://bit.ly/2AO0XqV

– Dr.Jacob กับความรู้สู่การดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด http://bit.ly/2OnEXVU

สิวซีเคร็ตซีรี่ย์ : ไขความลับสิวอักเสบ (สิวปิตตะ) กับบีมสิวซีเคร็ต ตอน 1 https://youtu.be/XlJmYEBfoEE

ตัวอย่างเพลงที่ทำให้พลังเย็นลงได้ https://www.youtube.com/results?search_query=water+music

ของกินเพิ่มสิวอักเสบและรอยแดง 10 อย่าง (ที่ควรงดในทันที) http://bit.ly/2OUiQan

– 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้วสิวหายขาดชัวร์! http://bit.ly/2Arwxuu

เกี่ยวกับบีม

https://acnefree101.blog/aboutbeam

เริ่มต้นรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำแบบนี้

http://bit.ly/2uxD3cR

ไดอารี่รักษาสิวของบีม พ.. 2552 – 2561

http://bye-bye2acne.blogspot.com

ช่องทางการติดตาม

FaceBook : https://www.facebook.com/HolisticAcademyTH/

Line@ : http://line.me/ti/p/@holistic.academy

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ http://www.beamsecret.com

พิชิตสิวเรื้อรัง สร้างชีวิตใหม่ ได้ด้วยตัวเอง

Success Story : น้องน้ำฝน อาหารเปลี่ยนสิวได้จริง!

วันนี้มีเรื่องราวดี ๆ มาอัพเดทเพื่อน ๆ กันค่ะ

มีน้องแฟนเพจ เขียนมาเล่าเรื่องราวที่เป็นผลลัพธ์จากการที่ได้ทดลองทำหลาย ๆ อย่างที่บีมสอนไว้ทุกช่องทาง (ย้ำว่าทุกช่องทาง น้องเขาอ่านละเอียดจริง ๆ และเอาไปลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ มาทุก Live ไม่ขาดการเรียนรู้เลยค่ะ) เป็นผลลัพธ์ของคนที่ “พึ่งตัวเอง”​ จริง ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ จึงขออนุญาตน้องนำเรื่องราวความสำเร็จนี้มาลงให้เพื่อน ๆ ที่กำลังติดตามและปฏิบัติอยู่ อ่านแล้วรู้สึกมีพลังใจเพิ่มขึ้นค่ะ จะได้มีแรงไปปฏิบัติกันต่อให้สำเร็จ ตามมาเลยค่ะ

collage-before-after-namphon

สวัสดีค่า หนูชื่อน้ำฝน อายุ 22 ปี อยากจะมาเรียนประสบการณ์การบำบัดสิวตัวเองค่ะ

ช่วงเดือนต้นมิ.ย.เดินทางไปตปท.เพื่อเรียนแลกเปลี่ยนเป็นเวลาเกือบ2เดือนค่ะ โดยพกอาหารสำเร็จรูป เช่น โจ๊ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องไป โดยช่วงที่ไปถึงสัปดาห์แรก ทานแต่อาหารพวกนี้เพื่อที่จะประหยัดเงินด้วย ก็ยังคิดอยู่ว่าเออมาสิงคโปร์ยังไม่ได้กินผักเลย แล้วสิ่งที่แปลกใจก็คือ อุจจาระเหม็นเน่ามาก ก็ยังคิดว่าห้องน้ำเขาไม่ดีรึเปล่า(ยังไม่รู้ตัว) แล้วที่มหาลัยก็มีชาไข่มุกอร่อย

ต่อมาพอของที่เอามาเองหมด ก็ไปซื้อมาเพิ่ม เป็นจำพวกปลากระป๋อง อาหารเวิร์ฟ บวกกับช่วงนั้นจะเป็นประจำเดือน ทำให้มีความอยากอาหารมาก กินไก่ทอดทุกวันเป็นเวลา1สัปดาห์เต็มๆ ไปเที่ยวก็เห็นว่าตัวเองพุงป่องมาก

แล้วเช้าของสัปดาห์ต่อมา ก็ต้องตกใจหน้าตัวเองเพราะสิวเม็ดเล็กๆ เต็มหน้าไปหมด (ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เป็นแต่หาครีมรักษาสิวมาใช้ก็ดีขึ้น แต่อยู่ๆก็มาเป็นอีกทั้งๆที่ใช้ครีมรักษาสิวตัวนั้นอยู่!!! ถามคนขายเขาก็หาว่าแพ้ครีมอะไรมารึเปล่า ทั้งๆที่ความจริงเกิดจากพฤติกรรมเราชัดๆ) วันนั้นตัดสินใจไม่ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวอีก(เพราะที่นี่ไม่มีแบรนด์ที่เราใช้ด้วย แถมราคาแพงอีก) ต้องใช้วิธีธรรมชาติจะได้ไม่เปลืองตังค์ ก็เสิร์ชหา “วิธีรักษาสิววิธีธรรมชาติ)“

แล้วก็ไปเจอคลิปครูบีมในyoutube เกี่ยวกับสิวอุดตัน ที่ว่า เกิดจากผิวขาดน้ำ กินไขมันเลว เลยตัดสินใจทำตาม แล้วเพิ่งนึกออกว่าผิวเราขาดน้ำได้ยังไง ก็คือ กินอาหารสำเร็จรูปซึ่งโซเดียมสูง ดื่มน้ำน้อย ขับถ่ายไม่ปกติ ล้างหน้ากว่าจะทาครีมผิวก็แห้งผาด

หนูเริ่มทำตามคำแนะนำครูบีมจากคลิปที่ฟังในวันที่ 3 ก.ค. ดื่มน้ำวันละ 2,500ml กินผักให้ได้ทุกมื้อ ไม่กินอาหารหวาน มัน ทอดเลย ออกกำลังกายทุกวัน ใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดหน้าสิวเล็กๆหลุดติดตลอดค่ะ แล้วใช้มาส์กแบบลอกที่อ่อนโยน คอยดูดพวกสิวเล็กๆออก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

พอวันที่ 13 ก.ค.หนูเริ่มทำตารางบันทึกสุขภาพ ทำให้เรายิ่งมีวินัย หนูดื่มน้ำ Celery ปั่นแทน ถ้าชาไข่มุก (มีวันนึงอยากกินมาก เลยซื้อแบบไม่ใส่น้ำตาล ปรากฎว่าตาค้างนอนไม่หลับ เข็ดเลยค่ะ) แล้วไปเจอคลิปครูเก๋ หมอเกดธาตุเจ้าเรือน ก็เริ่มเล่นโยคะเพิ่มตอนเช้า พอกลับมาที่ไทย 31 ก.ค ทุกคนทักว่าผิวใสออร่ามาก สิวไม่สนใจมันแล้วเพราะมันน้อยลงเรื่อยๆ มีสิวขับพิษขึ้นประปรายแต่มันหายไปเองอย่างไรร่องรอย

แล้วไปอ่านเจออีกว่าเป็นสิวน่ะดีแล้ว ทำให้เรารู้ตัวกลับมาดูแลร่างกาย

ที่ครูบีมบอกว่า อาหารจะกลายเป็นผิว ทำให้การกินผักหรืออาหารที่มีประโยชน์เป็นเรื่องที่มีความสุขไม่ได้รู้สึกฝืนใจแต่อย่างใด ยิ่งทำยิ่งเชื่อเพราะเห็นผลจริงๆ

ต้องขอบคุณครูบีมที่แบ่งปันประสบการณ์ตัวเอง ทำให้คนเป็นสิว สิวหาย กลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง แล้วหนูก็ชักนำคนในครอบครัวให้ดูแลสุขภาพกันค่ะ เนื่องจากโชคดีที่บ้านหนูรู้จักหมอเขียว คุณแม่เคยไปเข้าคอร์สด้วยค่ะ เลยเข้าใจวิถีธรรมชาติ

❤️❤️❤️❤️❤️

บีมเผย 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้ว “สิวหายขาด” ชัวร์!

วันนี้ บีมได้สรุป “พฤติกรรม” ที่บีมได้สั่งสมมาจากผลึกประสบการณ์และการเรียนรู้ 9 ปี (พ.ศ. 2552 – 2561) ที่ทำให้บีมสิวหายอย่างยั่งยืน และ เหมือนมีชีวิตที่ “เกิดใหม่” ในทุก ๆ ด้านจริง ๆ ค่ะ ใครทำได้ครบทุกข้อ รับรองว่า ผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ก็ต้องได้แน่นอน

