#ไดอารี่อาหาร Day 4 (30 กันยายน 2561)

#ไดอารี่อาหาร Day 4 (30 กันยายน 2561)
.
วันนี้กินสเต็ปปกติที่ตัวเองกินค่ะ
มีความรู้สึกไม่กดดันตั้งแต่เริ่มวัน
และผลเป็นไปตามที่คาดไว้
พอเรารู้สึกไม่โดนกดดัน
มันรู้สึก “กระตือรือร้น”​ ที่จะทำมากกว่า
ซึ่งปกติบีมก็เป็นแบบนั้นทุกวันอยู่แล้วค่ะ
.
ภาพที่ส่งมาให้ดู
ทดลองใช้แอพที่ชื่อว่า
#SeeHowYouEat (SHYE)
หลังจากที่ลองหาแอพ
ที่จะแทร็คหรือบันทึกการกินของเรา
พบว่า อันนี้ใช้ง่ายสุดค่ะ
เลยลงทุนซื้อแอพใช้เลย
จะได้รู้ว่า ฟังก์ชั่นแบบจ่ายเงิน
จะได้ใช้ประโยชน์อะไรบ้าง
ราคาแอพ 129 บาท
จ่ายครั้งเดียวค่ะ
.
ซึ่ง 3 วันก่อนหน้านี้บีมใช้วิธี
ถ่ายภาพแล้วลงข้อมูลในเฟสให้เลย
และถ่ายภาพไว้ในมือถือ จดเวลาในโน้ต
แล้วเอามาสรุปให้ตอนค่ำ ๆ
.
แล้ว..รู้สึกว่า
มันยุ่งยากจัง และ ถ้าไม่ได้จดทันทีเพราะไม่สะดวก
มันจะลงเวลาคลาดเคลื่อน ทำให้การบันทึก
และประมวลผลคลาดเคลื่อนไปด้วยค่ะ
ถ้าข้อมูลไม่ครบ มันเอามาใช้งานไม่ค่อยได้
.
พอได้แอพมา แล้วลองใช้ทั้งวัน
มาตอนเย็น พอครบทุกมื้อ
แล้วกลับมาดู
ก็รู้สึกว่า เออ…ดีจริง
.
ถ้าแบบนี้ การศึกษาตัวเราเอง
เรื่องวิธีการกินและผลลัพธ์ที่ส่งออกมา
ก็เป็นเรื่องง่ายละ
มันจะดีกับการศึกษาเรื่อง
ความสัมพันธ์ระหว่าง
#อาหารและสุขภาพ ได้ชัดเจนค่ะ
.
สรุปว่า เบื้องต้น มีแอพไว้ก็ดีค่ะ
แต่แอพเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร
ดีซะอีก จะได้ฝึกภาษากันด้วยค่ะ
.
แต่ข้อจำกัดของมันคือ
มันแทร็คการดื่มน้ำไม่ได้
ก็ลองไปหาแอพอื่น ๆ
มันก็มีแต่ให้เสียรายเดือน
ไม่เอาล่ะค่ะ…น้ำวัดเองก็ได้…ไม่ได้ยาก
เพราะเราจะรู้จากริมฝีปากอยู่แล้ว
ถ้าน้ำไม่พอ ปากจะเหี่ยว แตก แห้ง ขุย แค่นั้นเอง
จุดวัดง่าย ๆ
.
คือ ไม่ได้มาขายแอพนะคะ
แต่พอดีต้องเล่าให้ฟัง
เพราะหน้าตารูปภาพมันจะชวนให้สงสัย
เลยตอบคำถามไปก่อนเลย
.
เรื่องการกินวันนี้
ประเดิมด้วย “ตรีผลา” ประมาณ 9.15 น. ค่ะ
แต่เพราะยังไม่เจอแอพนี้ตอนเวลานั้น
เลยไม่ได้อยู่ในนี้
และถึงอยู่ มันก็คงมีพื้นที่ใส่ไม่พอ
คือ มันจะหลายสิ่งไม่ได้
ดังนั้น แสดงว่า
เราต้องบันทึกเฉพาะอาหารอย่างเดียว
.
แล้วหลังจากนั้น ก็ตามภาพที่เห็น
ซึ่งแอพจะให้เราถ่ายภาพตอนจะกินนั้นเลย
ถ้าเรากำลังจะกิน แล้วมีอะไรขัด
ทำให้เวลาเลื่อนไป เราก็ปรับได้หมดค่ะ
.
บีมพึ่งฝึกใช้
ข้อมูลเลยแหว่ง ๆ ไปนิด
ควรต้องมีอธิบายที่ภาพ
เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาใหม่
.
วันนี้อธิบายไปก่อนนะคะ
มื้อแรก – น้ำผักสกัด G4 อีก 15 นาที กินข้าวกล้อง ไข่พะโล้ และต้มข่าไก่ แต่บีมกินแค่เห็ด มะเขือเทศ หอม กับน้ำซุปค่ะ ไม่ได้กินเลือดและเนื้อไก่
.
มื้อเที่ยง – ไปร้าน Woodbrick CAFE เพราะอยากพาบิ๊วไปกินอะไรอร่อย ๆ (นาน ๆ บิ๊วมาเชียงรายที) และร้านนี้ บีมมากินไอศครีม 2-3 รอบแล้วค่ะ วัตถุดิบเขาดีมาก พรีเมี่ยม ปกติ บีมกินไอศครีมชาร์โคลกับโคนชาร์โคลค่ะ แต่วันนี้มึน ๆ สั่งไอศครีมชาเขียวมา มันหวานหน่อย ๆ แต่ไม่มากมายอะไร ไม่บาดคอ และหลังไอศครีม บีมจะดื่มชา ปกติดื่มมัทฉะกับนมถั่วเหลือง แต่รอบนี้ ลองกินชาพีช อร่อยหอมมาก ๆ (จริง ๆ ควรกินรสฝาดตัดหวานค่ะ มันจะสมดุลพอดี ไม่ก่อปัญหาอะไร ถ้าวัตถุดิบดีและเราไม่แพ้นะคะ)
.
มื้อบ่าย ๆ – พอดีบิ๊วจะกลับ แต่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกัน เลยพาบิ๊วกับเด็ก ๆ ไปกินที่ฮาจิบังราเมนค่ะ ของบีมกินไพตันราเมน มีหมู 1 ชิ้น แต่ไม่กินหมู เอาให้พี่แม็ค กินแต่เส้นกับผักและน้ำซุป และดื่มน้ำเปล่านิดหน่อยหลังมื้อ
.
ตอนกลับมาบ้าน ก็มีมะม่วง และสักพักก็กินตรีผลาช่วงก่อนอาหารเย็น แต่…ทำงานเพลิน ลืมกินข้าวเย็น เลยไม่ได้กิน สรุปว่ามื้อสุดท้ายคือ ตรีผลาค่ะ
.
พาลูกไปนอนตอนสามทุ่ม หลับไปด้วยเลย แล้วดันตื่นมาตอน 22.48 น. ทำไมไม่รู้ แต่นอนไม่หลับแล้ว ก็ตามร่างกายไป ไม่ฝืนค่ะ แต่รู้สึกร้อน ๆ ที่ใต้กรามคาง คือ มีสิวขับพิษจากตรีผลานั่นล่ะค่ะ เลยไปเอาน้ำมา 2 ขวด ขวดแรกเป็นน้ำ pi น้ำนี้บีมชอบมาก เพราะกินแล้วฟิตตลอด เป็นน้ำที่แปลกและดีต่อสุขภาพมาก ๆ ค่ะ แค่น้ำก็สดชื่นไปถึงเซลล์จริง ๆ ใครออกกำลังกายหรือกำลังจัดการสิวขับพิษ บีมแนะนำเลยน้ำนี้…
.
บีมจะกินน้ำ pi นี้ ทุกสัปดาห์ค่ะ ขวดละ 20 บาท จริง ๆ กินทุกวันดีค่ะ แต่ก็จะเปลืองนิด ๆ 55+ คือ ควรกินวันละ 1 ขวด ตอนนี้ก็กิน 2-3 วันครั้ง และน้ำนี้เขาไม่ได้มีวางขายบนชั้นเยอะ แต่ขายออกเรื่อย ๆ ค่ะ บางทีไปแล้วหมด ก็ไม่ได้กิน (เห็นแต่ที่ Tops นะคะ) แสดงว่ามีคนกินเหมือนเราเป็นแน่แท้ (เกี่ยวกับน้ำ pi-water http://asabangkok.com/index.php/about_piwater)
.
และเดี๋ยวจิบ ๆ น้ำ pi หมด จะจิบน้ำขวดใหญ่ต่อเลย คืนนี้คงไปได้อีกยาว (แบบไ่ม่ได้ตั้งใจอยู่ดึกนะคะ แต่บีมจะไปตามจังหวะร่างกายค่ะ เดี๋ยวเขาอยากนอน เขาจะบอกเอง ตามนั้น) แต่นี่เป็นวงจรไม่ปกติค่ะ ปกติจะนอน 3-4 ทุ่ม ตื่นตี 4 วันนี้เขาคงอยากให้เราทำงานให้เสร็จ

42806494_331109114134610_615857155869769728_n

ก็ประมาณนี้ค่ะ
พอจะเห็นภาพวิธีกินของบีมไหมคะ?
เดี๋ยวตามไปให้ครบ 14 วัน
คุณจะเข้าใจมากขึ้นค่ะ
.
รอบนี้ บีมไม่อดอาหาร
จะกินแบบนี้ที่กินเป็นปกติ
ไปควบคู่กับตรีผลาค่ะ
เพราะบีมจะทดลองว่า
ถ้ากินอาหารที่ดีประมาณ 80%
และดูแลสุขภาพตามปกติ
การกินตรีผลาจะช่วยได้ไหม
เพราะเราต้องทำงานด้วย
ถ้าจะให้อดอาหารหรือกินแค่ผักผลไม้
คงจะไม่ไหวแน่นอนค่ะ
.
พอดีได้แพลนใหม่สำหรับการกินมาด้วย
กำลังเริ่มทดลองค่ะ
ยังไงก็ติดตามกันไปก่อน
เดี๋ยวตกผลึกอะไร
จะเล่าให้ฟังอีกเรื่อย ๆ นะคะ
.
ใครสนใจวิธีการรักษาสิวแนวทางนี้
เชิญเข้ากลุ่มไปปรับพื้นฐานวิธีคิดกันค่ะ
และสอบถามบีมโดยตรงในกลุ่มค่ะ
เพื่อให้เป็นวิทยาทานแบ่งปันเพื่อน ๆ ทุกคนด้วยนะคะ
ในนั้นจะมีอะไรอีกเยอะค่ะ ที่จะแบ่งปันเฉพาะผู้เข้ากลุ่ม
เพราะถือว่าคุณสนใจแล้ว ประเด็นจะลึกมากกว่าที่เพจค่ะ
.
ลิงค์เข้ากลุ่ม คลิกเลยค่ะ
.
รบกวนตอบคำถามที่สอบถามก่อนเข้ากลุ่มให้ครบก่อนนะคะ และรอแอดมินเพิ่มเข้ากลุ่มนะคะ ขอบคุณค่ะ
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#สิวเปลี่ยนชีวิต
 
 
*** ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ซื้อกินซื้อใช้ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับแบรนด์ใด ๆ เพื่อรักษาความเป็นกลางของข้อมูลค่ะ ***

3 กลุ่มอาหารของยีสต์ (ที่งดแล้ว สิวจะหายเร็วขึ้นมาก)

ถ้างด 10 อย่างมันยาก ให้งด 3 อย่างนี้ก่อน
#งดกินอาหารของยีสต์จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น
.
เมื่อเช้านี้เรียนจบไปอีกบทของคอร์ส #DetoxSpecialist
ก็ “ตกผลึก” ว่า ให้ทุกคนเร่ิมต้นงดที่ 3 สิ่งนี้อย่างจริงจังก่อนค่ะ
มันเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อ ระบบลำไส้ ประสาท และ การหายใจ
ซึ่งเป็นจุดสำคัญ 20% ที่จะเปลี่ยนผิวได้มากที่สุดถึง 80%
.
อาหารของยีสต์

1. น้ำตาลผ่านกระบวนการ (refined sugar)
– มีอยู่ในขนมหวาน ไอศครีม ของหวาน เค้ก ขนมปังกรอบ บิสกิต แท่งซีเรียล โยเกิร์ตใส่ผลไม้แห้ง โยเกิร์ตแต่งกลิ่น ซุปกึ่งสำเร็จรูป และน้ำสลัด

2. ข้าวสาลี (wheat)
– มีในขนมปังขาว พาสต้า แคร็กเกอร์

3. น้ำตาลฟรุกโตส (น้ำตาลจากผลไม้)ในแบบเข้มข้น
– มีในน้ำส้ม น้ำผลไม้ และน้ำอัดลม
.
และแนะนำให้กินยาถ่ายพยาธิด้วยนะคะ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้กินมานานมากแล้ว
มีผลต่อสุขภาพมาก ๆ เช่นกันค่ะ
ตามแนวทางของ อจ.สุทธิวัสส์ คำภา
นักธรรมชาติบำบัดผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพนดูลั่ม
.
น่าจะช่วยให้การดูแลเรื่องอาหารง่ายขึ้นอีกนิดนะคะ
ลองโฟกัสที่งด 3 สิ่งนี้ดูค่ะ
.
ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#อาหารของยีสต์


สำหรับผู้สนใจแนวทางการรักษาสิวแนวนี้
เชิญเข้ากลุ่มปูพื้นฐานได้เลยนะคะ
https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset

ตกผลึกเรื่อง “การกินรักษาสิว”

#ไดอารี่อาหาร 29.09.2561
Day 3 : มื้อเย็น – ค่ำ
.
ปกติแล้วเสาร์หรืออาทิตย์ จะต้องพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวนอกบ้าน ทำนู่นทำนี่ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็พาไปเล่นที่ไร่บุญรอดตอนเย็น ๆ ค่ะ เลยแวะกินอาหารที่นั่นเลย
.
เด็ก ๆ เขาอยากกินพิซซ่า
ซึ่งที่ไร่บุญรอด เขาจะมีร้านอาหารอิตาเลี่ยนอยู่
ชื่อว่า Barn House Pizzeria ซึ่งที่นี่จะใช้ผักออร์แกนิคของไร่ทั้งหมด และพิซซ่าก็ทำแป้งเอง อบเตา และใช้ชีสนมควายที่เรียกว่า Mozzarella
.
สำหรับบีมเอง
อยู่ในโปรแกรม #FoodChallenge
ปกติถ้าไม่อยู่ในโปรแกรม บีมจะกินพิซซ่าด้วยค่ะ
เพราะของที่นี่เขาแตกต่างจากที่อื่น คือ กล้ากิน
แต่รอบนี้ คือ โอเค ไม่กิน…
.
หลังจากมานั่งและสั่งอาหารไปแล้ว
ก็หยิบตรีผลามากินเลย 2 แคปซูล
คิดว่าคงจะนาน…อย่างน้อยคงรอ 20 นาที
ก็พอได้อยู่ เพราะตรีผลาต้องกินก่อนอาหาร 30 นาที
.
แต่…อาหารมาเร็วมากกก
กินตรีผลาไปไม่ถึง 15 นาที
อาหารมาแล้ว!!!
.
ก็โอเค ไม่เป็นไร ตามสถานการณ์
อย่างน้อยก็ก่อนอาหารล่ะ…
.
#กินมื้อเย็นตอน 18.45 น.
ของบีมเป็น #สลัดผักย่าง
เขาจะมีราดน้ำสลัดบัลซามิกและน้ำมันสักอย่าง
ลืมถามว่าน้ำมันอะไรค่ะ ต้องขออภัยด้วย
และมีชีสนมควายสีขาว ๆ หมักสดวางอยู่ด้วย
.
ตอนแรกไม่กล้ากิน
แต่พอสอบถามแล้ว
ทำจากนมควาย…โอเค กินได้
(บีมไม่กินชีสและทุกผลิตภัณฑ์จากนมวัวค่ะ)
.
สรุปก็คือ กินหมดจานคนเดียว ก็จบมื้อนี้
.
แต่พอมาแวะซื้อของที่ 7-11
รู้สึกอยากกินผลไม้
เลยหนีบเอามะม่วงน้ำปลาหวานมาด้วย 2 กล่อง
แล้วมากินมะม่วงแบบไม่จิ้มน้ำปลาหวานบนรถ
ตอนประมาณ 20.37 น.
.
แป๊บเดียวถึงบ้าน
พอเด็ก ๆ เข้านอนหมดแล้ว
ก็มากินที่เหลือต่อ
คราวนี้จิ้มด้วย
หมดทั้ง 2 ชุด
ตอนประมาณ 21.30 น.
.
แล้ว 21.45 น. ไปกิน Honey Cider 1/2 แก้ว
.
นอน 22.45 น.
.
ตื่นมา 4.30 น. เช้านี้ค่ะ
.

โอเค นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
และมันทำให้บีมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
ในเรื่องของสภาวะจิตของคนที่กำลังต้องดูแลอาหารเป็นพิเศษ
บีมตกผลึกแบบนี้ค่ะ

– ในสภาวะที่ร่างกายทำงานมากไป เช่น บีมไม่กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า (แต่ไม่หิว ไม่ทรมานนะคะ ปกติดี) แต่มากินตอนบ่ายมื้อแรก เราจะรู้สึกว่า อยากหาอะไรชดเชยให้เรารู้สึก happy แม้เราจะไม่ได้ทรมานอะไรเลยก็เถอะ ในความรู้สึก คือ ฉันอยากพักผ่อน!