collage-beam-before-after-9years-50-behaves
สต็อครวมรูป Before ช่วง 9 ปีที่ผ่านมา http://bit.ly/2MfynQ8
  1. ล้างหน้าและดูแลผิววันละ 2 ครั้ง (ต้องมีวินัย)
  2. ล้างหน้าให้สะอาด ตามวิธีที่แนะนำในคลิป “ฝึกล้างหน้าอย่างง่าย สิวลดลงได้กว่า 50% ใน 30 วัน
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิว จะเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิค ก็สุดแล้วแต่ ต้องปลอดสารพาราเบน
  4. ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดหน้าแทนผ้าขนหนู
  5. ใช้สำลีที่ไม่ขูดขีดผิวหน้า
  6. น้ำที่ใช้กับหน้าต้องสะอาด
  7. เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเบน SLS, SLES ตะกั่ว และสารก่อมะเร็งทุกชนิด (สบู่ แชมพู แป้ง ลิป ฯลฯ)
  8. เลิกกินยาพร่ำเพรื่อ ใช้ยาให้น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใช้เลย
  9. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม
  10. ตื่นก่อน 6 โมงแบบอัตโนมัติ ไม่ใช้นาฬิกาปลุก
  11. นั่งสมาธิหลังตื่นนอนอย่างน้อย 12 นาทีก่อนไปทำอย่างอื่น (ถ้าปวดเข้าห้องน้ำ ให้ไปก่อน ทำบนเตียงได้เลย)
  12. ขับถ่ายออกหมด (สุด) ก่อน 7 โมงเช้า
  13. ดื่มน้ำมะนาว 300 มล. หลังตื่นนอนให้หมดรวดเดียวแล้ววิ่งเหยาะ ๆ นวดท้อง ทำท่าอุทธิยานะพันธะช่วยขับของเสียตกค้างตอนเช้า
  14. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องอีก 700 มล. ให้หมดภายใน 1 ชม.หลังตื่นนอน
  15. ออกกำลังกายช่วง ตี 5 – 7 โมง (เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกาย)
  16. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ (ต่อเนื่องกันจนหัวใจเต้นเร็วและรู้สึกสดชื่น)
  17. อบตัว นวดตัว ทำ Dry Brushing สัปดาห์ละอย่างน้อย 1 ครั้ง
  18. ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ เน้นผักใบเขียว ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดี ผสมแก้วมังกร และน้ำมันเมล็ดชา หรือ น้ำมันงาม้อน หรือ น้ำมันมะกอก แบบสกัดเย็น 250-300 มล. เป็นมื้อแรกของวัน
  19. กินข้าวเช้าไม่เกิน 9 โมง ถ้าไม่ทันกินก่อน 9 โมงให้ยกไปกินช่วง 11.00 – 13.00 น. ไปเลย (ถ้ากินข้าวเที่ยงตอน 11.00 – 13.00 น. ก็ไม่ต้องกินมื้อกลางวันอีก เพราะ ถือว่ากินควบไปแล้ว)
  20. ดื่มแค่น้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง (คุณภาพของน้ำมีผลต่อสุขภาพมาก) งดเว้นเครื่องดื่มอื่นทั้งหมด ยกเว้นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน น้ำคั้นจากสมุนไพร และน้ำสกัด/ปั่น ผักผลไม้สด สามารถดื่มร่วมกันได้
  21. ไม่ดื่มน้ำเปล่าเย็นเลย!
  22. ไม่ดื่มน้ำก่อนกินอาหารทุกมื้ออย่างน้อย 20 นาที และหลังอาหาร 30 นาที หากต้องการดื่มเพราะกระหายจริง ๆ ให้ดื่มเพียงแก้วกาแฟเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ จิบให้หมดก่อนอาหารจะมาประมาณ 20 นาที
  23. จิบน้ำอุณหภูมิห้องให้ได้ตลอดวัน โดยค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ
  24. ดื่มน้ำให้ครบ 2.5 ลิตรต่อวัน (นับเฉพาะน้ำเปล่าไม่เย็น)
  25. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องก่อนนอน 1 แก้ว (250 มล. เพื่อช่วยให้น้ำดีและตับทำงานได้ดีช่วงเรานอน)
  26. ถ้าไปอบซาวน่าหรือออกกำลังกาย ให้ดื่มน้ำไม่เย็นก่อน 1 แก้ว และจิบดื่มไปเรื่อย ๆ ขณะทำกิจกรรมได้ เพราะต้องไปชดเชยน้ำที่สูญเสียไป
  27. ก่อนมื้อเที่ยง คนส่วนใหญ่จะมีภาวะกระหายน้ำและร้อนเกิน ให้ดื่มน้ำย่านาง/ชามะระ/ขมิ้นชัน (เป็นแคปซูลได้ แต่ถ้าเป็นน้ำจะดีที่สุด เพราะดูดซึมได้เร็ว) ก่อนมื้ออาหารประมาณ 20 นาที
  28. หากกินเนื้อสัตว์ ของมัน ของทอด (อย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ) ให้ดื่มชา Peppermint อุ่น ๆ ตามมื้อนั้นไปด้วย และถ้าเป็นไปได้ ควรกิน Honey Cider (เดี๋ยวนี้มีขายในห้างแล้วแบบสำเร็จรูป ราคาสูงหน่อยแต่สะดวกดีถ้าจะกินหลังมื้ออาหารนอกบ้านค่ะ) หรือมาทำกินเองโดยใช้ Apple Cider + น้ำผึ้ง อัตราส่วนอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันด้วยช้อนพลาสติกหรือไม้ (ห้ามใช้โลหะ) แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องลงไปก่อนสัก 1/2 แก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปอีก 1/2 แก้วที่เหลือ หรือ ปรับได้ตามเหมาะสม ให้มีความอุ่นพอประมาณ​ (อย่าเติมน้ำร้อนลงบนน้ำผึ้ง อาจทำให้เสียเอ็นไซม์ ให้เติมน้ำอุณหภูมิห้องก่อน) ถ้าร้อนไปไม่ดี เย็นไปไม่ดี ตัวนี้จะช่วยย่อยอาหารได้ อาหารไม่ตกค้าง สิวจะไม่ขึ้น
  29. มื้อไหนกินของหวานและเค็ม (มีโซเดียมสูง) ให้กินอาหารรสขม เช่น ชามะระอุ่น ๆ น้ำผักสีเขียว ๆ แบบคั้นสด หรือ ชงอบเชยกิน เข้าไปปรับสมดุล (มะระ อบเชย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รสขมทำให้ความมัน หวาน ลดลง ทำให้ลดโอกาสก่อสิวแนวกราม คางได้)
  30. ล้างลำไส้และอดอาหารล้างพิษสัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันหยุดทำงาน
  31. ดีท็อกซ์ตับปีละ 1-2 ครั้ง
  32. เลือกกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือนหลักและรอง (แพทย์แผนไทย) ตามโดชา(แพทย์แผนอายุรเวท) ตามกรุ๊ปเลือด(แพทย์แผนตะวันตก) ถนัดหลักไหน กินตามหลักนั้นให้คล่อง และผสมผสานกันได้ บีมพบว่ามันไปทางเดียวกันค่ะ การกินอาหารที่เหมาะกับตัวเอง จะทำให้สิวหายเร็วขึ้นมาก
  33. ไม่กินอาหารที่ผสมไขมันทรานส์ โดยเด็ดขาด (ที่ตอนนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้วค่ะ) นี่คือตัวการหลักของ “สิวเรื้อรัง” ที่ต้องล้างพิษออกให้หมดจึงจะหายได้ถาวร บีมรวบรวมรูปภาพข้อมูลส่วนผสมของอาหารที่มีไขมันทรานส์ ที่หลายคนเห็นแล้วจะต้องช็อค เพราะว่าได้กินมาแล้วเยอะพอสมควร http://bit.ly/2LEPfmP
  34. ไม่กินอาหาร 10 อย่างที่บีมสรุปเอาไว้ให้ให้ได้มากที่สุด ถ้าหักดิบ สิวจะหายเร็วมาก!
  35. อ่านและทำตามหนังสือ “อาหารเปลี่ยนสิว” ให้ได้และทำจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  36. เจริญสติ รู้เท่าทันอารมณ์และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเองแบบชัดเจนจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  37. ศึกษาข้อปฏิบัติของศาสนาและปฏิบัติตามอย่างเข้าใจและตั้งใจจริง ต้องเป็นคำสอนที่ “ตรง” กับความเป็นจริงของธรรมชาติ ปฏิบัติแล้วมีความสุขกาย สุขใจ เบาสบาย ไม่เบียดเบียนตัวเอง
  38. เมตตาตัวเอง กำจัดพิษตกค้างในจิตใจ อารมณ์ขุ่นมัวทั้งหมดให้ออกไป รักตัวเองได้อย่างแท้จริง แนะนำให้ดูคลิปนี้เพิ่มเติมนะคะ

    เทคนิค เลิกใจร้ายกับตัวเอง Be Your Own Best Friend Class 2

  39. หากิจกรรมทำประโยชน์เพื่อสังคม บำเพ็ญประโยชน์ เป็นประจำ และทุกโอกาสที่ทำได้
  40. เลิกบ่นกับทุกเรื่องในชีวิต แนะนำให้ดูคลิปนี้นะคะ

    เลิกบ่นซะที! โฟกัสเรื่องดีๆ!แล้วชีวิตจะดีขึ้นมากมาย Class 1

  41. ถามคำถามว่า “จะทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้ด้วยดี” “จะทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยดี” แทนคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” “ทำไมต้องเกิดกับฉัน”
  42. เขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นวันละอย่างน้อย 1 อย่างในสมุดจดน่ารัก ๆ ก่อนนอน
  43. ทบทวนเหตุการณ์ในชีวิต อารมณ์ ความรู้สึก ทุกอย่างที่อยู่ในจิตก่อนนอน อะไรที่ทำแล้วไม่สบายใจ ให้อภัยตัวเองแล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำอีกในวันต่อไป
  44. นั่งสมาธิ และ สวดมนต์ / ภาวนา ก่อนนอน (ถ้าทำได้จะดีมาก ๆ)
  45. ฟังเพลง Chakra Healing Music ก่อนนอน จนหลับไปพร้อมกับเพลงได้เลย (จะปรับพลังงานตอนนอน ตื่นมามีพลัง ถ้าป่วยอยู่จะหายเร็วขึ้น)
  46. รู้จักหน้าที่ของตัวเอง และทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต แนะนำให้อ่านหนังสือของคุณบอย วิสูตร แล้วทำ “ฉันเปลี่ยนเพราะเขียนเป้า”
  47. บริหารเงินให้ดี ต้องมีความรู้ทางการเงิน มีสุขภาพทางการเงินที่ดี แนะนำให้เรียนรู้กับโค้ชหนุ่ม Money Coach
  48. ตั้งเป้าหมายให้เปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรัก ถนัด ทำได้ดี ทำให้มีรายได้และชีวิตที่ต้องการไปพร้อม ๆ กัน (ไม่ต้องตั้งว่าจะรวย ให้ตั้งว่าจะมีชีวิตอย่างที่ต้องการ ออกแบบ แล้วสานต่อให้เป็นจริง)
  49. รักษาสัจจะ รักษาคำพูด และดูแลความสัมพันธ์กับทุกสิ่งให้ดี ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต รู้ว่าต้องรักและดูแลใคร ให้คนใกล้ตัวมาก่อนเสมอ อยากให้อ่านสรุปงานวิจัยของ Harvard ที่ทำการศึกษามากว่า 80 ปี ว่า “อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนมีความสุข ชีวิตและสุขภาพที่ดี?” คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข่าวค่ะต้นฉบับค่ะ
  50. หาโอกาสอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด

 

คลิปที่อยากแนะนำค่ะ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ สิวหายขาด และ ชีวิตดีขึ้นทุกด้านจริง ๆ
และบีมเปลี่ยนตัวเองให้สุขมาก ทุกข์น้อย ได้จริงจากคลิปนี้ด้วยค่ะ
(ทุกคลิปของคุณหนูดีที่บีมให้ไว้ที่นี่ บีมดูแล้วเอาไปทำมาหมดแล้วค่ะ เวิร์คจริง)

นิสัยที่ทำให้ “ลุกได้” ทุกครั้งที่ล้ม Class 3

 

ฝากคลิปสุดท้าย สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่า “ฉันจะเปลี่ยนชะตาชีวิตและผิวของตัวเองได้จริงหรือ”?
ตั้งแต่บีมเจอคลิปนี้ บีมก็มั่นใจค่ะว่า “เราทุกคนสร้างชีวิตในแบบตัวเองออกแบบได้เสมอ” ลองดูเองและเอาไปทำค่ะ! สำคัญคือ ทำ ทัน ที!

 

 

สาเหตุและวิธีแก้ “สิวแนวกราม”

สิวแนวกราม ในที่นี้ เราจะเน้นไปที่สิวที่มีสาเหตุมาจากภายในนะคะ ไม่รวมสิวสเตียรอยด์ที่เกิดจากการทายาหรือครีม ที่มีสเตียรอยด์ หรือสิวที่เกิดจากการแพ้ครีมค่ะ

โดยจะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ไว้ที่แต่ละภาพ

ให้ทดลองปฏิบัติกันอย่างง่าย ๆ ดูก่อนค่ะ  แต่ปกติใช้วิธีการเท่านี้ ก็จะสามารถแก้ไขได้แล้ว สำหรับสิวทุกประเภทที่ขึ้นบริเวณนี้เลย

36640222_2298876443486400_6734890130403753984_o

พิษสะสมนี้ ไม่ได้มีแค่อุจจาระตกค้างเท่านั้น แม้บางคนจะขับถ่ายดี แต่การกินสารกันเสีย สารปรุงแต่งต่างๆ ในอาหารแปรรูป โลหะหนัก คลอรีนที่ผสมในน้ำประปา เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ และไปสะสมอยู่ที่ลำไส้และเกาะกับอุจจาระตกค้างในผนังลำไส้ นาน ๆ ไป หากไม่ได้ล้างออก เพราะกินผักผลไม้สดน้อย ไม่กินน้ำปั่นผักผลไม้เลย กินแต่ของ 10 อย่างที่บีมลิสต์ไว้ บวกกับอาหารผ่านกระบวนการเป็นประจำ จะทำให้มีพิษตกค้างร่วมกับอุจจาระค่ะ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกาะอยู่กับผนังลำไส้ จะสามารถถูกเซลล์ผนังลำไส้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและน้ำเหลืองได้ และไหลวนกลับเข้าสู่เลือดและน้ำเหลือง และเพิ่มภาระให้ตับ ไต จะต้องกรองของเสียออกจากเลือดเพิ่มขึ้น และพิษบางอย่าง เมื่อตกค้างนานไป และตับเสื่อมสภาพในการขจัดพิษ เพราะ นอนดึก กินดึก ไม่ถนอมตับ กินของมัน ของหวานมาก ๆ กินแอลกอฮอล์ เครียดจัด มักโมโห อดอาหารบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ จะทำให้ตับเสื่อม และกระบวนการดีท็อกซ์ที่ตับทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ซึ่งพิษจะกลายพันธุ์กลายเป็นพิษที่รุนแรงกว่าเดิมได้ แล้วยิ่งทำให้ร่างกายอักเสบ เกิดสิวบวมแดง สิวหัวหนอง เพิ่มขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ที่แนวกราม แต่สามารถกระจายได้ทั่วทั้งหน้า หลัง และอก ค่ะ อยู่ที่ว่าพิษไปกองสะสมตรงบริเวณไหนบ้าง มันก็จะขึ้นบริเวณที่สะท้อนอวัยวะและเส้นลมปราณนั้น ๆ

วิธีการแก้ปัญหา


ให้ล้างลำไส้ให้สะอาด จะด้วยสูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือสมุนไพรก็ได้ ตามแต่จะเลือกนะคะ เอาที่เรากินแล้วเห็นผลดีกับเราที่สุดและเราสบายใจที่จะกินค่ะ

สูตรเกลือหิมาลัยผสมมะนาว คลิกดูวิธีทำที่
https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/himalayan-salt-detox-formula.html

และน้ำมันมะพร้าวก็เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยให้ลำไส้ระบายได้ดีขึ้น โดยทานน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะและดื่มน้ำเปล่าตามไปมาก ๆ หลังตื่นนอน ถ้าเป็นไปได้ควรดื่มให้ถึง 1 ลิตร (น้ำอุณหภูมิห้อง) และน้ำมันมะพร้าวยังช่วยฆ่าเชื้อโรคหลากหลายรูปแบบได้ด้วยค่ะ ถ้าใครที่ไม่มีปัญหาในการทานน้ำมันมะพร้าว ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี

แต่การกินน้ำมันมะพร้าวจะทำให้คนที่เคยกินของหวาน มัน ทอด นอนดึก มานาน จนทำให้มีไขมันพอกตับ หรือไขมันเลวสะสมในร่างกาย และมีแนวโน้มเป็นสิว มีสิวขึ้นได้ในระยะแรก ๆ ซึ่งบอกระยะเวลาไม่ได้ในแต่ละคนค่ะ ถ้าไขมันเลวหมดจากตับและร่างกายเมื่อไหร่ สิวอุดตันและอักเสบก็จะหายไปเองค่ะ โดยที่เราต้องไม่รับของใหม่เพิ่มระหว่างบำบัดด้วยน้ำมันมะพร้าวเลย จะเห็นผลเร็วกว่า ไม่ต้องก้าวหน้าและถอยหลังไป ๆ มา ๆ ค่ะ เป็นวิธีที่ประหยัด แต่ต้องอดทนและปล่อยวางสูง ถ้านอยด์กับสิวขับพิษได้ง่าย ไม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ ให้เลือกวิธีด้านบนแทน คือ เกลือหิมาลัยมะนาว อาหารเสริม หรือสมุนไพร เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างช่วงเวลาล้างพิษช่วงหนึ่งค่ะ แนะนำให้ดูคลิปที่ได้สอนเกี่ยวกับการล้างพิษพื้นฐานเพิ่มเติมดังนี้


Live #บีมพบแฟนเพจ 4 ก.ค. 61 “อยากรักษาสิว อยากล้างพิษ อยากหายขาด แต่กลัวสิวขับพิษ
Live #บีมพบแฟนเพจ 18 ก.ค. 61 : 3 วิธีล้างพิษอย่างง่ายฉบับผู้เริ่มต้น

36580397_2298876336819744_3320340479534432256_o

โพรไบโอติคส์ (probiotics) คือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ถือเป็นทหารของลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันระบบใหญ่ที่สุดของร่างกาย (Dr.Axe กล่าวว่า ระบบภูมิคุ้มกัน 80% อยู่ที่ลำไส้ และแพทย์ทางเลือกหลาย ๆ ท่าน ก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพลำไส้ก่อนอย่างอื่น เพราะถ้าที่นี่ดี สุขภาพจะดีเอง)

แบคทีเรียที่มีประโยชน์นี้ โดยปกติแล้วจะเป็นแบคทีเรียที่จะสามารถมีจำนวนลดลงได้ เมื่อสภาพของลำไส้สกปรก คนนั้นมีความเครียดสูง กินยาปฏิชีวนะ (ที่ฆ่าทั้งเชื้อที่ดีและไม่ดี ยารักษาสิวก็จะมียากลุ่มนี้อยู่ด้วย) กินยาคุมกำเนิด ไม่กินผักผลไม้สดจำนวนมาก ๆ และถ้าเมื่อใดที่แบคทีเรียที่ดีนี้ลดลง จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีขยายอาณาจักร ซึ่งมีผลทำให้เกิดพิษและแก๊สพิษเป็นบริเวณกว้างในลำไส้ (เหมือนถังขยะที่หมักเน่าเหม็นไม่ได้ล้าง มีหนอนมากมาย ประมาณนั้นนะคะ) ด้วยลำไส้เช่นนี้ จะทำให้ลมที่ผายออกมามีกลิ่นแรง อุจจาระมีกลิ่นแรง มีกลิ่นตัว กลิ่นปากแรง และทำให้เป็นสิวและฝ้า หน้าหมองคล้ำ เป็นต้น