– แต่…พอไปพักผ่อน มาถึงเรื่องอาหาร ฉันกำลังอยู่ในโปรแกรมที่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้แฟนเพจนะ ดังนั้น จงเลือกดี ๆ จะกินอะไร เพราะต้องโพสต์ไปตามจริง (เดี๋ยวจะเป็นตัวอย่างไม่ดี แม่เป็ดยังไง ลูกเป็ดจะเป็นอย่างนั้น แล้วแฟนเพจเขาจะหายไหม)

– พิซซ่าอยู่ตรงหน้า รู้ว่ากินได้ แต่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้กิน ณ จุดนี้ รู้สึกไม่ happy เอาเสียเลย

– จริง ๆ ก็อิ่มดีแล้ว ไม่ได้ต้องการกินพิซซ่าอะไรอีก ก็จบ…

– แต่พอมาเจอมะม่วงน้ำปลาหวาน กะว่าจะกินแต่มะม่วงเพราะดึกแล้ว ไม่อยากกินน้ำตาลหลัง 6 โมง เพราะเดี๋ยว Growth Hormone ไม่หลั่งออกมาซ่อมร่างกายตอนนอน แต่…ความรู้สึก คือ ฉันว่าไม่เป็นไรน่ะ ปกติฉันก็กินได้ ดังนั้น กินละกัน และเป็นน้ำตาลมะพร้าวด้วย Low GI สบาย เดี๋ยวก็ไปกิน Honey Cider ปิด จัดว่าโอเคล่ะ!!!

เอาล่ะค่ะ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
และบีมคิดว่า มันเกิดในใจทุกคนที่กำลัง “ควบคุมอาหารด้วย”
เลยได้ข้อคิดบางอย่างว่า
.
ถ้าเป็นแบบนี้
วันไหนที่ โอเค ทุกอย่างในชีวิตเดิน smooth ดี
เราจะมีพลังในการควบคุมและมีวินัยสูง
แต่วันไหนที่เราต้องทำงานมาก ๆ หรือเหนื่อยไป
เราจะสูญเสียตรงนี้ไป…
.
ซึ่งเอาจริง ๆ เลยก็คือ
ปกติ ถ้าไม่อยู่ในโปรแกรมนี้
บีมจะเลือกกินมากเป็นปกติอยู่แล้ว
ซึ่งไม่รู้สึกฝืนใจอะไรเลยกับการกินแบบสุขภาพของเราเอง
.
แต่พอรู้สึกเหมือนมีกรอบ เหมือนโดนบังคับ
มันจะอยาก “ต่อต้าน” “ออกนอกกรอบ” ขึ้นมาทันที
.
ดังนั้น…บีมจึงคิดว่า
ในการกินอาหาร…ไม่ควรใช้คำว่า “ควบคุม”
อย่าไปกดความรู้สึก…อย่าไปต่อต้าน
แต่ให้รับรู้ตามจริง
และใช้เหตุและผลในการตัดสินใจกิน
และแค่ยอมรับผลของการกระทำ
มันจะเทรนเราให้เข้าลู่เข้าทางได้เอง
ด้วยความเต็มใจ ไม่ต้องมาหาอะไรชดเชยทีหลัง
ซึ่งมันไม่ยั่งยืน…
.
รับรู้ตามจริงเช่น
สภาวะตอนนี้ คือ เหนื่อย หิว
แต่…ถ้ากินอันนี้ มันจะเป็นแบบนี้นะ โอเคมั้ย
ถ้าโอเค … กิน ถ้าไม่โอเค … ไม่กิน
.
คือ ให้มันเป็นคำตอบจากตัวเราเอง
ไม่ใช่เป็น “พลังบังคับจากภายนอก”
ไม่ใช่ว่า “พี่บีมบอกให้งด 10 อย่าง ต้องทำ”
ไม่ใช่นะคะ… คือ เราจะต้องรู้ด้วยตัวเองว่า
กินแล้ว…มันทำให้ร่างกายเป็นยังไง
อันนี้ต้องไปจดผลการกินกันเอาเอง
ต้องมอนิเตอร์กันเอง
.
มันต้องเป็นพลัง “ส่งจากภายใน”
คือ It’s my choice!
แล้วมันจะทำได้นาน
ผิดบ้าง พลาดบ้าง
มันก็ธรรมดา แค่ต้องหาวิธี
อย่าให้ตัวเองเหนื่อยไป
มันจะทำให้เสียหมดจริงๆ

ดังนั้น สำหรับบีม
บีมจึงขอปรับ
มาเขียนไดอารี่อาหารให้แทนค่ะ
.
แทนที่จะต้องบังคับตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี
บีมจะให้ทุกคนเรียนรู้จากชีวิตการกินจริง ๆ ของบีมนี่แหละ
.
เพราะเท่าที่ใช้ชีวิตแนวนี้มา
ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
“พี่ดูแลอาหารขนาดนี้เลยเหรอ”
และบีมก็รู้สึกว่า เราดูแลตัวเองเป็นวิถีชีวิตอยู่แล้ว
.
ดังนั้น ก็ให้ทุกคนเรียนรู้กับของจริงนี่แหละ
ไม่ต้องไปพยายามทำให้มันเข้าโปรแกรม
ให้เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นปกติของบีมอยู่แล้ว
.
เพราะแม้แต่การทำสมาธิ ทุกวันยังมีประสบการณ์ต่างกันเลยค่ะ
ประสาอะไรกับการกิน ที่มันก็อยู่ที่สภาวะจิตของเราด้วยเช่นกัน
แต่เราแค่ต้องมีวิธีกินที่ดีต่อร่างกายเท่านั้นเอง

เอาเป็นว่า บีมจะขอปรับมาเขียนไดอารี่ให้แทนนะคะ
สรุปให้วันละ 1-2 รอบ ประมาณ 14 วัน ซึ่งน่าจะทำให้ทุกคนที่ติดตาม พอจะเข้าใจวิถีการกินในแบบฉบับของบีม และใช้หนังสือ #อาหารเปลี่ยนสิว ได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพดี + ผิวใส ในเร็ววันนะคะ

#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#ทดลองตรีผลา

ผู้สนใจการรักษาสิวแนวทางนี้ เชิญเข้ากลุ่มไปปรับพื้นฐานกันนะคะ
คลิกเข้าร่วม https://www.facebook.com/groups/beamsecret.reset ได้เลยค่ะ

ไก่ก่อสิว

หลังจากเรียนจบบท #HeavyMetalsToxicology คอร์ส #DetoxSpecialist ไปแล้ว บีมคิดว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์และใกล้ตัวทุกคนมาก ถ้างดสิ่งนี้ได้ทันที น่าจะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นค่ะ

จริง ๆ ในบทนี้พูดถึงสารโลหะหนักที่มักพบได้ในชีวิตประจำวัน (ใกล้ตัวกว่าที่คิดมากกก) หลายตัว เช่น ปรอท ตะกั่ว อะลูมิเนียม สารหนู กระป๋อง (บรรจุอาหารกระป๋อง) และ แอนติโมนี่ (อันนี้ไม่ค่อยคุ้น แต่มันคือ สารที่ใส่ป้องกันไฟไหม้เสื้อผ้าค่ะ อยู่ในเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและพรม!)

แต่ตัวที่บีมเห็นความเชื่อมโยงกับปัญหาสิวชนิดเรื้อรังค่อนข้างชัดเจนคือ สารหนู และ มันก็เชื่อมโยงกับอาหารที่พวกเรากินบ่อย ๆ กันด้วย คือ เนื้อสัตว์ปีก และ เนื้อสัตว์ทั้งหลาย

สารหนู (Arsenic) จริง ๆ แล้วมีอยู่ในธรรมชาติ ถ้าไม่ไปโดนมัน ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ

แต่คนเอามาใช้งานในรูปแบบสารต่าง ๆ ซึ่งหากได้รับมาก ๆ จะทำให้แสดงอาการต่อไปนี้

1. ปัญหาในระบบลำไส้
2. ภาวะเลือดจาง
3. ผิวเป็นจ้ำเลือดหรือฟกช้ำได้ง่าย
4. ความเสื่อมของตับและไต
5. เสียชีวิต
6. เป็นสาเหตุของมะเร็งชนิดต่าง ๆ ในมนุษย์
7. เป็นสาเหตุของเบาหวานประเภทที่ 2 ในผู้ใหญ่ (อันนี้เกี่ยวกับสิวโดยตรง)

ในอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ปีก พบว่า มีการใช้สารที่ชื่อว่า roxarsone ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีสารหนูเป็นเบส จะถูกผสมในอาหารที่ให้ไก่กินเพื่อกำจัดหรือลดปริมาณของพยาธิในลำไส้ของไก่

และมันยังมีในปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และในกระบวนการให้อาหารสัตว์อื่น ๆ เช่น ในเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว นมวัว และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

ดังนั้น หนึ่งในอาหาร 10 อย่างที่ควรงดกินช่วงรักษาสิว ที่บีมเขียนไว้ว่า “เนื้อสัตว์” ทุกชนิด (ยกเว้นอาหารทะเล ถ้าไม่แพ้) ก็คงจะตรงกับข้อมูลทางพิษวิทยาและวิชาการที่เชื่อถือได้ชิ้นนี้มากที่สุดค่ะ

ดังนั้น … อยากผิวสวย ผิวแข็งแรง ไม่เป็นสิว ต้องปรับตัวเองมาเป็น Vegan ได้แล้วนะคะ แล้วอย่าลืมเลือกผักผลไม้แบบปลอดสารนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นได้รับเพิ่มอีก

ด้วยรัก
#บีมซีเคร็ต
#อาหารเปลี่ยนสิว
#เนื้อสัตว์เป็นพิษ

CR. https://thehealthsciencesacademy.org

บีมเผย 50 พฤติกรรม ที่ทำแล้ว “สิวหายขาด” ชัวร์!