ระบบย่อยอาหาร ระบบดูดซึมเสียหาย ระบบขับถ่ายทำงานไม่ปกติ บ้างก็ท้องเสีย บ้างก็ท้องผูก เป็นประจำ เป็นภูมิแพ้ ป่วยบ่อย ๆ ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ผิวหนังแพ้ง่าย ประเภทน้ำเหลืองเสีย มักจะมีสาเหตุมาจากตรงนี้ทั้งหมดค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัย แพทย์ นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์ สนับสนุนเรื่องคุณประโยชน์ของโพรไบโอติคส์ต่อสุขภาพมาเป็นกระแสหลักอีกกระแส และเมืองไทย มีหนังสือ Microbiota อวัยวะที่ถูกลืม โดยคุณหมอผิง ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนนะคะ ว่าการเป็นสิวเรื้อรัง อาจจะมาจากโพรไบโอติคน้อย หรือไม่มีเลยค่ะ ลองหาอ่านกันดูได้เลยค่ะ ^^

วิธีการแก้ปัญหา
ให้เติมโพรไบโอติคโดยการกินแหล่งอาหารที่มีโพรไบโอติคส์ เช่น โยเกิร์ต (ที่ไม่ทำจากนมวัว) นมหมักคีเฟอร์ ข้าวหมาก เป็นต้น (เลือกที่ไม่แพ้ ถ้าแพ้ กินแล้วจะคันสิว ไม่สบายหน้า ไม่สบายตัวใน 4-12 ชั่วโมงหลังกิน โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่กินอย่างอื่นที่น่าสงสัยว่าจะเพิ่มพิษให้ตัวเองเพิ่มหลังจากนั้น

โดยให้ดูที่ลิสต์ของกิน 10 อย่างไว้ก่อน เช็คได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/04/foods-cause-acne.html) และดื่มน้ำปั่นผักผลไม้พร้อมกันหรือในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในช่วงก่อน 9 โมง

หรืออีกสูตรที่มีกัลยาณมิตรได้ทดลองทำแล้วเห็นผลดีและแนะนำมา คือ กินโยเกิร์ตราดกล้วยดิบปั่น (สูตรคุณหมอสันติ มานะดี) ทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 ครั้ง (บีมแนะนำเป็นช่วงเช้าก่อนอาหารมื้อแรก หรือหลังตื่นนอนไม่เกิน 7 โมง)

36543852_2298876986819679_4596428417691287552_o

น้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรค เป็นอาหารของเชื้อไม่ดี เป็นอาหารของยีสต์ที่ไม่ดี ซึ่งจะทำให้สิวหายช้า เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน อักเสบซ้ำซ้อนบริเวณเดิม ๆ

นอกจากนี้ การกินน้ำตาลยังทำให้เกิดสิวฮอร์โมน คือ ทำให้น้ำตาลในเลือดแกว่ง น้ำตาลในเลือดที่ขึ้นและลงไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เกิดการผลิตฮอร์โมนผู้ชายชื่อ แอนโดรเจน ที่สูงขึ้นมาก เป็นผลทำให้มีน้ำมันถูกผลิตมากเกินไป ไขมันมาเติมเป็นอาหารเชื้อโรคในรูขุมขน และจากแค่เพียงระดับน้ำตาลที่แกว่ง ก็ส่งผลต่อเนื่องให้เซลล์ผิวผลิตมากขึ้นกว่าปกติ ก่อการอุดตันจากระดับภายในรูขุมขน ผสมกับน้ำมันที่ถูกส่งมาที่รูขุมขนมากขึ้น ก็เป็นผลให้สิวอักเสบและอุดตันมากขึ้นค่ะ

เข้าใจกลไกของการแกว่งของระดับน้ำตาลต่อการเกิดสิว หน้ามัน และอุดตันได้ที่ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2009/08/1.html

วิธีการแก้ปัญหา


งดน้ำตาลได้ 100% จะหายเร็วมาก เพราะเชื้อโรคและยีสต์จะไม่ได้อาหาร มันจะตายเร็ว ถ้ามันตายหมด สิวเราจะหายค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้เลยจริง ๆ

งดมากหายเร็วมาก งดน้อยหายช้า

นั่นเท่ากับว่า ไม่งด = ไม่หาย ค่ะ

อยู่ที่ตัวเราปรับพฤติกรรมการกินและฝึกใจของเราเองค่ะ

36533233_2298877260152985_1437489450476109824_o

อาหารคัพพะ เป็นชื่อเรียกอาหารของแนวอายุรเวท ที่มีลักษณะที่หนัก เป็นครีม ข้น หวาน เค็ม ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ จะส่งผลต่อผิวบริเวณคัพพะของใบหน้าคือ กรามนั่นเอง

อาหารคัพพะ เมื่อกินมากไป อาจทำให้เกิดอาการคั่งหรือบวมน้ำ เกิดอาการหนักตัว ตัวบวม เลือดลมเดินไม่สะดวก เป็นซีสต์ เป็นต้น

อาหารกลุ่มนี้ ได้แก่ กล้วย ทุเรียน นมวัว น้ำมันมะพร้าว ชีส เนย น้ำตาล ของรสหวาน ๆ มันสัตว์ หรือมีเกลือโซเดียมสูง ๆ เป็นต้น

วิธีแก้ปัญหา 
งดกินอาหารกลุ่มนี้ไปก่อน แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ควรงดค่ะ เพราะร่างกายกำลังเสียสมดุล มีน้ำ มีมัน มีคัพพะมากไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหน้ามัน และมีสิวบวมน้ำขึ้นได้เช่นกัน เอาไว้สิวหายแล้ว ค่อยกลับมากินใหม่ได้ โดยไม่กินมากไปจนมีสิวขึ้นอีก36532354_2298877083486336_3544069118439194624_o

อาหารบางอย่าง เป็นของที่มีประโยชน์ แต่เราอาจจะแพ้ เช่น ไข่แดง ไข่ขาว เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล ข้าวสาลี (คนแพ้มาก) ถั่วต่าง ๆ นมต่าง ๆ ซึ่งการกินของที่เราแพ้ จะทำให้เกิดสิวแนวกรามขึ้นได้ โดยมักจะเป็นอักเสบ แบบไม่มีหัวอยู่ภายใน และมักจะมีอาการคัน ๆ สามารถหายได้เองเมื่อหยุดกินอาหารนั้น ๆ แล้ว และไม่มีการเติมเข้าไปใหม่ และมันไม่หลงเหลือตกค้างอยู่ในลำไส้หรือกระแสเลือดแล้ว

วิธีแก้ปัญหา
– ให้ทำเทสต์การแพ้อาหาร ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งค่อนข้างสูง หรือ
– ทดสอบการแพ้ด้วยตัวเอง โดยต้องคลีนร่างกายให้สะอาดหมดจดก่อน จนสิวหายไปมากที่สุด (คือเรารู้สึกได้ว่า เราสิวหายเพราะร่างกายคลีนแล้วจริง ๆ โดยให้อดอาหารล้างพิษตามสูตรนี้ https://bye-bye2acne.blogspot.com/2017/06/fast-for-health.html และล้างลำไส้จนสิวยุบ หาย แล้วลองกินของต้องสงสัย วันละแค่ 1 อย่าง เช่น นมวัว ไข่แดง ไข่ขาว ถั่วเหลือง (ที่คนแพ้บ่อย ๆ) แล้วสังเกตว่า ภายใน 4-12 ชั่วโมง มีอาการหรือไม่ โดยอาหารอื่น ๆ ที่กินต้องคลีนเท่านั้นนะคะ แต่มีเพิ่มตัวเทสต์เข้าไปเพียง 1 ตัว แบบนี้เราก็จะทราบได้ค่ะ ว่าแพ้หรือไม่ ด้วยตัวเอง อาจจะใช้เวลา แต่ก็ทำให้เราเทสต์เองได้เลย โดยที่ไม่ต้องรอเก็บเงินไปทำเทสต์ค่ะ เราสามารถทดลองได้ทุกวันจนกว่าเราจะมั่นใจในผลการทดลอง (บีมยังไม่เคยเทสต์ ก็ใช้วิธีนี้ค่ะ เลยบอกได้ว่ามันเวิร์คเหมือนกัน แต่ถ้าใครแพ้เยอะจริง ๆ ก็พิจารณาการทำเทสต์ก็น่าสนใจค่ะ เพราะจะได้ตัดตัวที่แพ้ออกเลย การรักษาสิวจะเห็นผลเร็วขึ้นมาก สิวแนวนี้จะหายเร็วขึ้นมาก ถ้าไม่กินของที่แพ้)
36526999_2298876573486387_3544851347947913216_o

ผนังลำไส้อักเสบและรั่ว เป็นเหตุการณ์สืบต่อมาจาก 2 ข้อแรก กล่าวคือ ลองนึกสภาพถึงอุจจาระ ไขมันเหนียว ๆ (ไขมันทรานส์) คราบหนืดของนมวัวเหนียว ๆ ที่เกาะผนังลำไส้ ที่เกาะแบบนั้นเป็นเวลานาน ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็จะเหมือนกับการที่เราเอาน้ำเน่ามาป้ายผิวหน้าบริเวณเดิมซ้ำ ๆ กันทุกวัน ย่อมทำให้ผิวบริเวณนั้น อักเสบ และ มีปัญหา

ผนังลำไส้เป็นเยื่อ ย่อมมีความอ่อนไหวต่อพิษที่ผ่านมา ยิ่งถ้าพิษมันเกาะผนังลำไส้ด้วยแล้ว ก็จะทำให้ลำไส้มีปัญหาอักเสบและเกิดรูรั่วเล็ก ๆ (ไม่ใช่รูโบ๋ใหญ่นะคะ) ภาษาอังกฤษ เรียกว่า leaky gut syndrome ซึ่งในทางแพทย์ทางเลือกจะถือว่าโรคนี้มีอยู่จริง และส่งผลจริงต่อสุขภาพ ในขณะที่แพทย์กระแสหลักอาจจะยังไม่ยอมรับค่ะ แม้จะเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ก็ชัดเจนว่า เมื่อลำไส้มีสุขภาพที่ดีแล้ว สิวจะหายไปได้จริง ๆ และผิวจะแข็งแรงขึ้นจริง นั่นคือสิ่งที่ทุกคนจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรออ่านงานวิจัยเพิ่มเติมอีกค่ะ สามารถทดลองทำเองได้เลย