วันนี้ บีมได้สรุป “พฤติกรรม” ที่บีมได้สั่งสมมาจากผลึกประสบการณ์และการเรียนรู้ 9 ปี (พ.ศ. 2552 – 2561) ที่ทำให้บีมสิวหายอย่างยั่งยืน และ เหมือนมีชีวิตที่ “เกิดใหม่” ในทุก ๆ ด้านจริง ๆ ค่ะ ใครทำได้ครบทุกข้อ รับรองว่า ผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ก็ต้องได้แน่นอน

collage-beam-before-after-9years-50-behaves
สต็อครวมรูป Before ช่วง 9 ปีที่ผ่านมา http://bit.ly/2MfynQ8
  1. ล้างหน้าและดูแลผิววันละ 2 ครั้ง (ต้องมีวินัย)
  2. ล้างหน้าให้สะอาด ตามวิธีที่แนะนำในคลิป “ฝึกล้างหน้าอย่างง่าย สิวลดลงได้กว่า 50% ใน 30 วัน
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิว จะเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิค ก็สุดแล้วแต่ ต้องปลอดสารพาราเบน
  4. ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดหน้าแทนผ้าขนหนู
  5. ใช้สำลีที่ไม่ขูดขีดผิวหน้า
  6. น้ำที่ใช้กับหน้าต้องสะอาด
  7. เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเบน SLS, SLES ตะกั่ว และสารก่อมะเร็งทุกชนิด (สบู่ แชมพู แป้ง ลิป ฯลฯ)
  8. เลิกกินยาพร่ำเพรื่อ ใช้ยาให้น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใช้เลย
  9. เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม
  10. ตื่นก่อน 6 โมงแบบอัตโนมัติ ไม่ใช้นาฬิกาปลุก
  11. นั่งสมาธิหลังตื่นนอนอย่างน้อย 12 นาทีก่อนไปทำอย่างอื่น (ถ้าปวดเข้าห้องน้ำ ให้ไปก่อน ทำบนเตียงได้เลย)
  12. ขับถ่ายออกหมด (สุด) ก่อน 7 โมงเช้า
  13. ดื่มน้ำมะนาว 300 มล. หลังตื่นนอนให้หมดรวดเดียวแล้ววิ่งเหยาะ ๆ นวดท้อง ทำท่าอุทธิยานะพันธะช่วยขับของเสียตกค้างตอนเช้า
  14. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องอีก 700 มล. ให้หมดภายใน 1 ชม.หลังตื่นนอน
  15. ออกกำลังกายช่วง ตี 5 – 7 โมง (เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกาย)
  16. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ (ต่อเนื่องกันจนหัวใจเต้นเร็วและรู้สึกสดชื่น)
  17. อบตัว นวดตัว ทำ Dry Brushing สัปดาห์ละอย่างน้อย 1 ครั้ง
  18. ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ เน้นผักใบเขียว ยิ่งเขียวเข้มยิ่งดี ผสมแก้วมังกร และน้ำมันเมล็ดชา หรือ น้ำมันงาม้อน หรือ น้ำมันมะกอก แบบสกัดเย็น 250-300 มล. เป็นมื้อแรกของวัน
  19. กินข้าวเช้าไม่เกิน 9 โมง ถ้าไม่ทันกินก่อน 9 โมงให้ยกไปกินช่วง 11.00 – 13.00 น. ไปเลย (ถ้ากินข้าวเที่ยงตอน 11.00 – 13.00 น. ก็ไม่ต้องกินมื้อกลางวันอีก เพราะ ถือว่ากินควบไปแล้ว)
  20. ดื่มแค่น้ำเปล่าสะอาดอุณหภูมิห้อง (คุณภาพของน้ำมีผลต่อสุขภาพมาก) งดเว้นเครื่องดื่มอื่นทั้งหมด ยกเว้นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน น้ำคั้นจากสมุนไพร และน้ำสกัด/ปั่น ผักผลไม้สด สามารถดื่มร่วมกันได้
  21. ไม่ดื่มน้ำเปล่าเย็นเลย!
  22. ไม่ดื่มน้ำก่อนกินอาหารทุกมื้ออย่างน้อย 20 นาที และหลังอาหาร 30 นาที หากต้องการดื่มเพราะกระหายจริง ๆ ให้ดื่มเพียงแก้วกาแฟเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ จิบให้หมดก่อนอาหารจะมาประมาณ 20 นาที
  23. จิบน้ำอุณหภูมิห้องให้ได้ตลอดวัน โดยค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ
  24. ดื่มน้ำให้ครบ 2.5 ลิตรต่อวัน (นับเฉพาะน้ำเปล่าไม่เย็น)
  25. ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องก่อนนอน 1 แก้ว (250 มล. เพื่อช่วยให้น้ำดีและตับทำงานได้ดีช่วงเรานอน)
  26. ถ้าไปอบซาวน่าหรือออกกำลังกาย ให้ดื่มน้ำไม่เย็นก่อน 1 แก้ว และจิบดื่มไปเรื่อย ๆ ขณะทำกิจกรรมได้ เพราะต้องไปชดเชยน้ำที่สูญเสียไป
  27. ก่อนมื้อเที่ยง คนส่วนใหญ่จะมีภาวะกระหายน้ำและร้อนเกิน ให้ดื่มน้ำย่านาง/ชามะระ/ขมิ้นชัน (เป็นแคปซูลได้ แต่ถ้าเป็นน้ำจะดีที่สุด เพราะดูดซึมได้เร็ว) ก่อนมื้ออาหารประมาณ 20 นาที
  28. หากกินเนื้อสัตว์ ของมัน ของทอด (อย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ) ให้ดื่มชา Peppermint อุ่น ๆ ตามมื้อนั้นไปด้วย และถ้าเป็นไปได้ ควรกิน Honey Cider (เดี๋ยวนี้มีขายในห้างแล้วแบบสำเร็จรูป ราคาสูงหน่อยแต่สะดวกดีถ้าจะกินหลังมื้ออาหารนอกบ้านค่ะ) หรือมาทำกินเองโดยใช้ Apple Cider + น้ำผึ้ง อัตราส่วนอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันด้วยช้อนพลาสติกหรือไม้ (ห้ามใช้โลหะ) แล้วเติมน้ำอุณหภูมิห้องลงไปก่อนสัก 1/2 แก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปอีก 1/2 แก้วที่เหลือ หรือ ปรับได้ตามเหมาะสม ให้มีความอุ่นพอประมาณ​ (อย่าเติมน้ำร้อนลงบนน้ำผึ้ง อาจทำให้เสียเอ็นไซม์ ให้เติมน้ำอุณหภูมิห้องก่อน) ถ้าร้อนไปไม่ดี เย็นไปไม่ดี ตัวนี้จะช่วยย่อยอาหารได้ อาหารไม่ตกค้าง สิวจะไม่ขึ้น
  29. มื้อไหนกินของหวานและเค็ม (มีโซเดียมสูง) ให้กินอาหารรสขม เช่น ชามะระอุ่น ๆ น้ำผักสีเขียว ๆ แบบคั้นสด หรือ ชงอบเชยกิน เข้าไปปรับสมดุล (มะระ อบเชย ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รสขมทำให้ความมัน หวาน ลดลง ทำให้ลดโอกาสก่อสิวแนวกราม คางได้)
  30. ล้างลำไส้และอดอาหารล้างพิษสัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันหยุดทำงาน
  31. ดีท็อกซ์ตับปีละ 1-2 ครั้ง
  32. เลือกกินอาหารตามธาตุเจ้าเรือนหลักและรอง (แพทย์แผนไทย) ตามโดชา(แพทย์แผนอายุรเวท) ตามกรุ๊ปเลือด(แพทย์แผนตะวันตก) ถนัดหลักไหน กินตามหลักนั้นให้คล่อง และผสมผสานกันได้ บีมพบว่ามันไปทางเดียวกันค่ะ การกินอาหารที่เหมาะกับตัวเอง จะทำให้สิวหายเร็วขึ้นมาก
  33. ไม่กินอาหารที่ผสมไขมันทรานส์ โดยเด็ดขาด (ที่ตอนนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้วค่ะ) นี่คือตัวการหลักของ “สิวเรื้อรัง” ที่ต้องล้างพิษออกให้หมดจึงจะหายได้ถาวร บีมรวบรวมรูปภาพข้อมูลส่วนผสมของอาหารที่มีไขมันทรานส์ ที่หลายคนเห็นแล้วจะต้องช็อค เพราะว่าได้กินมาแล้วเยอะพอสมควร http://bit.ly/2LEPfmP
  34. ไม่กินอาหาร 10 อย่างที่บีมสรุปเอาไว้ให้ให้ได้มากที่สุด ถ้าหักดิบ สิวจะหายเร็วมาก!
  35. อ่านและทำตามหนังสือ “อาหารเปลี่ยนสิว” ให้ได้และทำจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  36. เจริญสติ รู้เท่าทันอารมณ์และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเองแบบชัดเจนจนเป็นนิสัยใหม่ถาวร
  37. ศึกษาข้อปฏิบัติของศาสนาและปฏิบัติตามอย่างเข้าใจและตั้งใจจริง ต้องเป็นคำสอนที่ “ตรง” กับความเป็นจริงของธรรมชาติ ปฏิบัติแล้วมีความสุขกาย สุขใจ เบาสบาย ไม่เบียดเบียนตัวเอง
  38. เมตตาตัวเอง กำจัดพิษตกค้างในจิตใจ อารมณ์ขุ่นมัวทั้งหมดให้ออกไป รักตัวเองได้อย่างแท้จริง แนะนำให้ดูคลิปนี้เพิ่มเติมนะคะ