วิธีการแก้ปัญหา
นอกจากจะทานโพรไบโอติคส์และน้ำปั่นผักผลไม้แล้ว ซึ่งเป็นวิธีหลักในการแก้ปัญหานี้ เพราะต้องให้โพรฯ เข้าไปจัดการ เขาเป็นทหารที่จะช่วยเรื่องนี้โดยตรง ถ้าเราไม่มีเขาเพียงพอ เราจะไม่มีวันหายจากสิวเด็ดขาด ต่อให้กินอาหารเสริมที่ดีแค่ไหนก็ตาม เราจะไม่มีวันหายอย่างยั่งยืนค่ะ เราจะต้องกินอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบเพิ่มเช่น ขมิ้นชัน โอเมก้า 3 จากน้ำมันงาม้อน เมล็ดเจีย เมล็ดแฟล็ก เป็นต้น จะเป็นรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริมที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพดี หรือของสดได้ยิ่งดีค่ะ โดยให้กินเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งในตอนเช้าหลังตื่นนอน ก็จะช่วยลดการอักเสบในผนังลำไส้ลงได้ค่ะ36512504_2298877166819661_1285878152899330048_o

ไขมันทรานส์ เป็นไขมันตัวร้ายที่สุด ที่ไม่ว่าแพทย์กระแสใดก็ยกให้เป็นผู้ร้ายคร่าชีวิตมนุษย์อันดับ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว ไขมันทรานส์เป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิวแนวกรามเช่นกัน ซึ่งพบได้ในของทอดด้วยน้ำมันผ่านกระบวนการ (processed oil) เบเกอรี่ส่วนใหญ่ ครีมเทียม มาการีน กลุ่มนี้ใช่ทั้งหมด ที่มักจะพบได้ในขนมเด็ก ของกรุบกรอบ ขนมถุง

ไขมันนี้เป็นพิษต่อร่างกาย 100% เข้าไปเป็นภาระของตับอย่างสูง ร่างกายย่อยไม่ได้ กำจัดออกได้ยาก ตกค้าง ติดที่ผนังลำไส้ มีแพทย์ทางเลือกหลายท่านกล่าวว่า ไขมันชนิดนี้ เมื่อเข้าไปแล้ว จะไปเกาะและเคลือบผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารและน้ำไม่ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนกินมาก แต่ยังผอม หรือบางคนดื่มน้ำมาก ก็ปัสสาวะมาก และรู้สึกร่างกายยังร้อนตลอดเวลา

มีผลการทดลองที่ชัดเจนว่า เมื่อได้ล้างไขมันชนิดนี้หรือไขมันเลวออกจากระบบร่างกายทั้งหมดแล้ว จะทำให้สิวหายได้จริง และระบบหมุนเวียนของร่างกายดีขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สุขภาพและผิวทั้งหมดยกระดับขึ้นได้รวดเร็ว (เมื่อล้างออกหมด)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับไขมันทรานส์ได้ที่เว็บของ สสส.
https://goo.gl/YtcZH4

ดูคลิปที่อธิบายเรื่องไขมันทรานส์และพิษของมันให้เข้าใจง่ายด้วยการ์ตูน
https://youtu.be/thB4V2_hcDI

ตอนนี้เป็นของพิษกฎหมายแล้วค่ะ มีกฎหมายห้ามจำหน่ายแล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2LEPfmP

วิธีแก้ปัญหา
งดกินไขมันทรานส์ 100% และล้างไขมันทรานส์เก่าออก ด้วยการล้างทุกระบบ ตับ เลือด น้ำเหลือง ลำไส้ ซึ่งสามารถกินได้ทั้งรูปแบบสมุนไพร อาหารเสริม หรือทำการล้างพิษตับอย่างถูกวิธี และออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที จะทำให้สามารถผลักไขมันทรานส์ออกจากระบบร่างกายได้เร็วขึ้นค่ะ เมื่อไขมันทรานส์ออกหมด สิวทุกประเภทจะหายไปเองค่ะ พร้อมกับปัญหาหน้ามันมากก็จะหมดไปเช่นกัน36505177_2298876713486373_6361657987777429504_o

พยาธิเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปและคิดว่าตัวเองไม่มี (เพราะบีมก็เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน) แต่ อ.สุทธิวัสส์ คําภา นักธรรมชาติบำบัดเชี่ยวชาญการใช้เพนดูลั่มอ่านโรค ได้กล่าวว่า พยาธิเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพของคนไทยอีกสาเหตุหนึ่ง ที่คนไทยมองข้าม แต่พยาธิในบ้านเรามีมาก เพราะเป็นเมืองร้อน จึงควรต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอทุกเดือนหรือเมื่อรู้สึกว่ามีอาการเพลีย เหนื่อยง่าย โดยบีมแนะนำให้ถ่ายพยาธิร่วมกับการดีท็อกซ์ลำไส้ไปด้วย จะทำให้พยาธิที่ตายแล้วสามารถออกมาพร้อมกับอุจจาระได้หมด (เป็นคำแนะนำของเภสัชกรที่ร้านขายยา เขาจะให้ยาถ่ายพยาธิมาพร้อมกับยาระบาย แต่บีมใช้วิธีของตัวเองในการดีท็อกซ์โดยไม่กินยาระบาย เลือกที่เราสบายใจเลยนะคะ วิธีไหนก็ได้ ขอให้มีการดีท็อกซ์ร่วมกับการถ่ายพยาธิก็โอเคค่ะ)

 

#สิวจะหายขาดแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

#สิวจะหายแค่ทำกายและจิตให้สะอาด (เท่านั้นเอง)

สิว สะท้อน ความสกปรก
ความสกปรกในกาย
ความสกปรกในจิต
ทั้งที่เรา “รู้ตัว” และ “ไม่รู้ตัว”
ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

เป็นสิวมาก ก็คือ สกปรกมาก
เป็นสิวน้อย ก็คือ สกปรกน้อย

แต่เป็นสิว ก็คือ สกปรก

การจะรักษาสิวให้หายขาด
เพียงแค่ทำขั้วตรงข้าม
ต้องทำให้ “กายและจิต” ให้สะอาด

ของสกปรกใน “กาย”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ ของกินที่ร่างกายไม่ต้องการ
ของที่กินไปแล้ว ย่อยไม่ได้
ของที่กินไปแล้ว ร่างกายไม่รู้จัก
ย่อยไม่ได้ ดูดซึมไม่ได้ เหลือตกค้าง
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย

ของสกปรกสำหรับกาย
คือ อากาศ น้ำ มลภาวะ ที่เป็นพิษ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายเซลล์ให้อ่อนแอ
เข้าไปแล้ว ไปทำลายภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอ
เป็นพิษหมุนเวียนในกาย
สะสมในตับ ในเลือด ในน้ำเหลือง
อุดตัน จนก่อให้เกิดเป็นสิวผลักออกมา

ของสกปรกใน “จิต”
เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ต้องรู้จักวิธีชำระล้างของเก่าตกค้างให้หมดจด
ไม่เอาของสกปรกและภาระเข้าไปใหม่

ของสกปรกสำหรับจิต
คือ กิเลส ทั้งสามตัว โลภ โกรธ หลง
คือ ความคิดปรุงแต่งทางลบทั้งหลาย
คือ ความรู้สึกตกค้างทางลบทั้งหลาย
ความยึดติด ความไม่ปล่อยวาง

ความสกปรกที่ “สะสม” ในกายและจิต
จะทำให้ชีวิตที่เกิดมาก็ดีอยู่แล้วตามธรรมชาติ
วุ่นวาย สับสน ยุ่งเหยิง ผิดธรรมชาติ
ตกอยู่ในวังวนแห่งทุกข์
ผลคือ เป็นสิวไม่จบสิ้น…

การที่สิวจะหาย
จึงต้องทำควบคู่กันไป
ระหว่างการ “กำจัดของเสียเก่า” ให้หมดจดไป
และ “ไม่รับของก่อของเสียใหม่” เข้ามาเพิ่ม

อาวุธ สำคัญที่ธรรมชาติให้มา
เพื่อต่อสู้และปกป้องกายและใจจาก “ความสกปรก”
ที่ประเดประดังเข้ามาทักทายทุกวัน
คือ สติ + ลมหายใจ

เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือ ความสะอาด
แห่ง “กาย” และ “จิต”

เมื่อเราขัดเกลาตัวเองให้ “สะอาด” ได้แล้ว
สิวก็หาย … แค่นั้นเอง

สิว เป็น ผล
พฤติกรรม เป็น เหตุ

จะแก้ “สิว”
ต้องแก้ที่ “พฤติกรรม”

ต้องปรับตัวเองให้มี “พฤติกรรมสะอาด” เท่านั้น…
ก็จะ “หายขาด” ได้จริง ๆ

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาสาฬหบูชา๒๕๖๑

หนทางหลุดพ้นจากปัญหาสิวตลอดกาล
http://acnefree101.blog

เรื่องสิว สร้างพลัง (เพิ่มแรงบันดาลใจ)

เรื่องสิว สร้างพลัง

ชีวิตสิว ๆ ที่เปลี่ยนไปของ #บีมซีเคร็ต
(ยาว แต่คุ้มค่าเวลาที่ได้อ่าน ให้พลัง ให้ความเชื่อมั่น กับคุณ)

บีมเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตมีความสุขดี
แต่ด้วยผิวที่ดำคล้ำแต่กำเนิด ตอนไปโรงเรียนชั้นประถม
ก็ถูกเพื่อนล้อตลอดว่า “ดำปากเป็ด”
ตอนนั้น “ข้าวนอกนา” เป็นหนังที่ดังมาก
ก็ดันอยู่ในกระแสซะงั้น!!! (โดนเลย)
.
และแล้ววันหนึ่ง ขณะอยู่ชั้น ป.4 (อายุ 11 ปี) ก็พบว่า
ตัวเองเริ่มหน้ามัน เป็นสิวเสี้ยนที่จมูก มีสิวข้าวสารที่หน้าผาก
มีกลิ่นตัวรุนแรง และมีเซลลูไลท์ที่ต้นขา ลามไปถึงน่อง
คุณแม่ก็เริ่มหาอะไรมาให้เราใช้ แบบเบสิค ๆ
สบู่น้ำผึ้ง โฟมแบรนด์หนึ่ง ครีมแบรนด์หนึ่ง ที่บีมไม่รู้จัก
แต่มั่นใจว่าไม่มีสเตียรอยด์ …
.
น้ำซาวข้าว แม่ก็ให้ลองเอามาล้างหน้าดู
ไปร้านทำผมกับแม่ คุณน้าช่างทำผมก็คงจะหวังดี
พูดตลอดเลยว่า เอาสิวมาให้น้าบีบดีมั้ย!?
ป. 6 แม่พาไปหาหมอที่เชียงราย ทายา ก็ไม่หาย
ก็เลยต้องปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ…

ป.4 – ป.6 เป็นอะไรที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองดูแย่
มีดีอย่างเดียวคือ เรื่องเรียน เรื่องวิชาการ
แต่ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน เพราะ ความหน้ามัน ดำ และสิ่วที่ขึ้นเพิ่ม
และการถูกปฏิเสธจาก Puppy Love (แหม…เร็วมาก ^^)
.
และที่เจ็บปวดที่สุด คือ คุณครูที่สอนพระพุทธศาสนาและมารยาท
ดุบีมว่า … หน้าเธอมันและดำมาก ไปล้างหน้าแล้วเอาทิชชู่ซับซะป่ะ!
.
แม่เจ้า…ภาพนั้นยังมีอยู่ในหัว แต่ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดตอนนี้แต่ประการใด เพียงแต่เล่าให้ฟังค่ะว่า เป็นเด็กที่ ดำ สิว มัน เหม็น ครบ!!!
โรลออนที่ใช้ ก็ติดเสื้อเป็นคราบ ๆ เหลือง ๆ ซักก็ไม่ค่อยจะออก
แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง … มันก็อายเพื่อนนะ แต่ว่า
จะให้ซื้อใหม่ก็เกรงใจแม่ เสื้อมันยังไม่เก่าเลย

พอขึ้นชั้นมัธยม ก็ไปเรียนที่เชียงใหม่ จังหวัดใหญ่ขึ้นมาหน่อย
เป็นโรงเรียนที่ดีมาก ๆ สังคมดี วิชาการดี คุณครูดี
.
แต่เรานี่สิ … เด็กต่างจังหวัดที่เชยระเบิดมาก ๆ เข้าเมืองใหญ่
จากที่เคยไม่ค่อยมั่นใจตัวเองอยู่แล้ว
มาเจอ ขาว สวย หมวย รวย ยิ่งรู้สึก “ด้อย” ไปกันใหญ่
.
แต่ก็อย่างว่า มีดีอยู่อย่างนึง คือ เป็นคนตั้งใจทำอะไรก็สำเร็จ
และเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ก็ยึดจุดนั้นเป็นจุดหลักของชีวิตไปก่อน
มันก็เลยยังพอถ่วงดุลชีวิตได้ให้ไม่รู้สึกล้มเหลวมากไป
.
ตอนอยู่ชั้นมัธยม สิวก็ขึ้นอยู่เรื่อย ๆ
แต่พอดีเห็นเพื่อนคนหนึ่ง ตอนแรกหน้าเป็นสิวเยอะ
แต่สักพัก เห็นเขาหน้าใสกิ๊ง เลยถามเขาว่าไปทำอะไรมา
เขาบอกว่า ไปหาหมอที่คลินิก “ร” (ปัจจุบันนี้ยังมี)
.
เราก็เลยไปเสาะแสวงหา เข้าไปรักษาจนได้
แล้วก็พบ “ทางสว่าง” ของเราในตอนนั้น
กินยา ทายา แค่ 2 สัปดาห์ หน้าใสกิ๊งๆๆๆ
ดีใจมาก ๆ

แต่สัจธรรมก็บังเกิดให้เห็น
คือ เริ่มมีอาการปัสสาวะเหม็นตามยาที่กิน
เริ่มมีภาวะลำไส้ทำงานไม่ปกติ
ปวดท้องเหมือนมีแผลตลอดเวลา
.
ประกอบกับตอนนั้นเป็นนักกีฬาด้วย
เราก็อยากสูง ก็อัดนมวัวเยอะมาก ๆ
ผลคือ ถ่ายเหลวบ่อยมาก ๆ
แถมโครกครากในท้องตลอด
.
และก็อยากจะอ้วนขึ้น (เพราะเป็นคนผอม)
ก็กินไก่ทอด กินพิซซ่าขอบชีส กินบราวนี่ เบเกอรี่
อัด ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะคิดว่า จะได้มีน้ำหนักขึ้นได้
.
ยังไม่พอ…ด้วยความที่เป็นเด็กหอ
ก็นอนดึก กินดึก ตามประสา
บางทีวันหยุดก็เม้าท์มอยกับเพื่อนถึงตี 4-5
บางทีเล่นเยอะไป ก็จะกลับมาอ่านหนังสือทำการบ้านถึงดึกมาก
ถึงจะเล่นอะไรขนาดไหน แต่การเรียนไม่เคยต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอ
.
แต่ที่เครียดเพิ่มทุกปี ๆ คือ
สิวที่เพิ่มขึ้น หยุดยาไม่ได้ หยุดแล้วไม่เกิน 3 เดือนกลับมา แถมเพิ่มอีก
กลิ่นตัวที่รุนแรง คราบที่บริเวณใต้วงแขนของเสื้อยังคงมีปัญหาอยู่เสมอ
ผิวที่หยาบ ดำ กร้าน อาจจะเพราะเล่นกีฬาด้วย ว่ายน้ำด้วย คือ ดูเหมือนทอมคนหนึ่งเลยทีเดียว
.
นั่นคือ บีมตอน ม.ต้น ที่สิวยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของชีวิต
รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เราไม่รู้ว่ามันพ่วงมากับ “สิว”
คือ ความมั่นใจในตัวเองและสุขภาพที่ถดถอยลง
และปริมาณไขมันเลวที่เริ่มสะสมในตัว!!!

ตอน ม.ปลาย เพื่อนบอกว่า หุ่นดี หน้าตาน่ารักดี ไปคัดเชียร์ลีดเดอร์
แต่ก็ไม่ติด…
ก็เลยไม่สนใจละ
มาตั้งใจเรียนก็แล้วกัน…
เพราะอีก 3 ปีก็ต้องเลือกคณะ ไปเรียนมหาวิทยาลัยละ
.
จริง ๆ เป็นคนชอบด้านภาษามาก ๆ
แต่ด้วยความที่เพื่อนสนิทไปเรียนสายวิทย์กันหมด
และเราก็รู้สึกว่า มันไม่รู้ว่า สายศิลป์เรียนแล้วจะไปทำอะไร
เราตัดสินใจเองไม่เป็นในตอนนั้น
ก็เรียนตามที่ครอบครัวอยากให้เรียนด้วย
.
ทำให้เราต้องเรียนหนัก ถึงจะได้เกรดสูง ๆ ตามที่ตั้งใจ
กลายเป็นสะสมความเครียดไม่รู้ตัวอีก
ทุกอย่างกินเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิมเหมือน ม.ต้น
แต่ไม่ได้เล่นกีฬาเท่าไหร่แล้ว ก็เน้น กิน เรียน นอน
เที่ยวเล่นกับเพื่อน (เป็นคนเที่ยวน้อยมาก และไม่เที่ยวกลางคืน)
.
แต่ที่เพิ่มมา คือ ยาโรแอคคิวเทน
ตอน ม.ต้น กินยาปฏิชีวนะ ชื่อ Doxycycline
ตอน ม.ปลาย หมอคนเดิม จ่าย โรแอคคิวเทน
เป็น “ยาใหม่” ในยุคนั้น ที่ราคาแพงแต่กำราบสิวได้ทุกประเภท!!!
.
กินไปสักพักไม่นาน เกิดอาการตาแห้ง ปากแตกอย่างแรง
ผนวกกับสุขภาพที่แย่อยู่แล้ว ก็เกิดอาการคันตามหาศาล
ไปโรงเรียนไม่ได้ในวันหนึ่ง…
และรู้สึกอารมณ์แปรปรวนหนัก
เคยคิดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แบบไม่มีเหตุผล
อยู่ดี ๆ ก็แว่บขึ้นมา เห็นระเบียงก็อยากจะกระโดด
.
อาจจะด้วยตอนนั้น เราอยากเรียนคณะภาษาอังกฤษ
แต่ที่บ้านอยากให้สอบต่อเรียนหมอ … คือ เรารู้สึกกดดันอย่างมาก!!!
พอมันผสมกับอะไรที่เป็นอยู่ เลยไปกันใหญ่!

แต่อาการไม่สบายตาอย่างหนัก
เหมือนมีอาการภูมิแพ้ไม่หยุดหย่อน
ประกอบกับ “ผมร่วง” เกินพิกัด
คือ ร่วงจนน้องสาว (ที่อยู่ห้องเดียวกัน) ตกใจอย่างมาก
และจากที่บีมผมหนา ก็บางลงมากอย่างน่าตกใจ
.
จึงตัดสินใจ ไปหาข้อมูลยาตัวนี้ในอินเตอร์เน็ต
ยุคนั้นต้องไปร้านเน็ต ชั่วโมง 10-15 บาท
แถว ๆ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (หลังมอ)
ก็พบว่า ยานี้เป็นยาอันตราย และไม่ดีต่อตับมาก ๆ
.
วันที่ไปพบหมอ ก็เลยไปถาม …
“คุณหมอคะ เห็นข้อมูลบอกว่า ยานี้ไม่ดีต่อตับ มันกินได้เหรอคะ”

หมอตอบว่า …
“ตับอยู่ข้างใน หน้าอยู่ข้างนอก เธอเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
.
เฮ้ยยยยย … ทำไมตอบงี้! (คิดในใจ)
จากจุดนั้น ก็ตัดสินใจเลยว่า “จะต้องเอาชนะหมอให้ได้” 555
จะรักษาทั้งตับและหน้าให้มันดีไปพร้อมกันนี่แหละ
แต่จะทางไหนล่ะ???

หลังจากนั้น
เหมือนจิตใต้สำนึกมัน “ปฏิเสธ”
การรักษาแบบนั้นไปโดยสิ้นเชิง
.
แต่เราห่างมันได้ไม่นาน เราก็ต้องกลับมาอยู่ดี
แต่ตอนหลัง ๆ จะแค่เข้าไปซื้อยา
แต่พอไปซื้อบ่อย ๆ แต่ไม่พบหมอ
ก็โดนบังคับให้พบอีก…
.
ก็แสวงหาครีมข้างนอกมาใช้
ก็ใช้ไม่ได้…ไม่มีความรู้อะไร
ใช้แล้วก็ไม่ได้ผลเหมือนไปหาหมอคลินิกนั้น

จากนั้น ก็ได้มาเรียนต่อในกรุงเทพฯ
โจทย์เดิมอีก เรื่องสิวจะทำยังไง
มีดีเรื่องเดียวเหมือนเดิม คือ เรื่องเรียน
.
เรื่องอื่นเฟล ไม่มั่นใจตัวเอง
อยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์ก็ไม่ยอมไปคัดล่ะคราวนี้
.
เพราะนี่มาถึงกรุงเทพฯ เพื่อนเป็นเด็กเตรียมอุดมเอย
คือ เด็กในเมืองอ่ะ
ต่อให้มีเพื่อนในกลุ่มเชียร์ก็เถอะ …
แต่ No มันไม่ใช่ชั้น!!!
จะไปสู้กับเขายังไงได้ (วะ) ก็ตัดโอกาสตัวเองไปอีก

ตอนนั้น ชีวจิตกำลังดังมาก
ด้วยความเป็นคนชอบห้องสมุดมาก ๆ
ก็ไปหาข้อมูล เจอหนังสือ ชีวจิตรักษาสิว
มีกินวิตามิน สวนลำไส้ ฯลฯ
.
ก็ลองทำดู
แต่…ลำบากมากกับการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ
เพราะอยู่หอ อุปกรณ์ไม่พร้อมเลยจริง ๆ
.
กินวิตามินไม่เห็นจะได้ผลอะไร
(เพราะทำอย่างอื่นเหมือนเดิม
กินดึก นอนดึก กินมัน ฯลฯ
แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ไงคะ)
ก็ล้มเลิกไป…
.
แต่ก็ไม่หยุดแสวงหา หนทางเอาชนะคำพูดหมอคนนั้น
มันก็หา ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ดีอยู่อย่างคือ ตอนนั้นครีมในเน็ตยังไม่มีนะ
มันก็ใช้ทั่วไปนี่แหละ ที่ไม่ผสมสารสเตียรอยด์ แบรนด์ในท้องตลาดเกี่ยวกับสิวทั่วไป
มันก็งั้นๆ แหละ

จนกระทั่ง ไปอ่านนิตยสารเล่มแบรนด์ดังเล่มหนึ่ง
ก็มีโฆษณาเล็ก ๆ กรอบหนึ่ง
เขียนว่า “ปลูกผิวใหม่ด้วยธรรมชาติบำบัด” อะไรแบบนี้
.
แล้วก็เขียนคำโฆษณาประมาณว่า “ผิวเกิดใหม่” คือ สนใจมาก ๆ
นั่งรถเมล์ไปจากมหาวิทยาลัยไปที่นั่น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง กลับอีก 3 ชั่วโมง
.
แต่ยอม… แต่แพงมากกก แต่ก็อยากมาก
เนื่องจากไม่ได้เข้าเต็มคอร์สล่ะมั้ง
ได้วิตามินกับครีมมาชุดนึงประมาณ 3,000 บาทกว่า ๆ
เอาไปใช้ ตอนแรกก็ดูผิวผลัดเซลล์ดี
สัก 7 วัน ผิวเริ่มลอกและยุ่ย ๆ
เริ่มอักเสบ แดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวเคราของผู้ชาย
(กรอบหน้า แต่แนวกว้างเป็นปื้นเลย ที่ยังเห็นเป็นแนวรอยแผลอยู่ทุกวันนี้)
.
ตอนนั้น ที่สถานที่นั้น ก็มองหน้าเราแบบแปลกใจว่า “เกิดอะไร”
เราถามพี่ ๆ เขา รวมถึงคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักบำบัด
เขาไม่มีคำตอบให้เลย …
.
เด็กต่างจังหวัดตัวเล็ก ๆ ไม่มีเงินทองอะไร
ก็ถอยตัวเองออกมา ไม่ได้ใช้ของและไม่ได้ไปอีก
เพราะแพง แล้ว พัง!!!
.
ทำให้เสียโอกาสในการเข้าคัดเลือก
“ผู้ถือป้ายงานฟุตบอลมหาวิทยาลัยจุฬา – ธรรมศาสตร์” ไปโดยสิ้นเชิง
และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมใด ๆ ได้อีกเลยนับแต่ตอนนั้น

ด้วยความที่เราไม่อยากกลับไปหาหมอเดิม
ที่เคยเลี้ยงไข้เรามา (มีอยู่ทั่วประเทศ)
เราก็ไปหาอีกที่ แต่โชคร้ายที่ที่นี่
ดันมาขัดหน้าเรา ซ้ำเติมความเสียหายไปอีก
.
เจ็บปวด ทรมาน ทุกคืน ทุกวัน ที่ผ่านไป
นอนร้องไห้คนเดียวตลอด…ในห้องพัก
ใครเห็น ก็แสดงแววตา “สมเพช” “สงสาร” “เห็นใจ”
บางคนก็กล้าถาม บางคนก็ไม่กล้าถาม…
.
เรานี่คือ เรียนเสร็จ รีบกลับมาห้องเลย
หิวก็เดินออกไปซื้อข้าวห่อ มานั่งกินที่ห้อง
แม่มาเยี่ยม ก็สงสารเรามาก แต่ท่านก็ไม่รู้จะช่วยเราอย่างไร
ได้แต่บอกว่า เอาเงินนี้ไปหาหมอซะนะลูก…

แต่ในวิกฤติ บีมก็ทำให้เป็นโอกาส
เอาเวลาเศร้า ๆ มาอ่านหนังสือให้หนัก
เทอมนั้น ได้เกรดสูงสุดจากทุกเทอมที่เรียน!
เปลี่ยนพลังลบ เป็นบวกจนได้

แต่ก็เฮ้อ…ทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ด้วยวะ! (สิว)
เอาวะ ไปก็ไป ทำอะไรเองไม่ได้ละ
ก็ตัดสินใจไปหาหมอเดิมที่เคยรักษาแล้วหายเร็ว
คุณหมอดูหน้า ถามว่า ไปทำอะไรมา ผิวค่อนข้างแย่เลย
.
ก็เล่า ๆๆๆ ให้คุณหมอฟัง
ก็ได้ยามา ยาก็เหมือนเดิม
และก็เป็นไปตามที่คาดไว้
ยาที่นี่ดีและแรงจริง ๆ
ไม่นานเกินรอ ผิวก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
.
แต่…สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปคือ
รอยแผลเป็นลักษณะพังผืดเล็ก ๆ
ที่ทำให้เห็นเม็ดไขมันขาว ๆ ใต้ผิวชัดเจนมากมาย
ถามหมอว่า แบบนี้จะหายแล้วกลับไปเรียบเนียนได้เหมือนเดิมไหมคะ
หมอบอกว่า “เท่าที่เห็น หมอยังไม่มีทางไหนนะ”

เฮ้อ…ช่างมันเหอะวะ
สิวหนัก ๆ นั้นหายก็ดีละ

สักปี 3 เราก็ได้รู้จักแบรนด์ขายตรงแบรนด์หนึ่ง
เพื่อนในคณะมาชวนไปดูงานและทำ
เราก็เลยได้รู้ว่า
อ้อ มีคนใช้เครื่องสำอางและอาหารเสริมสิวหายด้วย ไม่ต้องใช้ยา
.
เราก็ทดลองใช้อยู่ ซึ่งตอนนั้น แพงมาก ๆ สำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเรา
แต่ถ้ามันคุ้มกับการที่ไม่ต้องไปหาหมออีก และสามารถมีผิวที่สดใสตามปกติ
เหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน ที่ไม่ต้องไปหาหมอได้ ก็ยอม…
.
แล้วมันก็เป็นไปได้จริง ๆ ทำให้เราเห็นทางสว่าง
แล้วก็ห่างหมอมาได้จริง ๆ
แต่ก็ไม่หายขาด เราเลยไปเสาะแสวงหามาว่า
จะซื้อยาที่ขายที่คลินิกนั้นได้ที่ไหนบ้าง
ก็เป็นที่มาของการไปเจอกลุ่มยาที่มีเบนซอยด์เพอร็อกไซด์
เราก็เอามาใช้ทาละลายสิวมาเรื่อย ๆ ก็รู้สึกดีที่หายาที่หมอจ่ายมาใช้เองได้
ฟีลคือ ไม่ต้องไปคลินิกละ ชั้นรักษาเองได้แล้ว แบบนั้น!