    เทคนิค เลิกใจร้ายกับตัวเอง Be Your Own Best Friend Class 2

  39. หากิจกรรมทำประโยชน์เพื่อสังคม บำเพ็ญประโยชน์ เป็นประจำ และทุกโอกาสที่ทำได้
  40. เลิกบ่นกับทุกเรื่องในชีวิต แนะนำให้ดูคลิปนี้นะคะ

    เลิกบ่นซะที! โฟกัสเรื่องดีๆ!แล้วชีวิตจะดีขึ้นมากมาย Class 1

  41. ถามคำถามว่า “จะทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้ด้วยดี” “จะทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยดี” แทนคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” “ทำไมต้องเกิดกับฉัน”
  42. เขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นวันละอย่างน้อย 1 อย่างในสมุดจดน่ารัก ๆ ก่อนนอน
  43. ทบทวนเหตุการณ์ในชีวิต อารมณ์ ความรู้สึก ทุกอย่างที่อยู่ในจิตก่อนนอน อะไรที่ทำแล้วไม่สบายใจ ให้อภัยตัวเองแล้วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำอีกในวันต่อไป
  44. นั่งสมาธิ และ สวดมนต์ / ภาวนา ก่อนนอน (ถ้าทำได้จะดีมาก ๆ)
  45. ฟังเพลง Chakra Healing Music ก่อนนอน จนหลับไปพร้อมกับเพลงได้เลย (จะปรับพลังงานตอนนอน ตื่นมามีพลัง ถ้าป่วยอยู่จะหายเร็วขึ้น)
  46. รู้จักหน้าที่ของตัวเอง และทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต แนะนำให้อ่านหนังสือของคุณบอย วิสูตร แล้วทำ “ฉันเปลี่ยนเพราะเขียนเป้า”
  47. บริหารเงินให้ดี ต้องมีความรู้ทางการเงิน มีสุขภาพทางการเงินที่ดี แนะนำให้เรียนรู้กับโค้ชหนุ่ม Money Coach
  48. ตั้งเป้าหมายให้เปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรัก ถนัด ทำได้ดี ทำให้มีรายได้และชีวิตที่ต้องการไปพร้อม ๆ กัน (ไม่ต้องตั้งว่าจะรวย ให้ตั้งว่าจะมีชีวิตอย่างที่ต้องการ ออกแบบ แล้วสานต่อให้เป็นจริง)
  49. รักษาสัจจะ รักษาคำพูด และดูแลความสัมพันธ์กับทุกสิ่งให้ดี ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต รู้ว่าต้องรักและดูแลใคร ให้คนใกล้ตัวมาก่อนเสมอ อยากให้อ่านสรุปงานวิจัยของ Harvard ที่ทำการศึกษามากว่า 80 ปี ว่า “อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนมีความสุข ชีวิตและสุขภาพที่ดี?” คลิกที่นี่ เพื่ออ่านข่าวค่ะต้นฉบับค่ะ
  50. หาโอกาสอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด

 

คลิปที่อยากแนะนำค่ะ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ สิวหายขาด และ ชีวิตดีขึ้นทุกด้านจริง ๆ
และบีมเปลี่ยนตัวเองให้สุขมาก ทุกข์น้อย ได้จริงจากคลิปนี้ด้วยค่ะ
(ทุกคลิปของคุณหนูดีที่บีมให้ไว้ที่นี่ บีมดูแล้วเอาไปทำมาหมดแล้วค่ะ เวิร์คจริง)

นิสัยที่ทำให้ “ลุกได้” ทุกครั้งที่ล้ม Class 3

 

ฝากคลิปสุดท้าย สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่า “ฉันจะเปลี่ยนชะตาชีวิตและผิวของตัวเองได้จริงหรือ”?
ตั้งแต่บีมเจอคลิปนี้ บีมก็มั่นใจค่ะว่า “เราทุกคนสร้างชีวิตในแบบตัวเองออกแบบได้เสมอ” ลองดูเองและเอาไปทำค่ะ! สำคัญคือ ทำ ทัน ที!

 

 

บันทึกพลังงานบำบัดกับครูเก๋ ครั้งที่ 2

ช่วงบ่ายของวันที่ 5 กันยายน 2561

บีมตั้งใจเข้าไปพบครูเก๋ที่บ้านคีตาด้วยต้องการคำปรึกษาเรื่องต่าง ๆ

จริง ๆ แล้ว การไปพบครั้งนี้ บีมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีการบำบัดอะไร

เพราะลำพังการได้พูดคุยกับครูเก๋แต่ละครั้งก็เหมือนจะได้รับคำตอบในหลาย ๆ เรื่องไปในตัวอยู่แล้ว

ก็สุดแล้วแต่ทางครูเก๋จะมองเห็นว่า ท่านจะแนะนำอะไรบีมเท่านั้นเองค่ะ

เป็นไปตามคาดหมาย

เราเพียงแค่นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ

แต่สุดท้าย ก็ไม่รู้อย่างไร ไปถึง ณ​ จุดที่

ครูเก๋ได้นำเพนดูลั่ม (pendulum) และ กระดิ่งลม

มาแนะนำให้บีมรู้จัก

แล้วบีมก็ได้ประสบการณ์ใหม่และความรู้ใหม่

เรื่อง “พลังงานบำบัด”

ที่เมื่อจบกระบวนการแล้ว

บีม…นึกถึงคนที่เป็นสิวเรื้อรังทุกคนทันที

ในแง่มุมของ “พลังงานที่ขาดวิ่น”

ที่มันก็ยากจะเชื่อสำหรับคนทั่วไป

แต่สำหรับบีม สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

และปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่าง ณ ตอนนั้น

บีมคิดว่า … บีมพบคำตอบอันลึกซึ้ง

ของ “ธรรมชาติบำบัด” อันแท้จริง

มัน “เรียบง่าย” กว่าที่สมองมนุษย์คิดได้

และมัน “ทรงพลัง” มากกว่าที่สมองมนุษย์จะเข้าใจ

และมัน “ได้ผลจริง” ในมุมของการเติมเต็ม

บีมคงไม่สามารถเขียนบรรยายออกมาได้

เพราะมัน “ไม่มีคำบรรยาย” อะไรจะบอกเล่าแทนได้

แต่สิ่งที่ได้รับ ทำให้บีม “เข้าใจตัวเองมากขึ้น”

ว่า “พลังงานที่ขาดวิ่น” และ สิ่งที่พี่เก๋เคยพูดกับบีมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน

คือ บีมขาดความรักตัวเอง มันเป็นอย่างไร

ธรรมชาติ แสดงอะไรตรงไปตรงมาเสมอ…

นั่นแหละ จึงทำให้บีมเข้าใจว่า

แท้จริงแล้ว … คนที่มีปัญหาสิวเรื้อรังทุกคน

ก็คงจะมีปัญหาที่ไม่ต่างไปจากที่บีมมี…

แม้เหตุปัจจัยจะแตกต่างกัน

แต่บีมเชื่อว่า “สภาวะที่เป็น”

“รากเหง้า” ของการดำรงอยู่

คงจะ “ขาดวิ่น” ไม่แตกต่างกัน

เราอาจจะ…เคยมีประสบการณ์ฝังลึก

ที่อาจจะเกิดตั้งแต่ตอนเราอยู่ในท้องแม่

หรือตั้งแต่ตอนแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ

ซึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงที่จิตใต้สำนึกของทุกคน

จะไม่คัดกรองอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

และรับเอาสภาพแวดล้อมมาเป็นตัวตนทั้งหมด

บีมไม่รู้หรอกว่า

เคยมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตช่วงนั้นบ้าง

แต่…บีมมาเข้าใจทุกอย่างตอนที่ครูเก๋ได้ช่วยครั้งนี้

กับเพียงแค่ “กระดิ่งลม” ที่ครูเก๋ใช้

ว่า… “รากเหง้าของจิตวิญญาณขาดพลังความรักจริงๆ”

แม้บางคน

อาจจะได้เกิดมาในครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อม

แต่…ในบางช่วง บางจุดของชีวิต อาจมีการหักเห

มีการเจ็บช้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเป็นสิว

และเริ่มเป็นแบบเรื้อรังยาวนานและหาทางออกไม่พบ

เราก็จะรู้สึก “เกลียดตัวเอง” และ “เกลียดคนอื่น” ไปพร้อม ๆ กัน

เราสะสมมันไปอย่างไม่รู้ตัว

ยิ่งนาน ยิ่งโดนทัก ยิ่งโดนมอง ยิ่งโดนปฏิเสธ

“ยิ่งเกลียด เกลียด เกลียด ตัวเอง”

ด่าตัวเอง ว่าตัวเอง สารพัด

แล้วก็ทำทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเอง “น่าเกลียด” อยู่อย่างนั้น

เพราะเชื่อว่า “ฉันมันน่าเกลียด”

เป็น “พลังงานขาดวิ่น” ขาดความรักอย่างมหาศาล

ที่สะสมอัดอั้นอยู่ในจิตส่วนลึกที่รันเหมือนโปรแกรม

ให้ร่างกาย สารเคมีจากต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทอัตโนมัติ

ทำงานผิดปกติ หลั่งสารพิษ ตลอดเวลา

ไปตาม “พลังงานขาดวิ่นของจิต”

บีมเองก็พบความจริงด้วยตัวเองว่า

หลังจากที่บีมได้ฝึกฝนปฏิบัติและเข้าใจเรื่องจิตมากขึ้น

ทำให้บีมผิวใสขึ้น เป็นสิวยากขึ้น

แม้จะมีปัจจัยกระทบเดิมที่เคยทำให้เราเป็น เรากลับเป็นยากขึ้น

แต่…มันก็ยังคงมีอยู่นะ

ทั้งที่บีมก็ดูแลตัวเอง “ดีทุกด้าน”

ก็ไม่แปลกใจเลย…ว่าเพราะอะไร

เพราะ “รากของจิต” มัน “ขาดความรัก”

มันเป็นพลังงานที่ขาดวิ่น ไม่สมบูรณ์

แต่เราไม่รู้…ว่ามันเป็นแบบนั้น

อีกอย่างหนึ่งที่ครูเก๋พูด

แล้วบีมนำมาฉุกคิดต่อ

คือ ครูเก๋บอกว่า

ถ้า “รากมันดี” (หมายถึงพลังงานฐานรากดี)

จะกินอะไร มันก็จะไม่เป็นอะไรหรอก

ในจุดนี้ บีมยังต้องทดลองต่อไป

แต่…บีมเห็นว่า ควรจะได้นำมาบอกต่อ

เพื่อให้เป็นเป้าหมายของการรักษาสิวของทุกคน

โดย “มุ่งเน้น” ไปที่ “จิตและพลังงาน” โดยตรง

เพราะมีคนมากมาย

ดูแลตัวเองได้ดีทุกเรื่อง

แต่…สิวยังขึ้น ณ​ จุดเดิม ๆ

ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่หลายคน

หลายคน มีฐานะดี มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวก็ยังไม่หาย เพราะ จิตมัน “ขาดวิ่น”

ตรงกันข้าม … บางคน ไม่ได้มีเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงใช้

แต่…สิวค่อย ๆ หายไป และบางคนก็หายสนิท

เพราะ จิตมันเย็น จิตมันเต็ม จิตมันมีแต่ความรักเอ่อล้น

บีมสงสัยมาตลอดในเรื่องที่ว่านี้

ว่าทำไมบางคน ดูแลตัวเองได้ดีมาก ๆ

ใช้ของอย่างดีที่สุด แพงที่สุด เยี่ยมที่สุด

ก็ไม่หาย…ซะที

คำตอบ…ก็เป็นเรื่อง

“รากเหง้าพลังงาน” จริง ๆ นั่นแหละ

เอาเป็นว่า เขียนมายาว บีมสรุปให้ 2 เรื่อง

ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อ “คนมีปัญหาสิวเรื้อรัง”

ได้เอาไปขบคิดพิจารณากันต่อ เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเสียที

  1. การที่ยังเป็นสิวไม่หาย เพราะ ขาดพลังงานแห่งความรักที่แท้จริงของจักรวาล (รักที่ไม่มีที่สิ้นสุด รักที่ไร้ตัวตน ตัวกู ของกู)
  2. หากพลังงานของเราสมบูรณ์​ อิ่มไปด้วยรัก เอ่อล้นออกจากภายในจริง ๆ สิวก็จะหายขาด ไม่ว่าจะกินอะไร ก็จะไม่เป็นสิว พลังงานแห่งความรักนี้ จะสมานบาดแผลของจิตวิญญาณ ของจิตใจ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวแข็งแรง ต่อสู้เชื้อโรค ต่อสู้สิ่งแปลกปลอม และกำจัดออกได้ดี

นี่เป็นเพียงแค่ “ปฐมบท”

ของ “พลังงานบำบัดกับสิว” ที่บีมรู้สึกสนใจมาก

เพราะบีมคิดว่า … มันคือ คำตอบสุดท้าย

และเป็นเพียง “คำตอบเดียว” ที่จะทำให้ทุกคน

“สิวหายขาด” ได้ยั่งยืน…(ในเคสที่รากพังจริงๆ)

ด้วยรัก

บีมซีเคร็ต

รูปภาพจาก https://rgdn.info/en/energeticheskaya_konstrukciya_cheloveka

 

 

Success Story : สิวหายเพราะเชื่อมั่นและศรัทธา by อจ.บิ๊ว

เส้นทาง “ผิว” ของ “บิ๊ว”

ถ้าจะให้พูดถึงเส้นทางการเป็นสิวของบิ๊วนั้นมันยาวนานมากจนบิ๊วแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเอาจริงๆ ก็ใช้ชีวิตแบบปกติมาตลอด กิน เที่ยว เล่น แต่งตัวเหมือนคนปกติทั่วไป

ถามว่าถึงขั้นเอามาเป็นปมด้อยของตัวเองมั๊ย ก็ไม่ เพราะช่วงที่เป็นสิวตอนนั้นมันเด็กมาก ยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย แต่ที่จำได้ก็ไปหาหมอสิวตลอด ช่วงที่หาหมอสิวหน้ากับผ้าขนหนูก็จะมีกลิ่น BP ที่เป็นตัวทาก่อนล้างหน้ามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับตรงนี้ก็คิดว่า โอเคก็ไปแล้วมันหาย กินยาแก้อักเสบอาทิตย์นึงไม่รู้กี่เม็ด พอมันเริ่มหายก็ไม่กิน ไม่ไปหาหมอ พอมันเริ่มกลับมา ก็ค่อยไปหาอีก ทำแบบนี้มาตลอด

จนวันนึงมันก็มาถึงวันที่กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย ยาตัวที่เคยทาก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวยาที่แรงขึ้น ต้องทาบางๆ ไม่งั้นหน้าก็แห้งมาก ส่วนตัวกินก็เปลี่ยนเป็นตัวกินที่แรงกว่าเดิมมากถึงขั้นต้องมีการเซ็นต์รับทราบหรือยินยอมอะไรซักอย่างซึ่งตอนแรกก็ได้กินที่โดสปกติ แต่ปรากฏว่าสิวมันไม่ลงก็เลยได้กินในโดสที่ค่อนข้างสูง

แต่แม่เจ้า สิวมันลงไปอย่างรวดเร็วอย่างกับเสกได้ ก็กินแบบนั้นมาพักใหญ่ (จำไม่ได้แล้วว่านานเท่าไหร่เพราะนานมาก) จนกระทั่งไม่มีสิวขึ้นมาเลย (ก็อาจจะมีบ้างแต่มันก็ไม่ขึ้นมาเต็มหน้า) แต่สิ่งที่ได้กลับมาช่วงนั้นคือ หนังศีรษะแห้ง แห้งมาก แห้งถึงขั้นหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ถึงขนาดที่ว่าสระผมยังไม่ทันได้เป่าให้แห้งก็มีติดอยู่บนเส้นผมแล้ว และอาการนี้ก็เป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคาดว่าเป็นผลจากการกินยาตัวนั้น (จำชื่อยาไม่ได้แล้ว)

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สิวหายก็โอเค แล้วหลังจากนั้นพอไม่ค่อยมีสิวแล้ว เราก็หยุดไปหาหมอ (เหมือนเดิม) แต่มันก็ไม่มีขึ้นมาอีกเลย แต่สภาพผิวหน้าก็ไม่ได้ดีอะไรนะคะ หมองๆ มันๆ อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้สนใจดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน การดื่มน้ำคือทำร้ายร่างกายตัวเองหนักๆ สุดๆ มาหลายปี

เริ่มตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มเที่ยว ดื่มแอลกอฮอล์ คือเที่ยวหนักเลย ยาวมาจนเรียนป.โทจบแล้ว ช่วงป.โทก็หนักทั้งทำงานทั้งเรียนเพราะทำงานวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ พอเสาร์อาทิตย์ก็เรียน อาหารการกินไม่ได้ดูแล ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลัง แต่ก็ไม่รู้ทำไมว่าสิวมันถึงไม่ขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน ก็มีขึ้นบ้างแต่ไม่เยอะก็เลยไม่ได้สนใจอะไร

ยาวมาจนถึงช่วงปี 2553 ซึ่งช่วงนั้นเราเห็นว่าสิวมันเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว ก็เลยไปหาหมอแต่ทีนี้คือไม่กลับไปหาหมอที่เคยหาแล้วเพราะว่าไปแล้วเว้นช่วงนานมาก เราก็ขี้เกียจไปตอบคำถามเลยไปหาที่ใหม่ ไปหาที่นึงก็ได้ตัวยาเหมือนเดิมเลยแต่ก็ไม่หาย ขั้นตอนเหมือนเดิมทุกอย่าง พอทาตัวเบาแล้วไม่ลงก็ได้ตัวทาที่แรงมากกว่าเดิม พอกินตัวแก้อักเสบแล้วไม่ลงก็ได้กินยาที่แรงมากกว่าเดิม แต่ยาตัวนี้น่าจะเบากว่าตัวที่เคยกินนานมาแล้วแต่ก็มีให้เซ็นรับทราบและยินยอมเหมือนกัน (สังเกตจากโดสที่ได้กินตอนแรกเปรียบเทียบกับตัวแรงๆ ที่เคยกิน) ซึ่งการไปหาหมอครั้งนี้มันไม่หาย แล้วสิวมันก็ทยอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ก็คุยกันกับที่บ้านว่ามีหมอที่นึงดี เพื่อนไปหา ก็เลยเปลี่ยนที่ และที่นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ ไปครั้งแรกได้ยามาเหมือนเดิมทั้งตัวทาและตัวกิน แต่ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือหมอที่นั่นวิเคราะห์ผิวบิ๊วแล้วบอกว่าต้องทำสตรีม ซึ่งพอเราได้ยินแล้วเราก็ตกใจเพราะเราไม่เคยทำ เพราะจากที่เคยทำมาก็แค่ทรีตเมนต์กับกดสิวธรรมดา แต่หมอก็อธิบายว่าสิวมันไม่มีหัวก็ให้โดนไอน้ำเพื่อที่จะให้รูขุมขนเปิด เราก็เลยเบาใจเพราะเป็นหมอที่แนะนำให้ทำ ก็นัดเรามาทำอีกอาทิตย์นึงเลย

เราก็ไปทำปกติ ออกมาหน้านี่แดงเถือก ร้อนหน้าและคันมาก แต่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องปกติเดี๋ยวก็หาย แต่มันไม่เป็นแบบที่เค้าบอกเลย นอกจากหน้าจะไม่หายแดงแล้ว ยังมีสิวขึ้นเพิ่มมาอีกจากไหนก็ไม่รู้ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทุกวัน และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่ว่าจะไม่ไปหาหมออีกแล้ว

ประกอบกับช่วงนั้นพี่บีมก็เริ่มขายสินค้าที่ปลอดสารและผลิตมาจากธรรมชาติ แล้วก็เอามาให้เราลองใช้ ซึ่งตอนนั้นเราก็เชื่อใจพี่สาวอยู่แล้ว ต้องบอกก่อนเลยว่าบิ๊วเป็นคนไม่ใช้อะไรกับหน้าไปเรื่อย เพราะเคยอยู่ครั้งสองครั้งที่เคยลองไปซื้อใช้พวกที่เป็นแบรนด์ที่ขายในตลาดที่โฆษณาในโทรทัศน์เพราะมีเพื่อนที่ใช้แล้วเค้าก็บอกว่าดี ได้ผล แต่พอเราซื้อไปให้เอง มันกลับไม่ได้ผล แถมมีสิวผดขึ้นอีก แต่นี่มันเป็นสิ่งที่พี่สาวแท้ๆ ของเราแนะนำให้ใช้ ยังไงเค้าก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราอยู่แล้ว

และด้วยความที่ตอนนั้นพี่สาวก็ใช้แนวทางธรรมชาติดูแลตัวเองมาพักใหญ่แล้วสิวมันก็หายไปจริงๆ เราก็เลยไม่ลังเลที่จะใช้เลย ก็ใช้ไปอยู่สองอาทิตย์ อาการมันดีขึ้น สิวลดลง สภาพผิวหน้าดีขึ้น และในตอนนั้นเองที่พี่สาวพูดกับบิ๊วว่า “บิ๊ว บิ๊วอยากหายจากสิวจริงๆ เลยมั๊ย ถ้าอยากหาย ทำตามที่พี่แนะนำ แล้วมันจะหาย” ก็ประมาณนี้นะคะ 555 แต่นางพูดประมาณนี้แหละ จากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองตามแนวที่พี่สาวเราศึกษาและก็ทำก่อนหน้าเรา

ล้างพิษครั้งแรกจนถึงการล้างพิษที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

จำได้ว่าการล้างพิษครั้งแรกของบิ๊วนั้นมันเป็นยาต้มเพื่อล้างพิษตับ (ถ้าจำไม่ผิด) ซึ่งพี่สาวบอกอยู่แล้วว่าถ้ากินตัวนี้สิ่งที่จะเกิดกับเราเลยก็คือสิวมันจะขึ้นนะ บิ๊วรับได้มั๊ย เพราะตอนนั้นสิวเราเริ่มลงไปแล้วกับผลิตภัณฑ์ที่พี่สาวให้ใช้ เราก็บอกว่าได้ ไม่เป็นไร

คือพี่สาวกลัวว่าเราจะอายคนอื่นเพราะเราทำงานเป็นอาจารย์แล้วก็เป็นคนที่ทำงานของมอ ของคณะ ของสาขาเกือบตลอดรวมถึงการสอนหนังสือและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย เราก็บอกว่าไม่อาย แล้วเราก็ไม่ใช่คนที่จะแต่งหน้าด้วย (ปกติคนเป็นสิวส่วนใหญ่ชอบที่จะแต่งหน้าเพื่อปิดสิว) พี่สาวบอกว่าสิวมันจะออกมาจนหมดมันถึงจะหยุดออก เราก็บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา ก็เป็นตามที่พี่สาวบอกจริงๆ

แต่เราก็ใช้ชีวิตปกติ ปกติจริงๆ เพราะอาหารการกินก็ไม่ได้ดูแล ที่ดูแลไม่ได้เพราะที่มอไม่ค่อยมีอะไรให้กินแล้วตอนนั้นก็กินแอลกอฮอล์ด้วย ไม่ได้ดูแลอะไรเลยเหมือนเดิม แต่ก็กินยาต้มตลอด แล้วก็ใช้สินค้าประคองผิวหน้าไป
แต่ด้วยความที่ว่ายาต้มมันพกพาไปไหนลำบาก คือต้องกินหม้อเดิมจนหมดทุกวัน ต้มลำบากก็เลยหยุดกินไป

หลังจากช่วงนั้นมาก็จะวนๆเวียนๆ เป็นแบบนี้คือ ล้างพิษลำไส้บ้าง ล้างพิษตับบ้างแต่ก็ไม่เคยดูแลตัวเองในทุกๆเรื่องหลังจากการล้างพิษเลย (นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้สิวไม่หายขาดเพราะเราไม่ได้ทำตามสิ่งที่พี่สาวแนะนำเต็มร้อย)

ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงช่วงกลางปี 2557 ที่สิวมันประทุขึ้นมามาก จนหน้านี่ร้อนไปหมด มีอาการปวดหัวตัวร้อน หายใจออกก็ร้อน เนื้อตัวก็ร้อนมากทั้งๆ ที่อากาศหนาว ก็เลยตัดสินใจไปล้างพิษ 3 คืน 4 วัน ซึ่งคราวนี้หลังจากออกค่ายล้างพิษมาเราก็พยายามดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่บ้าง แต่ไม่ดูแลเรื่องอื่นด้วย ช่วงนั้นสภาพจิตใจก็ไม่ดี (เรื่องอื่นนะคะไม่ใช่เรื่องสิว)

ก็อย่างที่บอกค่ะ ถึงจะเป็นสิวหนักแต่บิ๊วใช้ชีวิตปกติจริงๆ แล้วก็ไม่แต่งหน้าด้วย แต่งตัว ใส่สายเดี่ยว เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นปกติเลย คือเสื้อยืด ชุดกระโปรง มีอะไรก็ใส่หมดค่ะ ก็แต่งตัวปกติ ออกไปไหนมาไหนปกติ แต่คนที่เห็นหน้าเราเค้าจะแบบว่าทำหน้าเหมือนสงสารบ้างเหมือนเวทนาบ้างแต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็หายแหละ มีคนเอานู่นนี่มาแนะนำเยอะมาก แต่เราก็อยู่ในแนวทางของพี่เรามาตลอด ใช้ของที่พี่เราขาย ใช้ของที่พี่เราแนะนำให้มาตลอด จนวันนึงสิวมันก็หายไปค่ะ แต่หน้าก็ยังเป็นหลุมๆ อยู่เพราะชอบแกะสิวมากกกกก 555 ไม่แกะก็แคะอยู่นั่นแหละค่ะ มือมันอยู่ไม่สุก

ก็ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณปลายปี 2557 ค่ะสิวมันก็หายไปพักนึงจนเราแน่ใจแล้วว่าสงสัยคราวนี้จะหายจริงๆ แล้วล่ะ แต่มันก็เหมือนว่ายังมีขึ้นมาอยู่บ้าง แต่เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ

พอเดือนเมษา 2558 ก่อนกลับบ้าน (ตอนนั้นไปเลี้ยงหลานอยู่เมืองกรุง) เราก็อยากจะล้างพิษตับ ก็กินตัวที่พี่สาวแนะนำปกติค่ะ คือต้องบอกก่อนว่าที่บิ๊วไม่กลัวการล้างพิษเพราะเรารู้ว่ากินแล้วสิวมันจะขึ้นแล้วตัวบิ๊วเองก็ไม่เคยมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการล้างพิษนะคะ แล้วอีกอย่างเราก็อุ่นใจที่มีพี่สาวคอยแนะนำแล้วก็ให้ความรู้สิ่งที่นางศึกษามาตลอด แต่เราก็ไม่ได้ถามนางตลอดนะคะ อะไรที่สังเกตตัวเองได้ เราก็สังเกตเอง อะไรที่เรารู้แล้วว่าควรทำหรือไม่ควรทำเราก็จะรู้เอง อะไรที่ควรกินหรือไม่ควรกินมันก็จะรู้หมดค่ะ อยู่ที่ว่าทำหรือไม่ทำ 555

เอาล่ะค่ะ กลับมาตอนนี้กันซึ่งถือเป็นจุดพีคสุดท้ายละเพราะหลังจากที่กินตัวล้างพิษตัวนั้น สิวมันก็ทยอยขึ้นค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวลอะไรเพราะเคยรับมือมาหลายครั้งแล้วเป็นครึ่งปีก็เคยมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเหมือนเดิม ผลคือมันยังมีออกมาอยู่ค่ะ โอ้แม่เจ้า จากที่เคยเบาใจว่ามันหายไปแล้ว มันก็กลับมาค่ะ แล้วตอนนั้นเองที่พี่บีมได้ไปเจอผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สิวหายไปจนถึงทุกวันนี้ บิ๊วใช้แล้วก็กินไปประมาณสองเดือนก็หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ผิวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ จนเราเหมือนได้ร่างกายใหม่ ได้ผิวใหม่ ซึ่งเราคิดว่าที่มันหายไปเพราะตัวที่เรากินมันเข้าไปปรับระบบใหม่เราทั้งหมด ล้างพิษเก่าออกจนหมดจดประกอบกับการล้างพิษที่เราเคยทำมาตลอดอยู่แล้ว

เพราะจากสิ่งที่เราได้ยินและเห็นพี่สาวพูดถึงตลอดก็คือสิวมันก็เป็นโรคอย่างนึง ถ้าข้างในยังไม่ดี ยังไงมันก็จะแสดงออกมาให้เห็นข้างนอกอยู่ดีถ้ามันยังเป็นพิษอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีที่มันจะแสดงออกมาให้รู้ เพราะก็มีคนหลายๆ คนที่ไม่แสดงมาทางสิวแต่ออกมาเป็นอาการอย่างอื่น หรือบางคนอาจจะไม่แสดงเลยจนรู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคระยะร้ายแรงแล้ว มันเลยทำให้เราเริ่มมาตระหนักว่า โอเค นี่คือร่างกายใหม่ของเรา ผิวใหม่ของเรา ถ้าเรายังกลับไปทำตัวเหมือนเดิม ยังไงมันก็จะกลับมาเป็นอีกอยู่ดี มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดใหม่ๆ

ปรับเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิต
บิ๊วเริ่มออกกำลัง เริ่มดูแลอาหารการกิน การดื่มน้ำ การนอนหลับพักผ่อน ต้องใช้คำว่า “ทำเท่าที่ทำได้” นะคะเพราะงานค่อนข้างหนักมาก แต่ด้วยความที่ว่าเราเริ่มมาดูแลตัวเอง มันก็เลยไม่หนักมากเท่าที่ควรจะเป็น

จริงๆ เรื่องออกกำลังตอนแรกๆ นี่ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ บิ๊วเริ่มจากการดื่มน้ำแล้วก็เรื่องอาหารการกินก่อน แล้วพอเราเริ่มจัดเวลาได้ (ไม่อยากใช้คำว่าไม่มีเวลาค่ะ เพราะพอเริ่มโตมาทำให้เราเรียนรู้ว่า ”ไม่มีเวลานี่ไม่มี มีแต่ไม่จัดสรรเวลา”)

เราก็เริ่มออกกำลังค่ะ ซึ่งไม่ใช่การออกกำลังหนักอะไรเลย ก็ทำท่าทางนู่นนี่อยู่ในห้องอาทิตย์ละ 3 – 4 วันๆ ละ 30 นาที ก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ พอเริ่มมาดูแลตัวเองเราเลยรู้ว่าร่างกายเราดีขึ้น ผิวเราดีขึ้น ระบบร่างกายเราดีขึ้น (เพราะเริ่มดื่มน้ำวันละ 1.5 – 2 ลิตรให้ได้ต่อวัน)

จริงๆ บิ๊วเป็นคนไม่ขาวค่ะ แต่ผิวมันผ่อง มันใส ใครๆ ก็ทัก อิอิ อันนี้จริงๆ ค่ะ ไม่ได้พูดเล่น แล้วพอร่างกายเริ่มดี น้ำหนักเริ่มได้ เราก็ไปบริจาคเลือดค่ะ พอร่างกายเริ่มดี จิตใจที่ดีอยู่แล้วมันก็ดีกว่าเดิม (ถ้าไม่เอาใจไปอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีหรือไม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี) ที่วงเล็บไว้นั่นกำลังจะบอกว่ามันก็มีบ้างที่เราเลือกที่จะอยู่หรือเลือกที่จะคิดในเรื่องที่มันไม่ส่งผลดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ก็ค่อยๆ ฝึกมาเรื่อยๆ ค่ะ

เอาจริงๆ เรื่องจิตใจนี่ต้องขอบคุณที่บ้านเลยค่ะ ทุกวันนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะทางครอบครัวด้วย เราก็ประคองกันมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอะไรมากมายระหว่างทาง เราก็ดูแลกันมาเรื่อยๆ จนพอสถานการณ์มันเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่เราก็ยังฝึกให้จิตมันดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พลังบวกที่บ้านเยอะมากค่ะ รับรู้ได้เลยจริงๆ แล้วนี่แหละค่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้สุขภาพจิตเราดี พอสุขภาพจิตดี กายก็ดีอะไรๆ ก็ดีไปหมดค่ะ “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” จริงๆ

เอาเป็นว่าบิ๊วขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกๆ คนที่เชื่อมั่นในแนวทางนี้นะคะ สำคัญคือรู้จักร่างกายตัวเอง รู้ใจตัวเอง ศึกษาแนวทางให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และนำไปปฏิบัติตามอย่างมีวินัย แต่ต้องทำด้วยใจที่สบายนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^

อจ.บิ๊ว
น้องสาวแท้ ๆ ของบีม
เจ้าของเพจ Build’s Good Health Story
(ในเพจมีรูปและคลิป Before มากมายเลยค่ะ ตามไปดูกันได้เลย)

มีหลายคนสอบถามหลังอ่านโพสต์นี้จบ ว่าสองเดือนนั้นที่บิ๊วรู้สึกว่า “สิวหายขาด” ไปจากชีวิตจริง ๆ บิ๊วใช้อะไร บีมจึงทำคลิปสัมภาษณ์บิ๊วมาให้ดูข้อมูลด้วยตัวเองนะคะ https://youtu.be/CizIb4DGxKI