ชีวิตก็เป็นแบบนั้นมาเรื่อย ๆ
แต่สิ่งที่ลดลงเรื่อย ๆ คือ ความมั่นใจในตัวเอง
เพราะตอนทำงาน ตอนแรก ๆ ก็ดี เพราะเราพึ่งจบใหม่
และได้เกียรตินิยมมาด้วย สมัครงานที่ไหน เขาก็รับหมด
.
ยกเว้น งานโรงแรมกับสายการบิน ที่เราอยากทำมาก
แต่ทำไม่ได้ และไม่ได้สมัคร เพราะ มีรอยแผลเป็นผ่าตัดที่แขน
และรู้สึกว่า “ตัวเองไม่สวย ดูห่วย ดูแย่ ตัวเหม็น แถมเป็นสิวอีก”
.
ที่ทำงาน เรารู้สึกว่า คนหน้าตาดี ๆ ผิวพรรณดี ๆ ได้โอกาสดี ๆ เสมอ ๆ
ในขณะที่เราต้องทำงานงก ๆ ทำงานเยอะ แต่ก็รู้สึกว่า…นั่นไม่ใช่ที่ของเราเลยจริงๆ
ชีวิตพนักงานประจำของบีม มันไม่ได้สดใส มันแย่ มันดาวน์มาก ๆ

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2551 ขณะไปทำงานประจำที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
เป็นครั้งแรกที่บีมได้ปล่อยหน้าเต็มที่ และโชคดีที่ที่นั่น เขาไม่สนใจเรื่องสิวเลย
แล้วบีมก็ไม่รู้จะไปเข้าคลินิกไหน ก็ปล่อยผิวอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม
.
มีเงินเดือนดี ก็ไปซื้อของแบรนด์ดีๆ ที่เคลมเรื่องสิวใช้ดู
ปรากฏว่า ใช้แทบไม่ได้เลย … หน้าก็แย่ แต่ดีไม่มีใครสนใจ แถมมีคนมาชอบอีก…
.
เลยเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า ประเทศอื่น เขาไม่ได้สนใจสิวและรูปลักษณ์ภายนอกเท่าประเทศไทยเลย
ก็เลยอยู่แบบสบายใจมาก ไม่รู้สึกด้อยอะไร
ยกเว้นแต่ งานประจำที่เรารู้สึกว่า “เราคงไม่เหมาะกับงานประจำแล้วล่ะ”

ก็เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านที่ อ.พาน
เป็นครั้งแรกที่ได้มาอยู่บ้านแบบจริงจัง
ปกติ บ้านที่เชียงราย คือ แค่ปิดเทอมแล้วมาอยู่แป๊บ ๆ
เราก็จะติดการอยู่ที่อื่นมาก ๆ เพราะรักอิสระมาก ๆ
แต่ที่กลับมาเพราะ อยากมาดูแลคุณยายที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะท้าย ๆ
และกลับมาช่วยคุณแม่ดูแลที่บ้าน เพราะคุณแม่ยังต้องไปสอนอยู่

ณ จุดนั้น
เป็นจุดที่บีมอยู่ในสถานะ
เป็นสิวไม่หาย
ความมั่นใจและความเคารพตัวเองต่ำที่สุดในชีวิต
(ไม่คิดว่าจะต่ำได้ขนาดนั้นในชีวิต)
.
แต่หัวใจกตัญญูในตอนนั้นและพลังนี้มันทำให้เราอยู่ได้
บีมได้มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะและนั่งสมาธิมากขึ้นที่บ้าน
หลังจากที่ชีวิตวุ่นวายมานาน ก็ได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
แต่ก็มีปัญหากับคุณแม่ตลอด เพราะคุณแม่อยากให้เรามีงานที่มั่นคง
อยากให้รับราชการ แต่เรารู้ว่า มันไม่ใช่เรา…

บีมก็เลยอธิษฐานจิต
ขอให้ตัวเองได้เจอกับหนทางที่จะ

– ได้อยู่บ้านดูแลคุณยาย
– ได้รายได้ที่แม้จะอยู่บ้านก็สามารถมีรายได้เข้ามาได้

จิตก็ให้คำตอบผุดมาว่า ต้องเป็น expert นะ
ที่คนจะเข้ามาหาแม้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
.
ซึ่งจากประสบการณ์ในแผนก Recruit ของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง
ทำให้บีมเรียนรู้ว่า “คนเก่ง ๆ มีฝีมือ จะมีคนซื้อตัว มีคนต้องการเสมอ ไม่ต้องกลัวอดตาย”
.
จากตรงนั้น บีมก็คิดว่า ด้วยเงื่อนไขและหน้าตักที่มี คือ แล็ปท็อปเก่า ๆ 1 เครื่อง + กล้องใส่ถ่าน FUJI 1 ตัว + อินเตอร์เน็ตแบบเติมเงิน loxinfo + ความสามารถและใจรักด้านการเขียน + เวลาช่วงที่คุณยายหลับ + สิวของเรา เราสามารถพัฒนาตัวเองสู่ความเป็น expert เรื่องสิวได้ ที่อยู่บ้านแล้วใคร ๆ ก็เข้ามาหา และเราก็น่าจะสามารถสร้างรายได้ได้จากตรงนี้
.
จากจุดนั้น บีมก็ได้เริ่มค้นหาแนวทางการรักษาสิวของตัวเองแบบจริงจัง โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นวิธีที่ไม่ใช้เงินเลย หรือใช้น้อยที่สุด (เพราะตอนนั้นบีมไม่มีรายได้อะไร) และต้องเป็นแนวธรรมชาติ ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ฮอร์โมน ไม่ใช้อะไรอย่างที่เคยใช้มาทั้งหมด
.
จากความ “หลังชนฝา” ในวันนั้น ก็ทำให้บีม…มีวันนี้ค่ะ
ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถอ่านได้จากบันทึกของบีมทั้งหมดได้ที่
http://bye-bye2acne.blogspot.com

หลังจากที่ได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ด้วยตัวเอง
และทำงานด้านสิวมากว่า 9 ปีแล้ว (เริ่มปี พ.ศ. 2552)
บีมมีการพัฒนาตัวเองภายในที่เป็นผลจากการศึกษาการรักษาสิวแนวธรรมชาติอย่างมาก
.
ส่งผลให้ นอกจากภาวะสิวเรื้อรังหนัก ๆ จะหายไปแล้ว
ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ต่าง ๆ ก็ลดลงไปเป็นลำดับ
ผลลัพธ์ที่บีมได้จากการดูแลแนวทางที่เผยแพร่สู่เพื่อน ๆ ในเพจนี้
มีดังนี้ค่ะ
.
– มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ (จากการปฏิรูปจิตและการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง)

– เป็นอิสระจากวงจรการเข้าคลินิกอย่างสิ้นเชิง (เพราะมีวิชาดูแลตัวเอง)

– กลิ่นตัวที่รุนแรงหายไป (จะมีบางช่วงที่มีเพราะเป็นช่วงดีท็อกซ์ระดับลึกค่ะ แต่ไม่นานก็จะหายไปในโปรแกรมดีท็อกซ์นั้นเอง) และผิวใต้วงแขนที่ดูดีขึ้น กล้าใส่แขนกุด

– มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตมากมาย

– ไม่รู้สึกอิจฉาใคร เพราะเรามั่นใจในความสวยแบบฉบับของเรา

– รู้สึกรักตัวเอง และ แบ่งปันความรักให้ผู้อื่นได้มากขึ้น (เมื่อก่อนเป็นหลุมดำ เรียกร้องความรัก)

– ตื่นมามีความสุขกับผิวและสุขภาพที่ดีของตัวเอง (หน้าไม่มันเยิ้มพร้อมสิวและรูขุมขนกว้างเหมือนก่อน)

– ตื่นมาพร้อมพลังที่ดีทุกวัน (เมื่อก่อน นอนดึก ตื่นสาย งัวเงียตอนตื่น)

– มีความรู้ ประสบการณ์ เรื่องสิวระดับลึก สามารถนำมาช่วยผู้คนได้ และนำมาสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องทำงานประจำ

– มีความรู้ด้านสุขภาพ ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี มีพลัง และทำให้คนในครอบครัวได้ปฏิบัติตามและมีสุขภาพดีไปด้วย คุณแม่เลิกการใช้ยาโดยสิ้นเชิง เราได้ดูแลลูกให้แข็งแรงด้วยวิชาธรรมชาติบำบัดที่เรามี ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ

– มีสังคมที่ดีจากแฟนเพจและเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจเหมือนกันทางออนไลน์ เป็นสังคมและชีวิตที่เราเลือกได้เอง ไม่ต้องทนอยู่กับอะไรที่ไม่ใช่ ไม่ชอบ เหมือนตอนทำงานประจำ

– เลือกที่จะมีชีวิตในแบบที่ต้องการได้มากกว่า 80% ซึ่งกำลังขยับสู่ความมีอิสระในชีวิตทุกด้านเพิ่มขึ้นทุกวัน

========================
สุดท้ายนี้…
บีมขออวยพรให้ทุกคน
ที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้
ประสบความสำเร็จ
ในการแก้ปัญหาสิว
เพราะถ้าคุณแก้ปัญหาสิว
ด้วยวิธีการที่บีมนำเสนอได้ผ่าน
ชีวิตของคุณ จะผ่านได้อย่างราบรื่น
ทุกเรื่อง แน่นอนค่ะ…

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
Beyond Acne, is Health & Well-Being!
มากกว่าสิว คือ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี!